อยากให้ลูกไม้หล่นไกลต้น

.

.

การปลูกต้นไม้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วในการแต้มสีเขียวลดร้อนให้กับโลก และจะมีความหมายมากขึ้น ถ้าเราเพาะเราชำด้วยมือของเราเอง หลายคนพูดกันว่าการจะอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างยั่งยืน ต้องปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน ฟังดูอาจจะรู้สึกว่ายาก แต่สำหรับผมแล้ว แค่เราหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงถุงชำ เฝ้าดูแลและรอคอยด้วยความหวัง อย่างมีความสุข ไม่ร้อนรน นั่นเท่ากับว่ารากรักษ์ได้หยั่งลึกลงในจิตใจเราแล้ว

พร้อมกับลมแล้ง เม็ดไม้จากป่าทั้งนอกและในสวน ทยอยร่วงร่อนนอนเกลื่อน เก็บมาเพาะไว้รอฝนแล้วก็ยังเหลืออยู่อีกโข เลยอยากเชิญชวน ใครสนใจอยากปลูกต้นไม้ เรามาเริ่มตั้งแต่เริ่มกันดีกว่า เพาะก่อนแล้วค่อยปลูก รอคอยจนเม็ดกลายเป็นกล้า พอฝนมาก็พาลงดิน จะที่ไหน ก็แล้วแต่ใจคุณ

เราหลงอยู่ในวังวนของ ‘การรับรู้’ จนจะกลายเป็นความเฉยชา แชเชือน ถึงวันนี้ก็ยังไม่สายที่จะ ‘ลงมือทำ’ แม้จะไม่เห็นผลในรุ่นนี้ แต่เราไม่คิดจะหลงเหลือสิ่งดีดีไว้ให้คนรุ่นหลังบ้างเชียวหรือ?

จะวันนี้วันพรุ่ง จะเดือนโน้นเดือนไหน หรือจะปีหน้าปีใน เม็ดไม้เหล่านี้จะรอคุณๆ อยู่ที่นี่ แค่บอกให้รู้ ผมจะส่งไปให้ หรือใครอยากแลกเปลี่ยนแบ่งปัน จะยินดียิ่ง

.

อยากให้ลูกไม้ได้หล่นไกลต้น … ไปหล่นในใจคุณเป็นไง?

.

บ้านสวนมีลูกไม้อยู่ ๔ สายพันธุ์ครับ พลวง เหียง ประดู่ และมะค่า เป็นไม้พื้นของป่าเต็งรัง ผมพามาให้ดูทั้งแม่ไม้ทั้งลูกไม้เลย ใครสนใจอยากเอาไปเพาะ เมล์มาได้ที่ teeradejk@gmail.com ผมจะจัดส่งไปให้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไว้ผมจะรอเก็บเอาตอนที่คุณคุณปลูกต้นไม้กันเยอะเยอะ จนฝนตกต้องตามฤดูกาล น้ำท่ากลับมาบริบูรณ์ วันนั้นเกษตรกรอย่างเราเราจะเก็บพันธุ์เกี่ยวผลกันอย่างสนุกสุขหัวใจ

.

ยางพลวง หรือ ตองตึง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.)

.

ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus Kurz.)

.

ยางเหียง (Dipterocarpus Obtusifolius Teijsm.ex Miq.)

.

มะค่าแต้ (Sindora siamensis Teijsm. ex Miq.)

.

ชีวิตน้อยน้อยเหล่านี้ได้ล่องใต้สู่บางถิ่นที่ของชุมพรไปบ้างแล้ว คล้อยหลังจากเม็ดไม้บางพันธุ์จากแดนใต้ได้เดินทางขึ้นเหนือมาขออยู่ด้วยได้พักใหญ่ๆ … สิ่งที่ได้และสิ่งที่ให้ ใช่เพียงลูกไม้เมล็ดพันธุ์ มากกว่านั้น คือ ‘มิตรภาพ’ และ ‘น้ำใจไมตรี’ ที่คนพึงมีให้กัน แค่นี้ก็ฉ่ำใจคลายร้อนไปเยอะแล้วล่ะครับ
.

.

13 thoughts on “อยากให้ลูกไม้หล่นไกลต้น

  1. ได้รับและงอกรากขาวตั้งแต่เดินทางแล้ว

    บอกก่อนว่า 15 วันหลังจากหล่น…หากไม่เพาะลงดิน เม็ดไม้ตระกูลมีปีกสองปีกทั้งหลาย อาจจะฝ่อและไม่งอกในที่สุด

    ดังนั้น หล่นแล้ว ลงดินหรือจัดส่งทันที อย่าเก็บรวบรวมให้มากแล้วแบ่งกองแจกจ่าย เพราะจะเสียเวลาในการเดินทางไปอีกอักโข

    น้อยไม่เป็นไร รับคนละห้าเม็ด สิบเม็ดยี่สิบเม็ด ปลูกให้งอกก่อน แล้วค่อยทะยอยส่งยังทัน สำหรับมะค่า 3 ปีก็ไม่ฝ่อ ประดู่ไม่แน่ใจ….

    ปล. เคี่ยมของผมก็เช่นกัน หากไม่ลงดิน อาจจะฝ่อแล้วก็ได้ มีหนอนอยู่ในเมล็ดด้วย ลองเช็คดู

    ด้วยมิตร

  2. ขอบคุณครับพี่ที่ท้วงมา ผมมองข้ามเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย กลับไปเปิดตำราดูก็จริงอย่างพี่ว่า เลยอยากคัดมาให้อ่านกัน น่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจบ้าง

    จากหนังสือ “การปลูกไม้ป่า : หนังสือคู่มือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามโครงการพัฒนาป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๓๖” ส่วนป่าชุมชน สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้

    (หน้า ๗๑) … สำหรับเมล็ดไม้วงศ์ยาง (เมล็ดไม้มีปีกทั้งหลาย) จากการศึกษาพบว่า ความมีชีวิตของเมล็ดเกี่ยวข้องกันอย่างมากกับความชื้นภายในเมล็ด ซึ่งถ้าน้อยกว่า ๓๐% เมล็ดไม้วงศ์ยางจะตาย หรือมีเปอร์เซ็นต์การงอกน้อยมาก และพบว่าความชื้นของผลมีอยู่ในส่วนปีกมากที่สุด ดังนั้นถ้าเราทำการเด็ดปีกออกก่อนทำการเก็บเมล็ดจะสูญเสียความมีชีวิตเร็วกว่าเก็บไว้ทั้งปีกมาก และจากการทดลองการเก็บรักษาเมล็ดในถุงผ้าพบว่า เก็บไว้ที่อุณหภูมิ ๑๕ องศาเซลเซียส จะเก็บไว้ได้นานที่สุด รองลงมาคือเก็บไว้ในสภาพธรรมชาติ
    และจากการศึกษาเมล็ดไม้วงศ์ยางที่ร่วงมาจากต้น ๑-๒ วัน ความมีชีวิตของเมล็ดจะมีประมาณ ๗๕% เมล็ดจะถูกทำลายโดย ค้างคาว หนู กระรอก และแมลงต่างๆ ประมาณ ๔๓% และอีก ๙% เป็นเมล็ดที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการเก็บเมล็ดคือเก็บจากบนต้นเมื่อเมล็ดแก่ก่อนจะร่วงลงมา แล้วทำการรีบเพาะทันที

    (หน้า ๑๐๑) … สำหรับประดู่ โดยทั่วๆ ไปการเพาะเมล็ดที่เก็บมาใหม่จะได้ผลดีกว่า แต่บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาเมล็ด (ผล) ไว้เพาะในฤดูเพาะ ผลประดู่ที่เก็บมาส่วนใหญ่จะมีความชื้นอยู่ควรทำให้ผลแห้งโดยการเกลี่ยให้กระจายไปบนลานซีเมนต์หรือพื้นดินแข็ง แล้วบรรจุผลที่แห้งดีแล้วลงในกระสอบป่านแล้วปิดให้สนิท เก็บไว้ในที่ร่มซึ่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก อย่าให้ถูกละอองฝนหรือลมพัดโดยตรง ผลหรือเมล็ดประดู่นั้นสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ๑ ปี อัตราการงอกจะลดลงไม่เกิน ๒๐%

    ส่วนไม้มะค่า ไม่มีข้อมูล แต่ถ้าสามปีไม่มีฝ่ออย่างที่พี่ว่า จะได้สต็อกเก็บไว้อย่างสบายใจ

    .

    .

    ตำรากระดาษนั้นถ้าไม่หยิบมาทบทวนก็หลงลืม ผิดกับตำราคนที่จะคอยทักคอยท้วง ด้วยห่วงใย

    จริงจริง

  3. น่าสนใจครับ
    แต่บ้านผมมันทาวเฮาส์ เหมาะกับไม้เล็กๆ

    ปล. อ่านหัว Entry แล้วแอบนึกถึงเรื่องการเมืองบางเรื่องครับ

  4. ปล.อีกที หากไม่มีเวลามากนักในการเก็บเม็ดไม้ ก็ใส่กระสอบปุ๋ยไว้ แล้วรดน้ำหมาด ๆ เช็คดูการงอกโดยไม่ได้เด็ดปีกออก หากงอกรากเกินครึ่งก็ปลูกได้เลย

    แต่หากจะแจก หากสอยหรือยิงหนังสะติกให้มันร่วงได้ ดีมาก แต่หากทำไม่ได้ จะรอเก็บก็ต้องลองผ่าดู สังเกตสีของปีกอับสีของเม็ด หากเป็นสีเดียวกันเมื่อไหร่ ไม่ค่อยมีชีวิตแล้ว

    มะค่า – หากจะปลูกก็ เจียรเม็ดหน่อยนึง ให้เห็นเยื่อในขาว ๆ เพาะไม่กี่วันงอก หากไม่มีหินเจียรก็แง๊บกับคีมคม ๆ ด้านที่มีปุ่มขาว ๆเหลือง ๆ นั้นแหละ…เอาปุ่มนั่นออกแล้วแง๊บหน่อยนึง..

    งอกง่าย แลนาฯ

  5. จริง ๆ แล้วประดู่ก็คล้ายกัน แต่ต้องเอาเปลือกนอกออกเวลาที่จะเพาะ แล้วแง๊บนิดนึงเหมือนกัน เคยเห็นในโครงการในพระราชดำริแถบประจวบ พอดีรู้จักบางใคร ในนั้น

    เห็นการเพาะกล้าไม้เพื่อช้างป่าที่กุยบุรี แล้วเกิดวาบความคิด

  6. คุณเอก

    ไม่ต้องปลูกที่บ้าน เพาะรอไว้ ชีพจรลงเท้าอีกเมื่อไหร่ ก็หิ้วเค้าไปด้วย ไปปล่อย ไปปลูก

    ปล. ลูกไม้ชั่วชั่ว มันหล่นไม่ไกลต้นหรอกครับ มันกลัว ไอ้สันขวานพวกนี้ยิ่งกลัวก็ยิ่งกร่าง

    .

    .

    สายลมลอย

    ขอบคุณครับ … วาบความคิดใด? ไขขานให้อ่านกันบ้าง เน้อ

  7. ปลูกต้นไม้ก็เหมือนมีเครื่องผลิตเงินอยู่กะตัวแล้ว โดยมากผมปลูกพืชที่กินได้มากกว่า
    โดยเฉพาะพวกที่กินยอดสดๆ น้ำพริก ข้าวร้อนๆ มีไข่ มาประกอบ พอแล้วชีวิตผม

  8. ผมชอบBlogนี้นะครับ แอบแว้บมาเยี่ยมเป็นประจำ เพราะผมก็ชอบต้นไม้ ชอบเกษตรอินทรีย์ และก็อยู่เชียงใหม่ด้วย กะว่าถ้ามีโอกาสจะแวะไปเยี่ยมที่สวนนะครับ

    โอ๋ อิ่มเอม

    ปล.แวะเข้าไปที่ blog imaim บ้างเน้อ / ผมขออนุญาตLink blogบ้านสวน ไว้เผยแพร่ให้คนอื่นทราบด้วยนะคับ

  9. ยินดีครับ โอ๋

    ผมมีเม็ดไม้อยู่บ้าง ทั้งที่เรี่ยหล่นอยู่ในสวน และที่มิตรให้มา

    ถ้าสนใจ ขอที่อยู่ จะส่งไปให้

  10. เราน่าจะมีการนัดพบชวนเพื่อนๆในกลุ่มพบปะกันบ้างเนอะ เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองดีๆกัน
    ใครอยู่เชียงใหม่บ้าง พี่ golb รู้บ้างหรือเปล่าครับ?
    wordpress society…

  11. คอมเมนต์ไม่ขึ้น ให้ลองเข้าไปที่หน้า dashboard คลิกไปที่ comments อาจจะอยู่ใน awaiting moderation หรือใน akismet spam

    ขยันอัพบล็อกจริงๆ อ่านไม่ทัน

    golb

    ……………………….
    เฮอะๆ ได้รับอีเมลล์แล้วเข้าไปเช็คดูตามที่บอก ก็ไม่เจออะไรเลยพี่ คุยกันที่บล็อกพี่ก็ได้ไม่เป็นไร อิอิ…

  12. แวะเข้ามาน่ะคะ
    จับใจกับภาพผลลูกยาง ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ เคยเห็นมันปลิวไปตามสายลม จากต้นยางสูงใหญ่
    พาลนึกต่อไปถึงตอนเด็กๆ ที่เที่ยวเล่นไปในสวนภูเขาใกล้บ้าน เพื่อไปเก็บฝักของไม้ชนิดหนึ่ง มาเล่นขายของตามประสาเด็กๆ
    ตอนเด็กๆ เคยเข้าใจว่า ลูกยางแบบนี้มีเฉพาะในภาคใต้ ซื่อบื้อจริงๆ
    รูปถ่ายได้สวยมาก
    หวังว่า ลูกไม้คงหล่นไกลต้น..ไปทั่วเมืองไทยน่ะค่ะ

  13. ครับ แอบหวังไว้เช่นกัน🙂

    นอกจากชุมพรแล้ว เม็ดไม้เหล่านี้ยังได้ไปเที่ยวทะเลแถบชลบุรีบ้างแล้ว ที่เพาะไว้ก็ยืดต้นชูใบกันสลอน อีกไม่นานคงต้องหิ้วเข้าป่าหลังบ้าน

    ลงดิน … คืนดอย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s