บ้านสวน…ตอบคุณแหม่ม (อีกที)

.

หมายเหตุ : ติดพันมาจาก entry ที่แล้ว  บ้านสวน…ตอบคุณแหม่ม

ถ้าจะลงในรายละเอียด มีหลัก ๆ อยู่ ๔-๕ ข้อ ครับ ที่ควรพิจารณา

๑. ดิน ก่อนปลูกอะไรก็ควรรู้จักดินของเราก่อนว่าเป็นอย่างไร เหมาะหรือไม่ หลัก ๆ ก็จะดูความเป็นกรด-ด่างว่าเป็นเท่าไหร่ ดูธาตุอาหารในดินว่ามีมากน้อยเพียงใด ง่าย ๆ เลยครับ ให้สอบถามเกษตรตำบลหรือเกษตรอำเภอ ถ้าไม่ได้เรื่อง วิธีที่ชัวร์ที่สุด คือ เก็บตัวอย่างดินไปให้กรมพัฒนาที่ดินซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดอยู่แล้ว ให้เค้าตรวจสอบให้ เป็นหน้าที่ของเค้าครับ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกรงใจ

ดินบ้านเราส่วนใหญ่เป็นดินตายครับ ไม่มีชีวิต เป็นดินที่มีอินทรีย์วัตถุน้อยหรือไม่มีเลย ทั้งยังมีความเป็นกรดสูงเพราะผ่านการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างหนักและนาน การปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูกเป็นสิ่งสำคัญ สถานีพัฒนาที่ดินประจำจังหวัดจะช่วยเราได้ครับ ทั้งการตรวจสภาพดินและให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไข

๒. น้ำ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตครับ ทั้งคน ทั้งพืช จะปลูกบ้าน ปลูกต้นไม้ ใช้น้ำทั้งนั้น ถ้าที่ของเรามีแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง ก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ ต้องหาหรือสร้างขึ้นมาทดแทน เพราะสายน้ำก็เหมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงสวนให้มีชีวิต มีสองตัวเลือกครับ ถ้าไม่ขุดบ่อก็ต้องเจาะน้ำบาดาล

๓. ชนิดของพืช อันนี้แนะนำกันยากครับ บอกได้แค่ว่า ก่อนปลูกควรมีการศึกษารายละเอียดของพืชที่จะปลูกว่าเป็นอย่างไร อาทิ การเจริญเติบโต ความต้านทานโรคและแมลง ข้อดี ข้อเสีย ระยะเวลาเก็บเกี่ยว ไปจนถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะได้รับ

๔. สภาพแวดล้อม เป็นเรื่องของลมฟ้าอากาศว่าเหมาะสมหรือไม่ในการเพาะปลูกหรืออยู่อาศัย หนาวร้อนยังไง ลมพัดเอื่อยพัดแรงแค่ไหน ฝนแล้งหรือฝนชุก น้ำหลากน้ำท่วมหรือเปล่า ธรรมชาติเป็นสิ่งที่เรากำหนดหรือแก้ไขไม่ได้ครับ แต่ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ได้

๕. ตลาด ถ้าจะขาย เรื่องตลาดก็เป็นเรื่องสำคัญ ก่อนปลูกอะไรก็ควรมองแนวทางการตลาดให้ดี ทั้งเรื่องแนวโน้มของราคา เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (การเก็บรักษา การแปรรูป) และการคมนาคมขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าที่เน่าเสียง่ายครับ ดังนั้นการจัดเก็บและกระจายสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ
.
.

มาถึงแผนการปลูก จะทำอะไรก็ต้องมีการวางแผนก่อนทั้งนั้น การทำการเกษตรก็แบ่งเป็นสามระยะเหมือนแผนงานทั่ว ๆ ไป คือ การปลูกพืชระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

พืชระยะสั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผักต่าง ๆ อย่างที่ว่ากันว่า ปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูก ถ้าเหลือก็แจกหรือขาย เป็นรายได้รายวัน รายเดือน

พืชระยะกลาง จำพวกไม้ผลต่าง ๆ ส้ม มะม่วง ลำไย เงาะ หน่อไม้ ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่ความเหมาะสม เมื่อให้ผลผลิตเราก็เก็บขายได้ทุกปี เป็นรายได้รายปี

พืชระยะยาว เป็นพวกไม้เศรษฐกิจ ไม้โตเร็ว ไม้ยืนต้นทั้งหลาย เช่น สัก ยมหอม ยาง มะค่า เต็ง กฤษณา ฯลฯ นี่ล่ะครับ บำเหน็จก้อนโตยามเกษียณ

.

ทั้งหมดนี่เป็นหลักการพื้น ๆ ที่เป็นไกด์ไลน์ให้ผมเริ่มก้าวแรกในการเป็นเกษตรกร ทุกวันนี้ก็ยังนำมาทบทวนและปรับใช้อยู่เสมอ ตัวผมเองก็ทำไม่ได้ทุกข้อหรอกครับ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและเวลา

สำหรับคุณแหม่มที่เลือก “ทำกินและเหลือเผื่อขาย” ผมขอแนะนำให้ศึกษาเรื่องราวเหล่านี้จาก “มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)” ที่นี่มีครบถ้วนครับ ทั้งแนวคิด รูปแบบ ตัวอย่าง เทคนิควิธีการต่าง ๆ และข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการเกษตรยั่งยืน ที่นี่จะตอบคำถามของคุณได้หมดจดชัดเจนกว่าผมแน่นอน

.

ขอให้มีความสุขกับการเป็นเกษตรกรครับ …

.
.

One thought on “บ้านสวน…ตอบคุณแหม่ม (อีกที)

  1. แนะนำคุณแหม่มทำไร่นาสวนผสมเลยครับ ปลูกหลายอย่างในพื้นที่เดียวกัน ป้องกันพวกโรค แมลงได้พอสมควร
    ผมเคยปลูกพืชเชิงเดี่ยว ถ้าพื้นที่มันติดกัน โรคและแมลงจะลามง่าย
    จะได้ไม่ต้องใช้สารเคมี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s