ตัด-แต่ง

นอกจากการลด-ละ-เลิกใช้สารเคมีแล้ว “การตัดแต่งกิ่ง” เป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดต้นทุนการผลิตของสวนเรา ยิ่งกับไม้ผลด้วยแล้ว การควบคุมทรงพุ่มจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การค้ำยันกิ่ง และแรงงานในการเก็บเกี่ยวได้อย่างมาก น่าเสียดายที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ อาจเพราะยึดติดอยู่กับมายาคติของปริมาณในเชิงที่ว่า ยิ่งตัดแต่งมาก พื้นที่ให้ผลจะน้อยลง ปริมาณผลผลิตก็จะลดลงตามไปด้วย

ถูกครับ ไม่เถียงด้วย และไม่ได้มาชวนให้เชื่อหรือเปลี่ยนความคิดแต่อย่างใด …

การตัดแต่งกิ่งไม้ผลเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ บ้านสวนเราตัดแต่งกิ่งควบคุมความสูงของลำไยไว้ไม่ให้เกินมือคว้า โดยอ้างอิงกับผลงานวิจัยของ อ.พาวิน มะโนชัยและคณะ เรื่อง “การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ” (ดาวน์โหลดได้ที่เอกสารประกอบ) เป็นหลัก แล้วจึงลงสวนไปพร้อมกับทักษะและจินตนาการ

เหนื่อยแต่สนุกครับ ไอ้การตัดแต่งกิ่งเนี่ย! คุณต้อง “ตัด” เสียก่อนจึงจะรู้ได้ว่าต้อง “แต่ง” อย่างไร การตัดเป็นเหมือนการวางโครงร่างคร่าว ๆ แล้วจึงลงรายละเอียดด้วยการแต่งอีกที ฟังดูอาร์ต ๆ นะ เหมือนศิลปินสร้างงานศิลปะบนผืนผ้าใบ ผิดแต่ว่าเกษตรกรเราวาดมันลงบนผืนแผ่นดินเท่านั้น

และใช่แต่เพียงก้านกิ่งที่ถูกตัดแต่ง แต่หมายรวมถึงชีวิตชาวสวนด้วย

วิถีเกษตรแตกต่างจากวิถีทุนอยู่อย่างหนึ่งก็คือ “ไม่สะสม” อาจมองได้ว่าเป็นความประมาทในการใช้ชีวิต ไม่เตรียมพร้อมรับกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ผมว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่ขาดอะไรมากกว่า มันถึงพร้อมไปเสียแทบจะทุกอย่างกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แม้จะพร่องไปบ้างในบางสิ่ง แต่ก็อยู่ในวิสัยที่สามารถจับจ่ายขายแลกกันได้ ‘ไร่นาสวนผสม’ สามารถอธิบายความของย่อหน้านี้ได้เป็นอย่างดี

ที่เราไม่ขาดเพราะเรารู้จักตัด เราถึงพร้อมไม่อัตคัดเพราะเราตบแต่งชีวิตให้อยู่ในรูปในรอย จนได้ทรงเฉพาะเหมาะสมตามที่ใจต้องการ ยิ่งนานวันเราจะค่อย ๆ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปทีละอย่างสองอย่าง กิ่งกระโดง กิ่งน้ำค้าง กิ่งหางหนู กิ่งแห้ง กิ่งตาย กิ่งไขว้ กิ่งเป็นโรค-แมลงเจาะ กิ่งพวกนี้จะเก็บเอาไว้ทำไมครับ ไม่ให้ผลผลิตแล้วยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคแมลงร้ายอีก มิหนำซ้ำ ต้นไม้ยังต้องแบ่งอาหารไปหล่อเลี้ยงกิ่งเกะกะพวกนี้ แทนที่จะส่งไปบำรุงกิ่งที่ให้ผลผลิตอย่างเต็มที่

เท่าทีเห็น, ชีวิตในวิถีทุนมีกิ่งประเภทนี้อยู่เยอะเลย…หรือไม่จริง?

จะตัดแต่งกันทั้งทีก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือช่วย จำพวกเลื่อย กรรไกร บันได มีด นั่นมันสำหรับต้นไม้  แต่กับหัวใจคนแล้ว “ความมักน้อย” เป็นเครื่องมือสำคัญที่อยากให้เกษตรกรมีติดตัวไว้ ให้เหมือนกรรไกรแต่งกิ่งที่เหน็บสีข้างทุกครั้งที่ลงสวน แต่ถ้ามีดทู่กรรไกรทื่อ ตัดอะไรก็คงไม่ขาด แถมยังทิ้งแผลช้ำฉีกขาดให้กับชีวิต

ตัวช่วยที่ทำให้ความมักน้อยของเราคมกริบใช้การได้ คือ “การให้” ครับ อธิบายเป็นคำพูดคำเขียนได้ยาก แต่ถ้าใครเคยใช้หินลับมีดก็จะเข้าใจ มีดพร้าจะคมได้ ต้องแลกมาด้วยเนื้อหิน ความมักน้อยจะเกิดขึ้นได้ เราต้องรู้จักให้-รู้จักเสียสละเสียก่อน ฉันใดก็ฉันนั้น

เกษตรกรเราจะฟุ้งเฟ้อเรอยศเหมือนคนอื่นนั้นคงจะไม่ได้ มันเหมือนอาชีพที่ถูกสาป แต่สาปให้สุขแท้อย่างยั่งยืน ถ้าเข้าใจในวิถี …

ขอทิ้งท้ายด้วยเรื่องการตัดแต่งกิ่งลำไยกันอีกสักนิด มีอยู่ ๒ จาก ๔ รูปแบบของงานวิจัยที่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับการตัดแต่งกิ่งไม้ผลในสวน ส่วนผลการวิจัยเป็นอย่างไรอยากให้ไปศึกษาจากลิงค์ของเอกสารงานวิจัยข้างต้น ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นทั้งการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอก-ติดผล ปริมาณและคุณภาพผลผลิต ต้นทุนและผลตอบแทนของแต่ละรูปแบบทรงพุ่มที่ทำการศึกษาวิจัย

สองรูปแบบที่ว่าประกอบไปด้วย

แบบที่หนึ่ง “ทรงฝาชีหงาย” เป็นการตัดกิ่งกลางทรงพุ่มและกิ่งหลักที่ทำมุมกับพื้นเกิน ๔๕ องศา ออกจนเหลือทรงพุ่มชั้นเดียว เรียกอีกอย่างว่า “ทรงแบน” ส่วนตัวแล้วผมชอบทรงพุ่มลักษณะนี้ที่สุดเพราะดูแลรักษาง่าย และจากประสบการณ์ของตัวเอง การจะตัดแต่งกิ่งให้ได้รูปทรงอย่างนี้ ต้องตัดใจให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

แบบที่สอง “ทรงเปิดกลางพุ่ม” ก็ตามชื่อนั่นละครับ เป็นการตัดกิ่งที่อยู่กลางทรงพุ่มออก ๒-๓ กิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถตัดอกตัดใจที่จะแต่งกิ่งทรงฝาชีหงายได้ ตัวผมเองก็เริ่มที่ทรงนี้ก่อนหนึ่งรอบจนครบหมดทุกต้น แล้วจึงกลับมาเลือกว่าจะทำทรงฝาชีหงายกับต้นไหนได้บ้าง เหมือนเป็นการซ้อมก่อนแข่งจริง การซ้อมจะให้เราทั้งทักษะและความชำนาญ สองอย่างนี่เองที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดและแม่นยำ

ปริมาณผลผลิตที่ลดลงจะถูกชดเชยด้วยคุณภาพที่ดีขึ้น และยิ่งถ้าเสริมความหลากหลายของพันธุ์พืชเข้าไปด้วยแล้ว ผมมั่นใจว่าเกษตรกรไทยจะสามารถอยู่ได้อย่างปกติสุขตามอัตภาพ ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร รู้ทั้งรู้ว่าปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมาจากปริมาณที่ล้นเกิน แล้วทำไมไม่ลองเล่นเรื่องคุณภาพกันดูบ้าง

ขายน่ะขายได้ครับ ไม่จำเป็นต้องปลูกเพื่อกินเท่านั้น แต่ขายอย่างไรให้พอดีปากคนกิน ไม่เหลือเรี่ยราดราคาตก และไม่ขาดจนแพงขูดเลือดขูดเนื้อกัน…

.

……………

.

เอกสารประกอบ : การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบ ต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ

.

.

2 thoughts on “ตัด-แต่ง

  1. โห! แสดงว่าทั้งต้นลำไยของพี่หน้าตาแบบนี้ทั้งนั้นเหรอคะ
    นี่เป็นหลักธรรมะขั้นพ้นฐาน ที่สามารถฝึกได้ จากการดำเนินชีวิตประจำวัน เลยนะคะเนี่ย
    การตัดใจ ที่จะกระทำบางอย่าง เพื่อเห็นผลดีระยะยาวในด้านคุณภาพ โดยยอมลดในด้านปริมาณ

    ปล.ภาพลำไยลูกโต ๆ แบบนี้ หน้ากินจังเลย

  2. ก็ประมาณนี้ละครับ แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมดเสียทีเดียว แต่ละต้นก็มีความต่างให้จดจำ
    จริง ๆ ธรรมะก็คือการทำงานอย่างที่พระท่านว่า ไม่ใช่เรื่องสูงส่งอะไรเลย
    สำคัญคือต้อง “ฝึก” บ่อย ๆ
    ลองดูสิ…
    แค่ตัดใจได้อย่างเดียว ปัญหาหลาย ๆ อย่างในชีวิตก็ดูจะผ่อนคลายลงไปเยอะ

    ปล. อยากให้ลำไยลูกละสิบบาทเหมือนในรูปจังเลยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s