การเรียนรู้จากการทดลองด้วยตนเอง

.

ที่ลองทำเพราะอยากรู้และอยากแสดงให้เห็นว่า เกษตรธรรมชาติจะสามารถบังคับให้ต้นไม้ออกดอกผลนอกฤดู รวมไปถึงช่วยทำคุณภาพให้กับผลผลิต ได้หรือไม่ … อย่างไร

.

เป็นจุดมุ่งหมายของผมในการทดลองทำลำไยนอกฤดูโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีบังคับ เน้นการบำรุงต้นให้สมบูรณ์ สะสมธาตุอาหารที่ใช้สร้างตาดอกให้มาก ง่าย ๆ คือ ให้มันอิ่มมันอั้นสุด ๆ จนอ้วกออกมาเป็นช่อดอกนั่นเอง ซึ่งผลจากการทดลองในครั้งนี้ คือ

ไม่ประสบความสำเร็จครับ!

แต่ไม่ถึงกับล้มเหลวซะทีเดียวเพราะเกิดข้อสงสัยค้างคาใจอยู่ คือ มีอยู่ต้นนึงที่ชูช่อฝ่าฝนออกมาได้ แม้จะเพียงช่อสองช่อไม่ทั่วทั้งต้นก็ตาม แล้วยังมีที่กำลังแทงตามออกมาประปราย น่าจะมีอยู่สองเหตุผลที่พอจะอธิบายข้อสงสัยนี้ได้

เหตุผลแรก คือ ผมคิดถูกแต่ทำผิด แล้วผมพลาดตรงไหน?

วิเคราะห์จากปัจจัยภายนอก น่าจะเป็นสภาพลมฟ้าอากาศ การที่ต้นไม้รับน้ำมากเกินไปจากฝน ทำให้ C/N Ratio ที่ปรับไว้เหมาะสมสำหรับการออกดอกเปลี่ยนไป ถ่างออกมากขึ้นจากปริมาณไนโตรเจนที่เพิ่มมากขึ้น ที่ควรเป็นตาดอกเลยกลายเป็นตาใบ ลำไยจึงแตกยอดอ่อนออกมาแทนช่อดอก สรุปคือ ผมพลาดในการเลือกช่วงเวลา คราวหน้าต้องให้ต้นไม้อิ่มก่อนฝนจะมา

เมื่อมาดูปัจจัยภายใน จุดบกพร่องอยู่ที่ตัวผมเอง นั่นคือผมมีความรู้ในการจัดการธาตุอาหารน้อยเกินไป สะสมอาหารไม่เพียงพอหรือสูตรอาหารไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมและทดลองจนได้สูตรที่เหมาะสมกับสวนตัวเองต่อไป

.

อยากรู้จริงๆ ว่าแกโผล่ออกมาได้ยังไง? กลางเดือนมิถุนาฝ่าฝนขึ้นมาอย่างนี้

ลักษณะช่อดอก จะแข็งคม กดแล้วเจ็บ

ลักษณะช่อใบ จะอ่อน(ช้อย)กว่า กดแล้วจะเอนพับตามแรงกด

ตุ่มตาดอกระหว่างง่ามใบ

.

เหตุผลที่สอง คือ ผมคิดผิด วิธีธรรมชาติโดยการบำรุงต้นให้สมบูรณ์ที่ทำอยู่ไม่สามารถชักนำให้ลำไยออกนอกฤดูได้ ที่แทงช่อออกมา อาจจะเป็นผลจากสารตกค้างจากเมื่อปีที่แล้ว แล้วทำไมเป็นแค่ต้นเดียว? ถ้าอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของ อ.สมชาย (จาก research) ที่ว่าไว้ว่าโพแทสเซียมคลอเรตในดินจะลดลงเหลือไม่เกินระดับที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมภายใน ๒-๓ เดือนหลังจากราดสาร และภายในเวลา ๑ ปีจะสลายตัวหมดจากดิน ถึงวันนี้คลอเรตก็น่าจะสลายไปหมดแล้ว

เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่หมดจดชัดเจน ต้องทำซ้ำอีก พร้อม ๆ กับพัฒนาตัวเองในด้านการจัดการธาตุอาหาร จะได้ปรุงอาหารได้ถูกปากถูกใจต้นไม้มากขึ้น

.

………………

.

ถึงตรงนี้อยากจะบอกว่า ต้นไม้ก็เหมือนกับคน คือ การได้รับสารอาหารที่ถูกชนิด ถูกส่วน ถูกเวลา และ ถูกใจ ย่อมมีผลต่อการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย ประเด็นอยู่ที่ “ถูกใจ” นี่ล่ะครับ ขนาดคนเรายังมีความชื่นชอบอาหารที่แตกต่างหลากหลาย ต้นไม้ก็เช่นเดียวกัน

ในบล็อกนี้ ผมพยายามเขียนเรื่องราวกว้าง ๆ หลีกเลี่ยงการบอกสูตรบอกส่วนต่าง ๆ เป็นการเฉพาะเจาะจง เพราะผมคิดว่าสูตรธาตุอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละสวนจะไม่เหมือนกัน สูตรที่ได้ผลกับสวนหนึ่งอาจล้มเหลวกับอีกสวนก็เป็นไปได้ แม้แต่ในต้นไม้ชนิดเดียวกันก็ตาม ปลูกเคียงคู่กันมา มีการจัดการดูแลเหมือนกันทุกอย่าง ยังโตไม่เท่ากัน ให้ผลผลิตไม่เท่ากันเลย มันต้องดูปัจจัยทางสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

ผมเป็นห่วงการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรบ้านเราที่มักจะใช้ตามกัน ตามโฆษณาหรือคำแนะนำของบรรดาเกจิหรือร้านขายปุ๋ยขายยาทั้งหลาย สูตรสำเร็จทั้งหลายมันจะทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพียงแค่เราขยันหมั่นสังเกตลองผิดลองถูกด้วยตนเอง เราจะได้สูตรที่เหมาะสมทั้งคุณภาพและราคาสำหรับสวนตัวเอง และถ้าเป็นไปได้ควรอาศัยการวิเคราะห์ทางเคมีจากผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการ ทั้งการวิเคราะห์ดิน ใบ และผล ประกอบกัน

ถ้าจะใช้ปุ๋ยเคมี อย่าสักแต่ว่ามีแล้วก็ใช้ จำเป็นต้องรู้ว่าธาตุอาหารแต่ละธาตุมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ใส่ตัวใดตัวหนึ่งมากไปแล้วจะส่งผลกระทบถึงธาตุอาหารตัวอื่น ๆ หรือไม่ อย่างไร เพราะบางตัวอาจไปข่มหรือไปกดประสิทธิภาพของอีกตัวให้ลดลงได้

ลำบากนักก็อย่าไปใช้มัน … สิ้นเปลืองเปล่า ๆ

การปฏิบัติตามสูตรสำเร็จหรือคำแนะนำโดยขาดการวิเคราะห์ การทดสอบทดลองอย่างมีเหตุมีผล ส่วนใหญ่ผลที่ได้จะเป็นการลงทุนที่เสียเปล่า แม้เสื้อผ้าสำเร็จรูปจะหาซื้อได้ง่าย แต่ก็อาจจะไม่มีขนาดหรือลวดลายที่เราต้องการก็ได้ บางครั้งจึงจำเป็นต้องวัดตัวตัดให้เข้ารูปเข้าลายเฉพาะตัวเอง ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้ลายไม่สวย ก็เสียดายตังค์แย่

ชีวิตเกษตรกรจึงไม่ใช่แค่ปลูกแล้วนอนกระดิกตีนรอขาย ที่ควรทำควบคู่กันไป คือ การเสาะแสวงหาหนทางพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต วิธีการลดต้นทุน ช่องทางการตลาดใหม่ ๆ โดยใช้พื้นฐานความรู้ที่ตนมีผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองว่างมากนัก จนเอาชีวิตไปจ่อมจมอยู่กับอบายมุขทั้งหลาย เหมือนยืมตีนตัวเองมากระทืบตัวเองให้ยิ่งจมดินลงไปเรื่อย ๆ อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

.

สรุปว่า “การเรียนรู้” จะช่วยให้เราไม่โง่และไม่จนครับ

.

.

Advertisements

4 thoughts on “การเรียนรู้จากการทดลองด้วยตนเอง

  1. Khun T

    ทุกอาชีพควรจะเรียนรู้ปรับปรุงนำเทคโนโลยี่และความรู้ใหม่ๆมาทดลองตลอด อย่าปล่อยให้มันว่างเปล่าเสียเวลาไป เขาถึงได้บอกว่าทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะจะได้สนใจพากเพียรที่จะเรียนรู้อยู่ตลอด

  2. golb Post author

    ใช่ครับ .. แต่ขอเสริมนิดนึง เพราะบางครั้งชีวิตก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้ากำลังทำอะไรอยู่ ก็ให้รักในสิ่งที่ทำ ใช้มันสร้างฐานชีวิตให้มั่นคงแข็งแรงก่อน เพื่อโอกาสในการได้ทำในสิ่งที่รักในอนาคต

    ชีวิตมันต้อง by hand ครับ จะมาง่ายๆ สบายๆ แบบ no hand มันมักง่าย เพ้อฝัน และออกจะดูถูกตัวเองเกินไปหน่อย

  3. mymoney

    น้องเอ้นี่ไม่ธรรมดาเลยนะนี่ พี่ดีใจจริงๆที่รู้จักเอ็งว่ะ

  4. golb Post author

    สงสัยเบ้าหลอมมันดีอ่ะพี่ 😉

    แต่ไอ้ที่เรียกน้องเรียกนุ่งว่าเอ็งนี่ มันคุ้นๆ แฮะ

    เราเบ้าเดียวกันรึเปล่าครับ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s