บ้านสวนเมษา

.

หนักและนานเอาการกับแต่ละก้าวที่พยายามข้ามผ่านฤดูร้อนปีนี้ ร้อนในความหมายของบ้านสวนเป็นความอบอ้าวที่ทอดยาวไปจนถึงห้าทุ่มของวัน เป็นร้อนที่นิ่งและนานกว่าทุก ๆ ปีที่สัมผัส

ปีนี้ร้อนจริง ๆ ครับ สำทับด้วยแล้งน้ำน้อยยิ่งไปกันใหญ่ เห็นต้นไม้ในสวนก็มีกังวลบ้าง เพราะคนหรือสัตว์ยังสามารถเสาะหาที่ร่มหลบร้อนได้ แต่ต้นไม้ไม่มีแขนขาตาหูที่จะช่วยให้ทำได้เช่นนั้น แล้วต้นไม้เขาดำรงดูแลชีวิตให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างไรกัน? ลองไปสังเกตดูนะครับ บางไม้จะฉาบใบด้วยฟิล์มบาง มันวาว เพื่อสกัดร้อน สะท้อนแดด ลดการสูญเสียน้ำจากการคายผ่านปากใบ ตกสายถึงเย็น, พุ่มใบจะสลดลงตามแรงตะวัน แล้วชูชี้ชูชันขึ้นมาอีกครั้งในยามอรุณ สุดท้ายถ้าหนักนักก็ยอมทิ้งใบเพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ใช้ตามจำเป็น

พอรู้และเข้าใจอย่างนี้แล้วก็คลายกังวล เพราะต้นไม้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพึ่งพาตัวเองได้…

ธรรมชาติให้ข้อจำกัดและความสามารถมาพร้อม ๆ กันเสมอกับทุกชีวิต อยู่ที่ว่าเราเรียนรู้ที่จะใช้มันหรือเปล่าเท่านั้น เกษตรกรเราโชคดีที่มีความจริงแท้ให้เรียนรู้อยู่ใกล้ตัว เพียงให้เวลากับการสังเกตชีวิตและธรรมชาติที่อยู่รายรอบ…เราจะพบทางออกเสมอ

.

บันทึกสวนเดือนเมษาจะพาไปชมลีลาคลายร้อนของไอ้ลูกหมาที่เหลือทั้งหลาย เริ่มที่พี่ใหญ่ซูโม่จะยึดแท็งค์น้ำเป็นจุดประจำการ เอาสีข้างบดเบียดถูไถสักพักก็ค่อย ๆ แนบเนื้อกับผนังปูนแล้วเทตัวลงนอนยาว…เย็น โดยมีแรมโบ้ตามมาแจมเป็นพัก ๆ แต่ต้องให้ซูโม่มันเลือกก่อนนะว่าจะเอาแท็งค์ไหน ทะเล่อทะล่าเข้าไประวังมีเคืองมีขู่มีตู่มีเหวงไปตามเรื่องของหมามัน

ส่วนมุมโปรดของแรมโบ้จะอยู่ตรงชานหลังบ้าน ตรงนี้ผมก็ชอบ, มันเย็นดี ใต้ร่มเขียวครึ้มของต้นเทพธาโร พวงใบบางพรางแรงแดดให้นวลตาไม่จ้าจัด นอนอ่านหนังสือได้นานไม่ปวดตา บางบ่ายผมกับแรมโบ้จะแข่งกันนอนกรนกล่อมกันไปมาจนย่ำเย็น แต่ที่รักธรรมชาติที่สุดต้องไอ้บอย บอยนี่จริง ๆ แล้วไม่ใช่หมาในสวน ผมไปเจอตอนเขากำลังจับมันใส่ถุงจะเอาไปฆ่าทิ้ง เขาว่ามันชอบคาบรองเท้าใครต่อใครไปทึ้งเล่น (แค่รองเท้าเนี่ยนะ?) ผมเลยขอมันมาไว้ในสวน ทุกวันนี้มันยังไม่ยอมให้ใครแตะใครจับอีกเลยกระทั่งผมเองก็ตาม มันคงฝังใจกลัว…

บอยชอบหลบร้อนอยู่ใต้ต้นลำไย ไอ้นี่เจ้าเล่ห์นัก มันจะเล็งต้นที่เพิ่งรดน้ำใหม่ ๆ พอเราย้ายไปรดต้นอื่น มันจะรอจนดินหมาดน้ำ พอได้ที่พี่แกก็ขุดเป็นแอ่ง เดินวนอยู่สองสามรอบแล้วบรรจงขดตัวลงนอนอย่างมีความสุข

ขำดีครับ, แต่ละตัวกวนตีนพอ ๆ กัน แต่ก็เป็นความสุขเล็ก ๆ ในหน้าร้อนของผม

ส่วนผลหมากรากไม้ที่พอได้เห็นหน้าเห็นตากันในช่วงนี้ก็ดูจะมี ชมพู่ทับทิมจันทร์ที่กำลังติดลูกระโยงระยางอยู่เต็มต้น ถัดมาก็เป็นผักหวานป่าที่เพิ่งจะติดลูกครั้งแรกก็ปีนี้เอง ปีก่อนติดดอกแต่ไม่ออกผล มาปีนี้ได้ชื่นชมสมใจเสียที สุดท้ายเห็นเหลืองสุกมาแต่ไกล ‘มะยงชิด’ ครับ รสหวานเฉียบ ขนาดประมาณไข่ไก่เบอร์สอง ธรรมชาติล้วน ๆ ให้แต่น้ำกับขี้วัว ปีหน้าถ้าทำดีดี เบอร์ศูนย์คงไม่หนีไปไหน

.

ทุกชีวิตในสวนล้วนพึ่งตนตามวิถีตัว ที่นี่เราเรียกร้องเอากับตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก แล้วจึงเรียกร้องเอากับตัวเองอีกครั้งเป็นลำดับสุดท้าย…

.

.

.

7 thoughts on “บ้านสวนเมษา

  1. สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ คุณพี่ ช่วงนี้มาเที่ยวบ้านสวนสระบุรีค่ะ ที่บ้านเขาซื้อมาได้สัก 2-3 ปีมาแล้วค่ะ ที่นี่ตอนนี้ก็ร้อนมาก ถึงมากที่สุด เล่นสงกรานต์กับเจ้าหมา จูเลีย จูลี่ เฮนรี ยิปซี และคอปเตอร์ ท่าทางชอบมาก แต่วิ่งหนีกันใหญ่ สนุกดีค่ะ ดีกว่าอยู่กรุงเทพเยอะเลย สงกรานต์ปีนี้ขอให้คุณพี่ golb และสรรพชีวิตในบ้านสวน เย็นจิตเย็นใจ สบายสดใส อารมณ์ดีทุก ๆ วัน ค่ะ

  2. เอ…เมื่อกี้พิมพ์ไปแล้ว..หายไปไหนหว่า?

    เอาเป็นว่า ร้อนพอกัน ไม้ตายไปหลาย

    แวะมาเยือนครับ

  3. สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณธี สงกรานต์ไปไหนมาบ้างคะ ผักหวานป่าที่กำลังเป็นลูกปลูกมากี่ปีแล้วคะ ปลูกมากับมือเลยใช่มั้ยคะ แปลกมากสำหรับมะยงชิดที่บ้านสวนเพิ่งจะมาสุกตอนนี้ เพราะที่บ้านพ่อที่เพชรบุรีเก็บหมดไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้วค่ะ ที่บ้านคุณปลูกกี่ต้นได้เก็บขายบ้างมั้ย หรือว่าแจกหมด ที่บ้านลุงข้างบ้านพ่อที่เพชร ปลูกไว้ 3 ต้น เก็บขายได้ประมาณ 110 โล ลูกสวยและใหญ่ด้วยค่ะ ที่เพชรบุรีลุงเขาขายไปโลละ 50 บาท ขายส่งให้แม่ค้าไป ที่เหนือราคาเป็นไงบ้างคะ ไม่คิดว่าที่เหนือตอนกลางคืนจะร้อนถึงห้าทุ่ม แต่ใจคนไม่ร้อนเป็นใช้ได้ใช่มั้ยคะ ร้อน ๆ อย่างนี้รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    ด้วยใจ
    พี่อร

  4. ตุ๊ก…
    ไหนใครบอกเราว่าจะเขียนบล็อกมาให้อ่านกัน???
    บ้านสวนสระบุรีน่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดี…
    ปล. อยากรู้จักคอปเตอร์ หูท่าจะยาวเหมือนใบพัด🙂

    .
    .

    พี่อร…
    ผักหวานที่ออกลูก ปลูกมาห้าปีแล้วครับ ปลูกกับมือ ปลูกกับแม่
    ส่วนมะยงชิดมีต้นเดียวครับ ปลูกไว้กิน ไว้เรียกนก แล้วยังมีเหลือแจกใครต่อใครได้อีก เลยไม่ทราบราคา ปีนี้ดกดี ปีหน้าอาจจะติดลูกน้อย เห็นว่าเป็นธรรมชาติของเค้า นี่เพิ่งแย่งนกกินสองลูกสุดท้ายไปเมื่อสองวันก่อนนี่เอง
    มะยงชิดจะเริ่มสุกไล่จากใต้ขึ้นเหนือ ที่สูงจะสุกล่าช้ากว่าที่ลุ่มราบ ยิ่งปัจจุบันกับสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศ เลยทิ้งระยะสุกห่างกันขนาดนี้ (หรือเปล่า?)
    ร้อนแต่เปิดพัดลมไม่ได้ เพราะลมมันก็ร้อน คิดดูเถอะครับ
    มนุษย์เราต้องเริ่มปรับตัวกันได้แล้ว…
    เห็นภาพข่าวภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์ นึกถึงชาวนาสุมควันไล่แมลงให้ควาย นึกถึงตัวเองจุดยากันยุง ซึ่งก็คงเช่นกันกับธรรมชาติที่คงรำคาญไอ้พวกเครื่องบินที่บินไปบินมาทุกวันทั้งคืนไม่หยุดหย่อน เลยจุดควันไล่มันซะเลย
    ผมว่าดีนะ มนุษย์เราจะได้ล้างผลาญทรัพยากรกันน้อยลง แม้จะชั่วระยะเวลานึงก็ตาม

    .
    .

    สายลมลอย…
    ที่นี่ก็ตายไปเยอะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ต่างถิ่น ทุเรียน ลองกอง
    ไม่นึกว่าที่สวีจะร้อนขนาดนั้น
    แต่เตือนกันก่อนอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ปีหน้าจะได้เตรียมตัวได้ถูก
    ปีนี้ยอมรับเลยว่าประมาทไปหน่อย ไม่ค่อยมีสมาธิกับสวนเท่าไหร่

  5. ความลับก็คือผมซ่อนความทุกข์รันทดไว้ข้างหลังภาพแห่งความสุขและสวยงามอย่างมิดชิด😉
    ไอ้ครั้นจะเรียกว่าสวรรค์นั้นคงจะไม่ได้ แต่ผมมีตั๋วอยู่หลายใบ เผื่อใครสนใจ🙂

    .

    .

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s