หอมดอกประเดหวี

.

อาจไม่คุ้นกันนักกับอีกชื่อหนึ่งของต้นวาสนา ‘ประเดหวี’ หรือ ‘มังกรหยก’ ดอกไม้ที่ว่ากันว่ายากนักที่จะออกดอก ใครปลูกแล้วได้ดอกมาชม ได้ดมกลิ่นโชย มักจะมีโชคลาภวาสนามหาเศรษฐี

ไม่จริงหรอก … สวนเราปักท่อนพันธุ์ลงดินได้สามหนาวก็ออกดอกแล้ว ไม่ต้องลุ้นต้องเสี่ยงทายอะไร น่าจะเป็นที่พื้นสันดานของไม้พันธุ์นี้ที่ต้องกระทบหนาวจัดจริง ๆ จึงจะออกดอก ลมฟ้าอากาศในบางถิ่นอาจจะอุ่นเกินไป เราจึงเห็นการเจริญเติบโตทางลำต้นและทางใบเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งเวลาผ่าน ต้นยิ่งสูงใหญ่ เลยดูเหมือนว่าโชควาสนาของเรามันไกลเกินเอื้อมออกไปทุกที … เป็นตุเป็นตะขนาดนั้นเชียว

พระท่านว่า “วาสนา” นั้นหมายถึง อาการกายวาจาที่เป็นลักษณะพิเศษของบุคคล ซึ่งเกิดจากกิเลสบางอย่างและได้สั่งสมอบรมเป็นเวลานานจนเคยชินติดเป็นพื้นประจำตัว แม้จะละกิเลสนั้นได้แล้ว แต่ก็อาจจะละอาการกายวาจาที่เคยชินไม่ได้ เช่น คำพูดติดปาก อาการเดินที่เร็วหรือเดินต้วมเตี้ยม เป็นต้น

ดูหลวงพ่อคูณเป็นตัวอย่าง แม้ท่านจะเป็นอริยสงฆ์ แต่ก็ยังพูดมึงกูติดปากอยู่เป็นประจำ เหตุเพราะวาสนาของท่านเป็นเช่นนั้นนั่นเอง ซึ่งผิดไปจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ กระทั่งราชบัณฑิตก็ตาม ที่ตีความ “วาสนา” ไปในทางบุญบารมีเก่าหรือกุศลกรรมที่ทำให้ได้รับลาภยศชื่อเสียง ออกไปในแนวแฟนตาซีที่ต้องกราบกรานอ้อนวอน ในยามลำเค็ญก็ทดท้อต่อว่าตัวเองว่าไร้ซึ่งวาสนาเข้าไปโน่น

ลองมองผ่านแว่นตาธรรมก็จะเห็นได้ว่า “วาสนา” เป็นเพียงความเคยชินของทั้งใจและกายที่สั่งสมบ่มผ่านความรู้สึกนึกคิดและการกระทำ ใครเคยชินอย่างไรก็เป็นวาสนาอย่างนั้นของคนนั้น คิดทำสิ่งใดไปตามวาสนาหรือจะว่าวาสนานำพาให้ทำไปก็ไม่ผิดนัก

เราจึงสร้างวาสนาเองได้ ไม่ต้องบนบาน อยากมีวาสนาดี แค่ทำให้สิ่งดีงามเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับชีวิต คิดแต่สิ่งที่ดี ทำในสิ่งดี อยู่ในที่ที่ดี สั่งสมจนกลายเป็นความเคยชินที่ดี ๆ

จะต้นวาสนา จะดอกโป๊ยเซียน จะว่านเศรษฐีมหาลาภ หรือไม้มงคลอื่นใด ก็เป็นแค่ต้นไม้ต้นหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถดลบันดาลให้ใครได้ดีมีโชคหรือร่ำรวยได้ทันตา ที่ต้นไม้ทำได้ก็คือ ให้ร่มเงายามเรารุ่มร้อน ยิ่งในวันดอกไม้บาน จิตใจของเราก็จะเบิกบานตามไปด้วย เมื่อกายเย็น ใจก็เย็นตาม เมื่อใจเบิกบาน ร่างกายก็สดใสแข็งแรง พร้อมสู้

กายใจที่พรักพร้อมต่างหาก คือ “วาสนา” ของแต่ละคน จะมีก็แต่หนึ่งสมองกับสองมือของเราเท่านั้น ที่จะนำพาให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังได้

ความเชื่อไม่ใช่สิ่งผิด แต่ต้องชั่งใจด้วย การร้องขอใด ๆ ต้องรอจึงจะได้มา ไม่ว่าสิ่งที่เชื่อนั้นจะมีจริงหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ดังหวัง ผิดกับการลงมือทำที่ไม่ต้องรอ เห็นผลทันที ถ้าสำเร็จก็ต่อยอดขยายผล หากล้มเหลวก็แก้ไขปรับปรุง

.

ร้องขอกับตัวเองดูบ้าง ดูซิว่าเราจะดลบันดาลให้ตนเองสมหวังได้หรือไม่ … อย่างไร

.

มีแต่ดอกมาให้ชม แต่ให้ดมไม่ได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ … รักจะชมดอกวาสนาต้องให้กลิ่นโชยผ่านจึงจะหอมตรึงใจ ความที่เป็นดอกไม้กลิ่นหอมแรง ถ้าดมใกล้ ดมนาน จะพาลหอมเอียนเวียนหัวเอาได้ .

.

.

………………

.

ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) หรือเข้าไปที่ http://www.84000.org/tipitaka/dic/

ปล. ที่เห็นแต่ดอกตูมเพราะเป็นความชอบส่วนตัว อีกอย่างดอกวาสนาจะบานยามค่ำคืน จึงเป็นการยากที่จะแซะตัวเองออกมาจากผ้านวมหนา ๆ ถุงนอนอุ่น ๆ ในคืนหนาวของเดือนมกราคมอย่างนี้ ส่วนตัวแล้วแค่ได้เห็นดอกไม้แรกแย้มแอบยิ้มให้ก็ชื่นใจพอแล้ว ไม่ต้องถึงกับบานเต็มช่อก็ได้

.

.

5 thoughts on “หอมดอกประเดหวี

  1. อืมม์ ดอกวาสนา หน้าตาเป็นเช่นนี้นี่เอง
    ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้ได้รู้จักค่ะ

  2. มีคำถามมารบกวนสัก ๒ ข้อ ครับ

    ๑. เคยได้ยินว่า ปลูกต้นวาสนาแล้วห้ามตัด (ตัดวาสนา) เคยได้ยินไหม ? (นับเป็นคำถามกึ่งบ่น)

    ๒. บ้านผม ใต้ระเบียงไม้ อาจมีรังมดคันไฟ เย็นๆ กลับไป เจอพวกเขาโผล่มาเดินเล่นหลายร้อย! มีสมุนไพรอะไรพอช่วยได้ไหม ผมไม่อยากใช้ยาฆ่าแมลง (แค่อยากไล่เขาไป)

    : )

  3. ถึง คุณอรรถ

    ๑. เคยครับ คงเอาไว้ปรามพวกใจเร็ว เพราะวาสนาจะออกดอกได้ วัยต้องถึง (สามปี up)บรรยากาศต้องให้ (เย็น) พวกใจร้อนปลูกแล้วไม่ออกดอกซะที ก็ตัดก็ตอนมันซะเลย กะให้แตกมาใหม่ สุดท้ายก็แตกแต่ใบ เหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่ เสียเวลาเปล่า ๆ

    หรือไม่ก็ …

    ถ้าตัดแล้วอาจจะแตกเป็นหลายก้านหลายกิ่ง ดูเปะปะ ไม่เป็นเปล้าตรงสวยเหมือนลำอ้อย กระมัง?

    ๒. กับเรื่องมด ผมคิดว่าไม่มีวิธีไหนจะหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้ ยังไงก็ต้องมีบาดเจ็บล้มตาย แม้จะใช้สมุนไพรก็ตาม ส่วนตัวผมเองใช้ “น้ำส้มควันไม้” ครับ ใช้ได้ทั้งกับมดและปลวก ได้ผลดี

    ถ้าโบราณหน่อยก็ ‘หนอนตายหยาก’ เอามาทำเหยื่อพิษ ตำให้ละเอียด เอาไปคลุกกับน้ำมันหมู (หรืออะไรที่มดชอบกิน)

    ถ้าจะไล่ ต้องเน้นสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน รสชาติแสบสันต์ ลองนึกเอาว่าถ้าเราโดน เราจะหนีไหม ?

    สะเดา ยาเส้นหรือยาฉุน พริก เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สกัดด้วยแอลกอฮอล์จะเข้มข้นและรวดเร็วที่สุด (เหล้าขาวก็ได้) แช่ให้พอท่วม คืนเดียวก็ใช้ได้ ยิ่งนานยิ่งข้น ก่อนใช้ก็เจือจางกับน้ำซะหน่อย (อัตราความเข้มข้นขึ้นกับความเมตตาในขณะนั้น)

    ‘หางไหล’ หรือ ‘โล่ติ๊น’ ก็น่าใช้ อันนี้เขาเอาไปเบื่อปลา (หางไหลแดงจะมีฤทธิ์รุนแรงกว่าหางไหลขาว)

    หรือใช้น้ำเกลือ (น้ำ+เกลือ) ราดรดรัง

    หรือใช้น้ำฉีด หลอกว่าน้ำท่วม จะได้ย้ายไปทำรังที่อื่น มดชอบที่เย็น ๆ แต่ไม่ชอบที่แฉะ ๆ (ก็คงเหมือนคน) ปลูกหญ้าทับไปเลยน่าจะดี อย่าปล่อยให้ดินเปลือย มีต้นไม้ใบหญ้าคลุมดินจะได้หมั่นรดน้ำ มดคงจะทนอยู่ไม่ได้นะ ผมว่า

    ถ้าไม่ถึงกับทำให้อยู่ไม่สุข ผมจะปล่อยให้เค้าอยู่ด้วยไปตามธรรมชาติ สักพักเค้าก็จะย้ายไปที่อื่นตามลมฟ้าอากาศหรือฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ทั้งมด ต่อ แตน ผึ้ง (ยกเว้นปลวก) แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องตัดใจทำบาปกันบ้าง

    ทำไงได้ …

    ตอนนี้นึกได้เท่านี้อ่ะครับ ถ้ามีอะไรใหม่ ๆ จะเอามาเล่าสู่ให้กันฟังอีกรอบ

    : )

  4. อันนี้ไม่อาจทราบได้ครับ

    “อริยสงฆ์” หรือ “อริยบุคคล” ใครเป็น คนนั้นรู้ตัวเอง ไม่โอ้อวดโพทะนา การบอกกล่าวป่าวประกาศนั้นถือว่ายังยึดติด ไม่บรรลุอย่างแท้จริง

    ที่เขียนนั้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ ผมพิจารณาจากวัตรปฏิบัติของท่านเป็นสำคัญ ปฏิปทาของท่านกับความหมายของคำว่า “อริยสงฆ์” ก็สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดี

    เลยคิดว่าคงไม่เสียหายอะไรนักกับการยกย่องสรรเสริญ “ความดี”
    🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s