บ้านสวนถึงบ้านเมือง

.

คิดอยู่นานว่าจะเริ่มบทแรกของปีด้วยเรื่องอะไร จนล่วงเข้ามื้อเย็น เห็นสำรับกับข้าวตรงหน้าก็นึกขึ้นได้ “แกงหน่อบ่ะป๊าวอ่อน” ลุงแดงให้เด็กยกมาให้เมื่อหัวค่ำ หลังจากเมื่อบ่ายไปช่วย (กันหลายคน) แกป้ำ (โค่น) ต้นมะพร้าวในสวนลงสามสี่ต้น

ลุงแดง (เคย) เป็นแลนด์ลอร์ดของที่นี่ เป็นหมอยาสมุนไพร และเป็นคนธัมมะธัมโม ลุงแกไม่แดงแต่ชื่อเท่านั้น หัวคิดจิตใจก็แดงไม่แพ้กัน จริง ๆ ผมก็ไม่อะไรกับแกหรอกครับ รำคาญบ้างที่แกชอบแอบเปิดสุ้มเสียงข่าวสารของคนเสื้อแดงผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้านเท่านั้น หนักนัก, ผมก็ใส่เสื้อกู้ชาติ (อภินันทนาการจากเพื่อนที่สกรีนส่งมาให้) โฉบไปโฉบมาให้แกฮึดฮัดเล่น ๆ

หายกัน …

.

.

แดงอย่างแกไม่เป็นพิษภัยกับใคร แดงอย่างไรก็อย่างนั้นไม่ว่าหน้าม่านหรือหลังฉาก ชัดเจนและไม่มีวาระซ่อนเร้นใดใด ‘สี’ เป็นเพียงจอบเสียมที่ใช้ถางถากความอยุติธรรมเท่านั้น ดีกว่าเมื่อก่อนที่ใช้แต่มือเปล่าถกถอนจนเจ็บตัวเจ็บใจอยู่บ่อยครั้ง พอถามถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น แกตอบแบบคนใกล้วัดด้วยสัจธรรมที่ว่า

“ใครทำไม่ดี สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเองทุกคน … ไม่นานหรอก คอยดูเถอะ”

.

ในสังคมชนบท คนที่มี ‘ทัศนคติอันตราย’ อย่างที่ประดิษฐ์คิดคำกันขึ้นมานั้นมีน้อยจนแทบจะนับหัวได้ ขนาดแค่ไอ้พวกผู้แทนกเฬวรากทั้งหลายแจกเงินซื้อเสียง ชาวบ้านชาวช่องเขายังเห็นใจไปเลือกมันเข้าสภาเลย ประสาอะไรกับสถาบันอันเป็นที่เคารพเทิดทูน คนปกติทั่วไปใครเขาจะคิดชิงชังหวังร้ายได้ ถ้าจะอันตรายก็เพราะชาวบ้านร้านตลาดพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งพึ่งพาเรี่ยวแรงของตนเองเสียมากกว่า

ก็ต้องถามกลับไปว่า … แล้วมันอันตรายกับใครกันแน่?

ความขัดแย้งกับความไม่เป็นธรรมเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน แยกกันไม่ออก ต้องทำความเข้าใจและปล่อยวาง ความขัดแย้งให้แก้ที่ตัวเองก่อน เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลเร็วที่สุด ส่วนความเป็นธรรม, อันนี้วัดยาก จะผิดจะถูกไม่รู้นะ แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าหลักการหรือเหตุผล เหมือนนิยามของคำว่า “พอ” ที่กะเกณฑ์ลำบาก ของใครก็ของมัน เรื่องแบบนี้เถียงกันให้ตายก็ไม่จบ ทำนิ้วมือนิ้วเท้าให้สั้นยาวเท่ากันให้ได้ก่อนค่อยมาพูดกัน

แต่ถ้าจะให้ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็ “อย่าเปรียบเทียบอะไรกับใคร” การตัดพ้อไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ เสียเวลาเปล่า ๆ

ผมไม่เชื่อการเปลี่ยนแปลงโดยวิถีทางการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ การคิดถึงแต่ ‘ผล’ และ ‘ประโยชน์’ โดยละเลย ‘เหตุ’ นั้นจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การเมืองไม่เคยแก้ปัญหาที่สาเหตุ (อาจเพราะตัวเองที่เป็นเหตุ หรืออาศัยเหตุเป็นเครื่องมือต่อรอง) แต่กลับตั้งหน้าตั้งตาสร้างเหตุเพื่อรอตักตวงผลและประโยชน์

ผมจึงเลือกที่จะเชื่อการเปลี่ยนแปลงโดยวิถีการพึ่งพาตนเองและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครมากกว่า

กับเกมอำนาจที่ชำเราประเทศชาติอยู่ทุกวันนี้ สรุปสั้น ๆ ว่า ปวงชนชาวไทย (ขอหยิบเอามาใช้บ้างเพราะเห็นอ้างถึงกันนักไม่ว่าฝ่ายไหน) ต้องจำกัดวงความวุ่นวายให้อยู่ในกลุ่มก้อนของมัน จะกี่สีกี่เส้า จะสี่เสาเทวฤทธิ์ที่ไหน ท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็มานั่งจับเข่าคุยกันได้เอง ตามครรลองของผลประโยชน์ (ตน) ในวิถีการเมืองไทย

ฉะนั้นที่โบราณสอนไว้ว่า “อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้” นั้น จึงดูจะยังทันสมัยใช้การได้ตราบจนทุกวันนี้

.

พล่ามเสียเพลินจนแกงชืดหมดแล้ว เอาไปอุ่นเสียหน่อย เค็มน้ำปลาสักนิดพอให้ถูกปาก หวานไม่ต้องแล้วเพราะหวานจากยอดมะพร้าวอ่อนก็เกินพอ แกงถ้วยนี้รสออกไปทางแกงอ่อม หอมบ่ะแขว่นโชยบางและเผ็ดนำ

บ้านสวนไม่ค่อยกินเผ็ดกัน แต่ไม่เคยปฏิเสธน้ำใจใคร การที่คนเราหั่นคลุกขลุกโขลกอยู่หน้าเตา, นั่นว่าตั้งใจแล้ว แต่การตักใส่ชามเดินข้ามรั้วมาสู่กันกินนั้น, มันเป็นเสียยิ่งกว่า บ่อยครั้งผมจึงเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับความแตกต่างเอาจากรสมือนี่เอง

รสชาติแม้ไม่คุ้นลิ้น ไม่ถูกปาก แต่ไม่เคยเททิ้ง กินได้หมดแหละครับ เพราะบางครั้งการกินก็ไม่จำเป็นต้องอิ่มท้องเสมอไป

กินให้อิ่มอกอิ่มใจระหว่างกันบ้าง อะไร ๆ ก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น …

.

.

6 thoughts on “บ้านสวนถึงบ้านเมือง

  1. แหม! อยากทำแกงเหลือง แบบคนใต้ไปฝากคุณลุงแดงบ้างจัง แต่ไม่รู้จะถูกปากรึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ รสชาติเผ็ด ๆของพริกแดง กับสีสันจัดจ้านของขมิ้นเหลือง ช่างผสมสามัคคีกันได้อย่างลงตัวจริง ๆ ค่ะ ดูแล้วน่ากินและอร่อยที่สุด ว่าแต่คุณพี่ golb เคยกินมั๊ยคะ (คนใต้เรียกอีกอย่างว่า แกงส้ม เพราะนอกจากสีสันดูแล้วเป็นสีส้ม ยังมีรสชาติ ที่เปรี้ยวอีกด้วย)😉

  2. เอามาฝากลุงเอ้ก่อนดีกว่า…
    เคยกินแล้ว จัดจ้านสุดยอด
    แกงเหลืองหน่อไม้ดองกับไข่เจียว
    ผมต้องซัดข้าวเป็นกาละมังช่วยดับรสชาติเผ็ดร้อน
    กินข้าวอะไรวะ เหงื่อซกยังกะไปเล่นบอลมา!!!
    ตอนเขียนตอบคุณน้องนี่ เม็ดเหงื่อมันผุดขึ้นมาอออยู่บนจมูกแล้ว
    กับข้าวปักษ์ใต้นี่ผมชอบต้มส้มปลากระบอกกับคั่วกลิ้งเนื้อที่สุด

    เออ..แปลกเน๊าะ เหลืองข้นซะขนาดนั้น เรียกแกงส้ม???

  3. “ฯผมจึงเลือกที่จะเชื่อการเปลี่ยนแปลงโดยวิถีการพึ่งพาตนเองและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครมากกว่าฯ”

    ผมก็เหมือน…..

    เห็นภาพดอกสะแล ที่ไหนไม่รุ ต้นเป็นไง ถ่ายให้ดูหน่อยดิ

  4. เด๋ว (พรุ่งนี้) จะเมล์ไปให้นะครับ ตอนนี้อยู่โรงหมอ จีบพยาบาลอยู่ ไม่ว่าง😉

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s