Research

.
งานวิจัย “การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบ ต่อการเจริญทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ” โดย พาวิน มะโนชัย และคณะ
.

บทคัดย่อ

จากการทดลองตัดแต่งต้นลำไย 4 รูปทรง คือ ทรงมาตรฐาน (ทรงครึ่งวงกลม) ทรงสี่เหลี่ยม ทรงเปิดกลางทรงพุ่ม และทรงแบน (ทรงฝาชีหงาย) พบว่าการตัดแต่งกิ่งทรงฝาชีหงายและทรงสี่เหลี่ยมมีผลกระตุ้นการแตกใบอ่อนได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีปริมาณกิ่งกระโดงสะสมที่มากกว่าทรงครึ่งวงกลมและทรงเปิดกลางทรงพุ่ม ทุกรูปทรงที่ตัดแต่งมีการออกดอก ติดผล และน้ำหนักผลผลิตต่อต้นไม่แตกต่างกัน แต่การตัดแต่งทรงฝาชีหงายทำให้ได้สัดส่วนของผลผลิตขนาดใหญ่มากกว่าการตัดแต่งรูปทรงอื่น ๆ อย่างเด่นชัด จนทำให้ได้ราคาเฉลี่ยสูงที่สุดและได้กำไรมากที่สุด รองลงมาคือทรงสี่เหลี่ยม ส่วนการตัดแต่งทรงมาตรฐานนั้นไม่ได้ผลผลิตขนาดใหญ่ เหตุผลที่การตัดแต่งทรงฝาชีหงายและทรงสี่เหลี่ยมทำให้ได้ผลผลิตดีดังกล่าว น่าจะอยู่ที่การแตกกิ่งกระโดงและกิ่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ของการตัดแต่งกิ่งทรงฝาชีหงายและสี่เหลี่ยม

Download
.

………………

.
.

งานวิจัย “โครงการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมประณีต 1 ไร่” โดย เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสาน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
.
งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ช่วยให้เกิดองค์ความรู้ในการทำเกษตรกรรมอย่างประณีต 1 ไร่ ของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสานว่าเป็นอย่างไร ทำอย่างไร ทำแล้วจะได้ผลผลิตกี่ชนิด จำนวนเท่าไร เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร มีต้นไม้ยืนต้นเพิ่มขึ้นกี่ชนิดจำนวนเท่าไร เพื่อสรุปเป็นบทเรียนในการทำเกษตรกรรมอย่างประณีตในที่ดิน 1 ไร่ แก่ผู้สนใจทั้งในและนอกเครือข่าย นอกจากนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ยังได้สร้างให้เกิดการใช้กระบวนการวิจัยมาปรับใช้ในวิถีชุมชนให้กับชุมชน รวมทั้งยังได้สร้างเสริมวิญญาณนักวิจัยให้กับแกนนำชุมชนอีกด้วย (คัดจากบางตอนของคำนำ)

Download
.

………………

.
.

งานวิจัย “การพัฒนาการเร่งดอกลำไยที่มีโพแทสเซียมคลอเรตเป็นองค์ประกอบหลักในรูปแบบที่ปลอดภัยและสะดวกในการใช้ของชาวสวนลำไย” โดย ดร.สมคิด พรหมมา ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่่

.

ได้รับการสนับสนุน จาก สกว.เป็นการพัฒนาสูตรผสมที่มีโพแทสเซียมคลอเรตเป็นองค์ประกอบโดยไม่มีคุณ สมบัติในการเป็นวัตถุระเบิดหรือติดไฟด้วยการผสมสารถ่วงชนิดต่างๆเพื่อให้ สารผสมโพแทสเซียมคลอเรตที่ได้หมดสภาพหรือความสามารถในการระเบิดโดยใช้วิธี ทดสอบการระเบิดที่เป็นมาตรฐาน ตลอดจนไม่สามารถแยกบริสุทธิ์สารนี้ได้อีกโดยวิธีกล

การประกอบสูตรสาร ผสมโพแทสเซียมคลอเรตชนิดปลอดภัยจากการระเบิดนี้สามารถทำได้ใน 4 ลักษณะคือ ชนิดผง, ชนิดเม็ด ชนิดละลายน้ำและชนิดละลายน้ำรวมแร่ธาตุอาหาร และทดสอบการระเบิดของสูตรทั้ง 4 เพื่อยืนยันถึงความปลอดภัยไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามเมื่อทราบถึงส่วนผสมต่าง ๆ แล้ว ได้ทำการ ศึกษาถึงกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย เช่น วิธีการเตรียมโพแทสเซียมคลอเรต ชนิดของเครื่องผสม การผลิตสารผสมขั้นต้น เพื่อนำไปแปรรูปเป็นสูตรต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยที่สุดในรูปแบบต่าง ๆ คือ แบบผงไม่ละลายน้ำ แบบผงละลายน้ำ แบบผงละลายน้ำผสมแร่ธาตุ และแบบเป็นเม็ดสำหรับหว่าน

“เมื่อพัฒนาสูตร สำเร็จแล้ว ได้มีการทดลองใช้ในสวนของเกษตรกร 3 ราย จำนวน 125 ต้น และได้ผลดี โดยวัดจากการออกช่อ การติดผล และคุณภาพผลเมื่อเก็บเกี่ยว หลังจากนั้นจึงทดลองซ้ำกับเกษตรกรอีก 9 ราย จำนวน 290 ต้นและวัดผลในเชิงคุณภาพโดยใช้การสัมภาษณ์และออกแบบสอบถามทัศนคติกับ เกษตรกรผู้ใช้ และวัดในเชิงปริมาณโดยวัดการออกดอก ความยาวช่อ และการติดผลพบว่า เกษตรกรมีความพอใจ และต้องการใช้ต่อไป โดยมีเกษตรกรในละแวกใกล้เคียงให้ความสนใจและต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ต้องการให้มีหน่วยงานควบคุมคุณภาพ และมีราคาไม่แพงกว่าโพแทสเซียมคลอเรตบริสุทธิ์ที่มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 100 บาท โดยเกษตรกรมีความพอใจสารผสมรูปแบบผงละลายน้ำมากที่สุด รองลงมาคือรูปแบบเม็ด เพราะสะดวกในการใช้ โดยละลายในน้ำและรดเพียงรอบเดียว ซึ่งถ้าเป็นแบบหว่านต้องมีการรดน้ำจนกว่าเม็ดจะละลายหมด นอกจากนั้น การใช้ในรูปแบบละลายน้ำยังพบว่าทำให้ออกดอกมากกว่า ช่อดอกยาวกว่า และติดผลมากกว่า”

ดร.สมคิด กล่าวว่า เกษตรกรในแถบ อ.สันป่าตอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และอ.แม่ทา อ.เมือง จ.ลำพูน ที่ได้ทดลองนำสารเร่งดอกลำไยชนิดที่ปลอดภัยไปใช้ต่อเนื่องและได้ผลดี จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ห้าเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรใกล้เคียงได้เรียนรู้ ทำให้มีความต้องการสารที่ปลอดภัยมากขึ้นในวงกว้างและเรียกร้องให้มีการผลิต เชิงพาณิชย์โดยเร็วที่สุด และติดต่อให้ผู้วิจัยผลิตสารผสมเพื่อใช้ในระยะที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ ออกจำหน่าย

ผลการวิจัยนี้ได้ ถูกนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและควบคุม เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการยุติให้เกษตรกรครอบครองสารบริสุทธิของโพแทสเซียม คลอเรตและส่งเสริมให้เอกชนมากกว่า 1 ราย ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตสารผสมดังกล่าวในรูปแบบคล้ายปุ๋ย เพื่อดำเนินการผลิตภายใต้การควบคุมของกระทรวงกลาโหม และยกเลิกการควบคุมลักษณะยุทธ์ปัจจัยสำหรับสารผสมที่ปลอดภัย โดยมีการควบคุมคุณภาพให้อยู่ในมาตรฐานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำไปสู่การจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในรูปแบบที่ปลอดภัยจากการระเบิด

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)

.

………………

.
.

งานวิจัย “การประเมินความเป็นพิษของผลลำไยที่ได้จากการใช้สารโพแทสเซียมเป็นสารเร่งการออกดอก” โดย รศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

.

พบว่าสารสกัดจาก ลำไยอบแห้งมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเม็ดเลือดได้ในห้อง ปฏิบัติการ ในขณะที่ลำไยสดไม่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งทั้งสองชนิดเหมือนลำไยอบแห้ง การวิจัยนี้ทำใน 2 ส่วนคือ

1. นำผลลำไยสดที่ทราบแหล่งที่มาชัดเจนแน่นอนว่ามาจากสวนที่ไม่มีหรือมีการใช้ โพแทสเซียมคลอเรตเป็นสารเร่งดอก นำมาอบแห้งเองในห้องปฏิบัติการ และ

2. นำลำไยอบแห้งที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมาทำการทดลอง ซึ่งผลปรากฏว่า ลำไยอบแห้งจากทั้ง 2 แหล่งสามารถทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และมะเร็งเม็ดเลือดในหลอดทดลองได้ ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าเนื้อลำไยอบแห้งอาจพัฒนาเป็นสารต้านมะเร็งได้ แต่ควรต้องมีการศึกษากลไกการเหนี่ยวนำก่อน

การทดลองผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากสารสกัดที่ได้จากลำไยที่มีการใช้โพแทสเซียมคลอเรต พบว่าสารสกัดจากลำไยสด แสดงแนวโน้มถึงความสามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็ง(มะเร็งเม็ดเลือดขาว) ตายด้วยรูปแบบของการทำลายตนเองแบบอะพอพโตซิส (Apoptosis) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้การกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดตายนั้น พบในสารสกัดด้วยน้ำจากลำใยที่ใส่สารโพแทสเซียมคลอเรตทางราก 4 กรัม ต่อตารางเมตร และสารสกัดด้วยเอธานอลของลำไยที่ใส่สารโพแทสเซียมคลอเรตทางรากความเข้มข้น 16 กรัมต่อตารางเมตร และเมื่อนำลำไยอบแห้งมาทดสอบได้พบว่าสารสกัดจากลำไยอบแห้งมีฤทธ์ทำลายทั้ง เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ดีขึ้น

ทั้งนี้ผู้วิจัย ได้ทำการทดสอบผลของสารสกัดจากลำไยสด ต่อการยับยั้งหรือการส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็ง ด้วยการทดสอบในสัตว์ทดลอง นั่นคือหนูขาวพันธุ์ Wistar ให้ได้รับสารสกัดจากลำไยทุกๆวันเป็นเวลา 4-16 สัปดาห์ ไม่พบว่ามีความผิดปกติต่อเซลล์ลำไส้ใหญ่ของหนูขาว แต่พบว่าการให้สารสกัดจากลำไยที่ใช้โพแทสเซียมคลอเรตทางรากขนาด 8 กรัมต่อตารางเมตร และใช้ทางใบขนาด 2000 ppm ร่วมกับสารก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นระยะเวลานานถึง 16 สัปดาห์ สามารถเพิ่มปริมาณรอยโรคที่เกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ไม่พบการเพิ่มขนาดของรอยโรคของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งแสดงว่าในสารสกัดลำไยอาจส่งเสริมเมแทบอลิซึมของสารก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ เท่านั้น

ดร.อุษณีย์ กล่าวว่า “ถ้าหากเราสามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงฤทธิ์การยับยั้งการเกิดรอยโรคมะเร็งลำ ไส้ใหญ่ของสารสกัดจากลำไยแห้งในสัตว์ทดลอง และวิจัยถึงกลไกการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ที่เกิดจากสารสกัดจากลำไยแห้งเหล่านี้ จะทำให้เกิดความมั่นใจในการบริโภคลำไยอบแห้ง เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ อีกทั้งการพัฒนางานวิจัยเพื่อแยกสารสกัดที่ได้จากลำไยอบแห้งออกมา เพื่อใช้ในการผลิตสารยับยั้งมะเร็งที่สกัดจากธรรมชาติ ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ลำไยภายในประเทศได้อีกทางหนึ่ง”

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)

.

………………

.
.

งานวิจัย “ผลกระทบของการใช้สารคลอเรตต่อสิ่งแวดล้อมในสวนลำไยและการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้สารคลอเรต” โดย รศ.สมชาย องค์ประเสริฐ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

.

ได้ศึกษาและพบว่า สารโพแทสเซียมคอลเรตมีการสลายตัวในดินเกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินเท่านั้น โพแทสคลอเรตจึงสลายตัว ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงได้เร็วกว่าในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ นอกจากนี้การใช้สารโพแทสคลอเรตโดยการราดทางดินในอัตรา 4 เท่าของอัตราการใช้ที่แนะนำ ไม่มีผลต่อสมบัติใดๆ ของดิน (อัตราการราดทางดินที่แนะนำเมื่อ พ.ศ. 2542 คือ 10 กรัมต่อตารางเมตรของดินที่ทรงพุ่ม หรือประมาณ 200 กรัมต่อต้นขนาดทรงพุ่ม 6 เมตร)และความเข้มข้นของโพแทสคลอเรตที่ถือว่าไม่มีผลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในดินคือ กระทบต่อการอยู่รอดของไส้เดือนดินและวัฏจักรไนโตรเจนในดินคือ 50 มก./กก. และผลการติดตามโพแทสคลอเรตตกค้างในสวนลำไยที่มีการใช้คลอเรต 2 – 3 ครั้งด้วยอัตรา 1-2 เท่าของคำแนะนำ 25 สวนในช่วงปี พศ. 2542-2543 พบว่า ภายใต้การจัดการสวนของเกษตรกร โพแทสเซียมคลอเรตในดินลดลงเหลือไม่เกินระดับที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมภายใน 2-3 เดือนหลังจากราด และภายในเวลา 1 ปีโพแทสเซียมคลอเรตจะสลายตัวหมดจากดิน

รศ.สมชาย กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการใช้สารโพแทสคลอเรตต่อสิ่งแวดล้อมในสวนลำไยพบว่า การใช้โพแทสเซียมคลอเรตของเกษตรกรมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะสั้นเฉพาะ ในแนวราดโพแทสเซียมคลอเรตเท่านั้น แต่ไม่มีผลกระทบระยะยาว ทำให้ความกังวลต่อผลกระทบของการใช้โพแทสเซียมคลอเรตต่อสิ่งแวดล้อมในสวนลำไยหมดไป

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)

.

………………

.
.

.

3 thoughts on “Research

  1. เข้ามาดูรายละเอียด
    ได้รับความรู้เพิ่ม
    ขอบคุณครับ

  2. หนูสนใจในหัวข้อเรื่องการพัฒนาการเร่งดอกลำใย

    ขอข้อมูลเพิ่มเป็นเปเปอร์ได้ไหมค่ะ

    หนูจะนำมาทำเป็นหัวข้อสัมมนาค่ะ

  3. ขอบคุณสำหรับความรู้และงานวิจัยต่างๆ ครับ
    ก่อนที่จะมาเกษตรนี้…ผมอยากทราบเส้นทางของคุณพี่ จะได้เป็นแนวทางไปปรับใช้ครับ🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s