ชีวิตชีวาของป่าหนาว

.

ก่อนป่าจะโศก ธรรมชาติก็ได้บรรจงแต้มสีสันสดใสให้กับพงไพร ในโอบล้อมของดงดอยน้อยใหญ่รอบๆ สวน ผืนป่าเล็กๆ ผืนนี้ได้เติบใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตา ลมฟ้าอากาศได้ขับสีสันของป่าให้โดดเด่นเห็นชัดขึ้นกว่าเมื่อปีก่อนปีกลายมากมายนัก สีแดงจากหมู่ไม้้รังสลับเหลืองของเหล่าไม้เต็ง พากันแต่งแต้มแซมซ่อนอยู่บนผืนป่าสีเขียว พริ้งพราวทั้งราวไพร

ทุกทุกปีลมหนาวจะหอบเอาความเย็นและแห้งมาฝาก พร้อมๆ กับพัดพาเอาความชุ่มชื้นออกไปจากผืนป่า ผ่านดิน … ผ่านใบ ต้นไม้จึงต้องหยุดโต หยุดปรุงอาหาร และทิ้งใบลดการคายน้ำเพื่อความอยู่รอด ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีที่เราเห็นสวย ก็เพื่อเก็บ ‘คลอโรฟีลล์’ พ่อครัวใหญ่ประจำบ้าน เอาไว้ในลำต้น เปลี่ยนจากสีเขียวชินตาเป็นหลายหลากสี เหลือง แดง แสด ส้ม ม่วง สิ้นสุดที่สีน้ำตาล จึงทิ้งตัวลงคลุมดิน ช่วยลดการสูญเสียน้ำ ผ่านใบ ผ่านดิน

เข้าทำนอง “พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต” แต่ธรรมชาติซับซ้อนและเอื้ออาทรกว่านั้น ในกลไกของผืนป่าิไม่มีใครเอาตัวรอดเพียงลำพัง จะไม่มีการผลัดใบจากต้นไม้ทุกต้นพร้อมๆ กัน แล้วต่างก็ยืนต้นให้แดดเผาจนตาย จะไม่เห็นต้นไม้หวงใบไม่ยอมร่วง แล้วตั้งหน้าตั้งตาดูดน้ำในดินที่มีน้อยอยู่แล้วให้เหลือน้อยลงไปอีก … จนหมด สุดท้ายก็ต้องยืนต้นรอวันเฉาตายไปด้วยกันทั้งผืนป่า

เราจะเห็นบางต้นที่ใบกำลังทยอยร่วง ในขณะที่อีกหลายต้นกำลังผลิใบ และอีกไม่น้อยยืนต้นเปล่าเปลือย ทุกชีวิตต่างทำหน้าที่ของตน เพื่อยังร่มเงาไว้กันแดดเผาดิน ทั้งเป็นร่มเงาให้กันและกัน ใบร่วงห่มคลุมดินลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยไปกับอากาศ คนละไม้ละมือช่วยกันรักษาความชุ่มชื้นที่มีอยู่น้อยนิด ประคับประคองทุกชีวิตในผืนป่าให้ก้าวผ่านความเลวร้ายของสภาพอากาศ จนถึงวันที่ฝนหยดแรกกระทบดิน วันที่ผืนป่าจะกลับมาสดชื่นเขียวขจีอีกครั้ง

จะอยู่ให้รอด ต้องไม่แก่งแย่ง

ตัวผมเองห่างเหินการชมไพรใกล้ๆ บ้านมานานพอดู อาจเพราะวิถีชีวิตที่ไม่ต้องยังชีพหรือพึ่งพาอาศัยป่ามากนัก หรือเพราะอยู่ใกล้กันเกินไป ความใส่ใจจึงมีให้กันน้อย แต่ปีนี้ป่ามันแดงจับใจจริงๆ อดใจไม่ไหวต้องคว้ากล้วย คว้ากล้อง ไปล่องไพรกันหน่อย

เที่ยวนี้จะพาชมแกลลอรี่เล็กๆ ของศิลปินป่า อยู่หลังบ้านผมนี่เอง

.

.

………………

.

ขอตอบคุณ observer ต่อท้ายโพสต์นี้ละกัน เพราะในคอมเมนต์มันลงรูปไม่ได้
ถ้าจะตอบแบบนักภูมิศาสตร์ก็ต้อง

เส้นรุ้งที่ 18 องศา 29 ลิบดา 54.94 ฟิลิบดา เหนือ
เส้นแวงที่ 99 องศา 07 ลิบดา 52.37 ฟิลิบดา ตะวันออก

ดังรูป ศรชี้

แต่ถ้าตอบแบบมหาดไทยก็ต้อง บ้านเด่นนกแต้ ตำบลศรีบัวบาน ชายขอบอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หมู่บ้านนี้มีไม่กี่หลังคาเรือน อยู่กันห่างๆ เป็นสวนซะส่วนใหญ่ ทางซ้ายของรูปก็คือป่าหลังบ้านที่ว่า เป็นหางๆ ของดอยขุนตาน จริงๆ ก็ไม่เล็กนะ ใหญ่เอาการเหมือนกัน เป็นป่ากำลังฟื้น ยังไม่ขลัง หน้าฝนน้ำไหลบ่าลงมายังขุ่นอยู่เลย คงอีกหลายสิบปีกว่าจะอยู่ตัว

.

8 thoughts on “ชีวิตชีวาของป่าหนาว

  1. ทำให้นึกได้ว่า ตัวเราทุกวันนี้มัวแต่ทำอะไรอยู่ ภาพที่เราเห็นทุกวัน เช้า มองภาพผ่านกระจกรถระแวดระวังไม่ให้ไปชนใครเข้า ถึงที่ทำงาน ก้มหน้าอยู่กับกองเอกสาร ผ่านเที่ยง ไปถึงเย็น ขับรถกลับบ้าน อาบน้ำ กินข้าว ดูทีวี นอน…… ถามตัวเองว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ นานเพียงไหนแล้วที่ไม่ได้เงยหน้ามองท้องฟ้า แวะทักทายกับต้นหญ้าเล็กๆริมทาง เฝ้ารอดูดอกไม้เล็กๆ ที่จะผลิบาน วิถีทางแห่งความสุขที่แท้จริงและง่าย ทำไมเราถึงลืม ? ทำไมเราชื่นชมความงามเหล่านี้ผ่านทางหน้าจอ ทีวี หรือจออะไรก็แล้วแต่ เพียงแค่เราปิดไอ้จอนั่น แล้วเดินออกไปข้างนอก วิถีนั้นอยู่รอบ ๆ ใกล้ ๆ ตัวเรา
    ขอบคุณ “บ้านสวน” ที่ทำให้ชีวิตนี้ “ละมัย” ขึ้น ขอบคุณ…

  2. ในฐานะคนชอบถ่ายรูป และชอบเที่ยวถ่ายรูปในที่ๆมีต้นไม้เยอะๆ
    อยากบอกว่า “อิจฉา” คนมีสวนหลังบ้านเช่นนี้มากครับ🙂

    ปล. อยากรู้จังว่า “บ้านสวน” ของคุณ golb อยู่ที่ไหน
    เพราะเห็นมีอะไรๆแจ๋วๆมาโชว์ได้ทุกเดือนเลย … น่าอิจฉาจริงๆ !!

  3. observer :
    ผมตอบ ปล. ต่อท้ายโพสต์ข้างบนนะครับ สนุกๆ

    บุญหลาย :
    เขียนดีนี่หว่า จะรออ่าน
    เฮ่ย! ดูทีวีก็ ‘ละมัย’ ได้ ถ้าสันดานดีซะอย่าง

  4. ที่บ้านผม คุณต้นไม้ก็กำลังผลัดใบครับ
    ไม่ใช่ว่าเพราะหน้าหนาวนะครับ
    แต่อาผมลืมมารดน้ำต้นไม้ให้
    ไม่อยู่บ้าน 1 อาทิตย์
    เฉาเลย
    T__T”

  5. ทำไมดูในแผนที่ของ google มันดูแห้งแล้งจังเลยครับ อย่างจังหวัดตากที่ผมเคยอยู่ ก็ลองใช้กูเกิ้ลดูมาแล้ว ก็ดู็แห้งตามสภาพจริงของเขา แต่ไม่คิดว่าลำพูนจะแห้งขนาดนั้น คงเป็นสีแผนที่เพี้ยนแน่ๆ

  6. AkE :
    แค่อาทิตย์เดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่นี่สามสี่เดือนไม่ได้ฝนซักหยด ยังอยู่ได้เลย แต่อย่ารีบให้น้ำมากทันทีนะครับ เดี๋ยวจุก เดี๋ยวช็อก

    soilmatter :
    เข้าใจว่ามันไม่ realtime อาจจะต้องเสียเงินหรือเปล่าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ปีที่แล้วผมดูก็อย่างเนี่ยะ ปีนี้ก็เหมือนเดิม

  7. รู้ไหม…สมัยวัยหนุ่ม(กว่านี้) ผมออกจากเมืองคนเดียว ไปซุ่มอยู่กับพี่น้องชาวกะเหรี่ยงโปว์ที่ ทิพุเย นั่งดูใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ได้เป็นวัน ๆ พกสีเทียน กระดาษไปแต้มรูป แล้วก็เขียนบทกวี

    โอ…มีความสุขชะมัด

    ตอนนี้อารมณ์นั้นยังมี แต่ป่าบ้านผม…ไม่ค่อยเปลี่ยนสี มันเขียวได้ทั้งปี ยกเว้น ต้นส้าน เท่านั้นเอง…

    ภาพสวยครับ….แต่

    เยอะไป..เครื่องผมขับไม่ไหว….มันอืดดดดด!!

    มาเยือน

  8. ชะ!! … อืดซะงั้น

    สวนโน้นขี้คร้านตั้งแต่ ‘คน’ ยัน ‘คอมพ์’ เลยเหรอออออ

    ป่าเปลี่ยนสี มีให้เห็นไม่นานนัก ผมโชคดีที่จับได้จังหวะที่สดและแสบที่สุด ถึงวันนี้ก็เริ่มทยอยร่วง เปลี่ยนฉากให้ผืนป่ากันบ้างแล้ว

    เสียอยู่อย่างเดียว ลมพัดที ร่วงเต็มบ้าน

    ยินดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s