นอกกรอบ – นอกฤดู

.

นับจนถึงวันนี้เกือบจะเต็มเดือนแล้วครับ ที่ถูกเพรสซิ่งจากดีเปรสชั่นไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูก จนโงหัวแทบไม่ขึ้น ลำไยของผมซดไนโตรเจนจากฝนซะจนพุงกาง เลยทะลึ่งแตกใบออกมาเขียวไปทั้งสวน แปลงที่กะจะทำนอกฤดูต้องกลับมาเริ่มสะสมอาหารกันใหม่อีกรอบ

‘สภาพดินฟ้าอากาศ’ นับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเกษตรกร นอกเหนือไปจากความเสี่ยงทางการตลาดจากราคาผลผลิตที่ขึ้นลงไม่แน่นอน

พูดถึงการบังคับให้ไม้ผลออกนอกฤดู เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้วิธีทรมานต้นไม้ อาทิ การควั่นกิ่งเพื่อตัดท่อลำเลียงน้ำและอาหาร การรัดกิ่ง การรมควัน การงดน้ำ การสับราก ไปจนถึงการใช้สารเคมีราด-รดเพื่อทำลายราก หรือฉีดพ่นทำให้ใบร่วง ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ต้นไม้รู้สึกว่ากำลังจะตาย ต้องรีบออกดอกเตรียมสร้างผลเพื่อขยายพันธุ์

ลองมองในมุมกลับ ถ้าเราบำรุงให้ต้นไม้สมบูรณ์มากๆ ล่ะ ให้ต้นไม้รู้สึกอัดอั้น จนทนไม่ไหวต้องผลิดอกออกมา ไม้ผลบางชนิดถ้าบำรุงดินดี ต้นสมบูรณ์ จะให้ผลตลอดปี เช่น ส้ม ทุเรียน จะมีผลเล็กๆ ผลโต ผลแก่ คละกันในต้นเดียว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี ไม่มีฤดูกาล

ผมกำลังลองทำลำไยนอกฤดูแบบธรรมชาติอยู่ครับ ใช้การบำรุงต้นให้สมบูรณ์แทนการราดสารโปแตสเซียมคลอเรต แต่เจอฝนชุดนี้ไปทำเอาจุกเลยทีเดียว ไม่ทันได้กระตุ้นตาดอกเจอฝนเข้าไปกลายเป็นใบหมด ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาใหม่ เสียแค่เวลาเท่านั้น โดยทั่วไปไม้ผลจะออกดอกได้จะต้องสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคแมลงรบกวน ได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอต่อเนื่อง มีอัตราส่วนระหว่างคาร์บอน (หรือคาร์โบไฮเดรต) ต่อไนโตรเจนที่ห่างมากๆ ที่เรียกว่า ซี-เอ็น เรโช (C/N Ratio) และมีสภาพอากาศที่เหมาะสม

ลำไยเป็นไม้ผลที่ผลิดอกเมื่อช่อแก่ อาศัยหลักการนี้ ที่ผ่านมาผมเน้นสะสมธาตุอาหารในกลุ่มที่สร้างตาดอกมากกว่าตาใบ ลดไนโตรเจนลงให้มากที่สุดเพื่อถ่างซี-เอ็น เรโชให้กว้างมากขึ้น แต่ปัญหา คือ ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ โดยเฉพาะฝนและความชื้นที่ทำให้ ปริมาณ N หรือไนโตรเจนเพิ่มขึ้น จนเท่ากันหรือมากกว่า C หรือคาร์บอน เมื่อ C/N Ratio แคบลง เปอร์เซ็นการออกดอกก็ลดลงด้วย

นอกจากความสมบูรณ์ของต้นจากการสะสมอาหารมาอย่างเต็มที่แล้ว ลำไยต้องกระทบหนาวครับ ถึงจะออกดอก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการทำลำไยนอกฤดูจึงต้องราดสาร ในช่วงฤดูฝนอย่างนี้ ต้นไม้เกือบทุกชนิดจะเจริญเติบโตทางลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ เป็นไปตามธรรมชาติ ในลำไย การราดสารจะเป็นการทำลายราก (เหมือนโดนน้ำร้อนลวกหรือน้ำกรดสาด) ความสามารถในการดูดซึมอาหารและน้ำก็ลดลง ซึ่งจะส่งผลในการควบคุมการเจริญเติบโตของต้นลำไย จนติดดอกได้ในที่สุด ไม่จำเป็นต้องผ่านหนาว

ส่วนตัวแล้วเห็นว่า การทรมานต้นไม้อาจจะมีผลดีในวันนี้ แต่ในระยะยาวไม่น่าจะดีนัก เหมือนอาการดื้อยา ต้องเพิ่มปริมาณยา เปลี่ยนชนิดยาที่แรงขึ้น แม้อาการจะทุเลา แต่สุขภาพก็ทรุดโทรมลงเช่นกัน

ลองมาดูกันครับว่า การบังคับด้วยการบำรุงแทนการทรมาน ผลลัพภ์จะเป็นอย่างไร สำหรับผมแล้วไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าลองแล้วไม่สำเร็จ ไม่ติดดอก ไม่ออกผล ผมก็ยังจะได้ต้นลำไยที่ผ่านการบำรุงจนสมบูรณ์พร้อมสำหรับการออกดอกตามธรรมชาติในหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง แม้จะเป็นลำไยในฤดู แต่ถ้าทำคุณภาพได้ ลูกใหญ่ ไซซ์จัมโบ้ เกรด AA ก็อยู่ได้สบายๆ เป็นอีกโจทย์นึงที่ต้องแก้ให้ตกต่อไป

ปัญหาของชาวสวนลำไยทุกวันนี้อยู่ที่ ‘การทำคุณภาพ’ ครับ เรื่องการทำนอกฤดู จะให้ออกช่วงไหน เวลาใด ออกมาก ออกน้อย ทำได้ กำหนดได้ ไม่เป็นปัญหา แต่ออกมาแล้วทำอย่างไรให้ได้ขนาดที่ต้องการ นี่ต่างหากที่เป็นปัญหา ทำนอกฤดูแล้วยังขาดทุน ก็มาจากเหตุนี้เป็นสำคัญ

ที่ลองทำเพราะอยากรู้และอยากแสดงให้เห็นว่า เกษตรธรรมชาติจะสามารถบังคับให้ต้นไม้ออกดอกผลนอกฤดู รวมไปถึงช่วยทำคุณภาพให้กับผลผลิต ได้หรือไม่ … อย่างไร

‘วิทยาศาสตร์’ แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถสร้างคุณภาพไปพร้อมๆ กับการลดต้นทุนการผลิตได้ แต่กับ ‘ธรรมชาติ’ จะตอบโจทย์นี้ได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องให้ต้องค้นคว้า เสาะหา และพิสูจน์กันต่อไป
.
.

Baansuan in the mist เกือบเดือนเต็มๆ

จะกดใบอ่อนก็ไม่ได้เพราะฝนโปรยตลอด เลยเขียวอย่างที่เห็น

แตกกันให้เขียวพรึบ ยิ่งกว่ารบพิเศษยึดกรุงซะอีก

.
.

ปล.๑ ผมไม่ปฏิเสธวิทยาศาสตร์ครับในบางกรณี คนเราขึ้นทางด่วนเพื่อย่นระยะเวลา ลำไยของผมก็น่าจะเหมือนกัน ต้นไม้ต้องสังเคราะห์แสงเพื่อปรุงอาหาร แต่ในภาวะที่มีแดดน้อยอย่างนี้ ผมต้องย่นเวลาในการสะสมอาหารด้วยการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เร็วที่สุด ต้นไม้ก็เหมือนคนที่ต้องเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล จึงจะได้ประโยชน์จากสารอาหารได้เต็มที่ วิธีที่ง่ายและเร็วที่นิยมทำกัน คือ พ่นน้ำตาลให้พืชโดยตรง ผมใช้ ‘กลูโคส’ ครับ เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวหรือโมโนแซคคาไรด์ (Monosaccharides) พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

ปล.๒ อยากจะเปรียบเทียบให้เห็นครับ เดิมผมเคยใช้ปุ๋ยเคมีทางดิน เสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ๑๕ บาท/ต้น/ครั้ง ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือ ๘ บาท/ต้น/ครั้ง

ในส่วนปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมน และยาฆ่าแมลงต่างๆ ตามท้องตลาดโดยเฉลี่ยราคาจะตกอยู่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ บาท/ลิตร ที่สวนบางตัวเราหมักใช้เอง บางตัวจ้างเค้าหมักให้ หลักๆ ที่ใช้อยู่ก็มี ปุ๋ยปลาหมัก ฮอร์โมนผลไม้สุก น้ำหมักสมุนไพร ทั้งหมดนี้ต้นทุนเฉลี่ย ๑๕-๒๐ บาท/ลิตร

.

สวนผมอยู่ได้เพราะต้นทุนที่ต่ำนี่ล่ะครับ

.

7 thoughts on “นอกกรอบ – นอกฤดู

  1. น่าสนใจดีครับ ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีการพ่นกลูโคสใส่ต้นไม้ด้วย ดูเป็นเรื่องทางเคมีจริงๆ ทางเคมีที่ผมพูดถึงนี้ไม่ได้หมายความอันตรายนะครับ วิทยาศาสตร์มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี บางสาขาความรู้ที่เอื้อธรรมชาติหรือแม้กระทั่งเข้าใกล้เรื่องศาสนามากขึ้นก็มีเหมือนกัน

    ตัวเลขในปล.2 โดยเฉพาะปุ๋ยทางใบนี้ดูน่าสนใจมากครับ เกษตรกรคงหันไปใช้ปุ๋ยธรรมชาติกันหมดแน่ถ้าเกิดตัวเลขด้านผลผลิตออกมาได้ใกล้เคียงกัน อยากถามว่าตัวเลขด้านผลผลิตออกได้ใกล้เคียงหรือไม่ครับ

  2. กลับมาแล้วเหรอครับ เอาแหม่มมาฝากบ้างรึเปล่า😀

    ปุ๋ยทางใบและฮอร์โมนต่างๆ เป็นอาหารเสริมครับ สำคัญที่ ‘ดิน’ ไอ้ที่จะตอบนี่อ้างอิงไม่ได้นะ เป็นข้อมูลเฉพาะสวน ผมใช้วิธีหักดิบเลย เลิกใช้สารเคมีทันที

    ปีแรก น้อยกว่าเดิม ชัดเจน
    ปีที่สอง ยังน้อยอยู่แต่เขยิบเข้ามาใกล้มาก ห่างกันประมาณร้อยกว่าโล
    ปีที่ผ่านมา มากกว่าไม่มากนักเกือบร้อยโลเหมือนกัน แต่ขนาดใหญ่กว่า

    ตัวเลขจะไม่ค่อยนิ่งครับ ขึ้นอยู่กับความใส่ใจ ขยัน หมั่นสังเกต ของเจ้าของสวน และมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อีกมาก สภาพอากาศ โรคระบาด แมลงหนียาจากสวนอื่นมาลงสวนเรา ฯลฯ ขายของให้ได้ราคา ต้องขายคุณภาพครับ อย่าไปคิดเรื่องปริมาณให้ปวดหัว

    ประเด็นของคุณน่าสนใจดี ถามต่อว่า ถ้าผลผลิตใกล้เคียงกันหรือมากกว่า ทำไมเกษตรกรไม่สนใจที่จะทำ ???

    การทำเกษตรธรรมชาติ สิ่งแรกที่ต้องมี คือ ‘ความอดทน’ ครับ ไม่ใช่แค่ทนแดดทนฝน แต่ต้อง ‘ทนรอ’ ให้ได้ด้วย

    ในระยะแรก ผลผลิตจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินที่ผ่านการใช้สารเคมีมาอย่างหนักและนาน ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและระยะเวลาที่ยาวนานเช่นเดียวกันในการฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

    รถใหม่ยังต้องมีรัน-อินเลย ช่วงเปลี่ยนผ่านต้องมีเจ็บปวดเป็นธรรมดา ๓-๕ ปีครับเป็นอย่างต่ำ ทุกราย แต่ในระยะยาวดีแน่ครับ ทั้งกับเรา กับเค้า และกับโลก

    นี่คงเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมไม่มีใครสนใจที่จะทำ

    ‘เกษตรธรรมชาติ’ ไม่ใช่ฟาสต์ฟู้ดครับ ที่สั่งปุ๊ปจะได้ปั๊ป มันก็เหมือนน้ำซุปกระดูกหมูที่ต้องใช้เวลาในการต้ม เคี่ยว ค่อนข้างนาน ต้องทนร้อนอยู่หน้าเตาคอยดูไฟไม่ให้มอด คอยดูน้ำไม่ให้แห้ง คอยตักที่ขุ่นที่เป็นไขทิ้งเพื่อความใส น่ากิน สุดท้ายก็จะได้มาซึ่งความอร่อย หวาน หอม อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีพิษภัย เอาไปทำกับข้าวได้ตั้งหลายอย่าง

  3. 555 แหม่มหรอครับ ถ้าอยากจะเห็นแหม่มหน้าตาดีๆให้ไปเที่ยวสเปนครับ คนทีนั้นค่อนข้างหน้าตาดีกว่ายุโรป่ประเทศอื่นๆ เรื่องไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อไปดูคนหน้าตาโดยเฉพาะเนี่ย ผมเคยเห็นเพื่อนผู้หญิงชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งเขาไปเที่ยวเพราะเหตุผลประมาณนี้มาแล้ว บอกว่าข้ามไปเกาะอังกฤษเพราะอยากจะไปดูหนุ่มชาวสก็อตมากๆ ข้าวของตั๋วอะไรก็แพง ไ่ม่รู้ว่าบ้าขนาดนั้นได้ยังไง เห้อๆ

    เรื่องด้านคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเนี่ย ผมก็เห็นด้วย ไม่งั้นผักปลอดสารพิษคงราคาไม่ดีกว่าหรอกครับ
    เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์สองทาง ตัวคนปลูกก็ยังสุขภาพแข็งแรงและก็ภูมิใจที่ได้ผลิตของมีคุณภาพให้กับคนที่ซื้อไป

  4. ถ้าคิดค้นได้เมื่อไร เผื่อแผ่ บ้างนะคะ สนใจมากๆๆ เลยค่ะ มี คนแนะนำฮอร์โมนไข่ น่าจะผสมผสานกันได้นะคะ ไปอ่านที่นี่ค่ะ

    สำนักงานเกษตรอำเภอกะปง

    135/1 ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา 82170 โทร.0-7649-9107

    E-mail : a_kapong@hotmail.com
    http://phangnga.doae.go.th/kapong/

  5. ขอบคุณป้าตุ๊ครับ

    ตามเข้าไปอ่านดูแล้ว ข้อมูลน่าสนใจดี ได้ยินมาบ้างเหมือนกันแต่ไม่เคยลองทำสักที (ไม่ทันได้หมักไข่ในถังหมัก เพราะมันแอบไปหมักในกระเพาะซะหมด) เมื่อก่อนข้อมูลไม่แน่นอนชัดเจนอย่างนี้

    เมื่อก่อนผมก็เคยหมักไข่กับนมสดใช้ดูเหมือนกัน มันทำให้ลำไยเติบโตทางใบซะมาก คงผสมผิดสูตรผิดส่วนน่ะครับ เพราะตอนนั้นก็มั่วเอาซะมาก แต่ก็ไม่มีผลเสียใดใดกับพืชผล

    วิธีง่ายง่าย วิธีธรรมชาติ และการพึ่งตนเองอย่างนี้ มักจะไปขัดผลประโยชน์ของใครหรืออะไรอยู่เสมอ ถ้าไม่นับการคัดค้าน โจมตี ของบรรดาบริษัทปุ๋ยและยาต่างๆ ผ่านตัวแทน อาทิ รัฐ หรือ นักวิชาการ

    ตัวเกษตรกรเองก็มีส่วนสร้างเงื่อนไขให้เกิดการคัดค้าน โจมตี เช่นกัน

    น้ำหมักชีวภาพต่างๆ นั้น วัตถุดิบที่ใช้ต้องสด สะอาด และต้องหมักให้ได้ที่จริงๆ ผลเสียที่เกิดกับต้นไม้ที่ใช้น้ำหมัก มักเกิดจากความใจร้อน ใจเร็ว ของเกษตรกร ไม่คัดสรรวัตถุดิบให้ดี เอาที่เน่าหรือมีเชื้อโรคมาหมัก มันก็เป็นการขยายเชื้อ(ชั่ว)ดีๆ นั่นเอง

    ระยะเวลาการหมักก็สำคัญ ยังไม่ได้ที่ก็นำไปใช้ น้ำตาลยังย่อยสลายไม่หมดเลย เอาไปฉีดไปพ่น เชื้อราก็ตามมากินสิครับ ของโปรดซะด้วย หวานๆ อย่างนี้

    สุดท้ายปริมาณการใช้ เห็นว่าถูก อยากเห็นผลเร็วๆ ใส่เต็มที่ บางคนใส่เกินเต็มที่อีกต่างหาก ต้นไม้เจอ overdose อย่างนี้ ไม่ตายก็คางเหลืองล่ะครับ

    ผมคิดเอาเองว่า เราสกัดเอาของดีๆ จากสิ่งที่มีประโยชน์ แล้วมันจะเกิดโทษได้อย่างไร แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไข ถูกวิธี ถูกเวลา นะครับ

  6. ผมสนใจเรื่องการทำลำไย โดยใช้กลูโคสของพี่มากเลย พี่มีเมลล์มั้ยครับ อยากติดต่อได้จริงๆครับ

  7. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร จำหน่ายปุ๋ยปลา ตราชาวประมง
    คุณสมบัติของปุ๋ยปลาตราชาวประมง
    เป็นปุ๋ยอินทรีย์สภาพของเหลวที่เกิดจากการหมักวัสดุอินทรีย์ มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตต่อพืช ย่อยสลายออกมาเมื่อใช้ในสัดส่วนความเข้มข้นที่เหมาะสมและในสภาพที่เอื้อต่อการดูดซึมของพืช
    วัตถุดิบ
    ปลาสดจากทะเล : ใช้การบดละเอียดโดยเครื่องเพื่อดึงให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แก่ต้นพืชให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
    ไคโตซาน : เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ประโยชน์ ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
    ส่าเหล้า : สารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ มีสีน้ำตาลเข้ม และมีธาตุอาหาร N: P: K ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ
    จุลลินทรีย์ : สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นตัวกลางช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมธาตุอาหารของพืชได้เร็วขึ้น
    กรดอะซิติก: มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืช
    กากน้ำตาล: มีธาตุอาหารพร้อมทั้งธาตุหลักและธาตุรองและอื่นๆเช่น ซูโคลส เพื่อสร้างความสดชื้นให้กับต้นไม้

    ใช้ได้กับทุกชนิดพืช ไม้ผล,ไม้ดอก-ไม้ประดับ,พืชสวน,พืชไร่,พืชผัก,นาข้าว,โรงเพาะเห็ด,หัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักแห้ง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา
    มีจำหน่ายขนาด 1 ลิตร 20 ลิตร มีทั้งปลีกและส่ง ราคาไม่สูงคุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นแหล่งวัตถุดิบ มีใบอนุญาตผลิตพร้อม
    http://www.paknamlangsuan.com/phonchan
    พร้อมจัดส่ง
    เราขอเสนอขายปุ๋ยปลาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้ง และรับผลิตปุ๋ยปลาตามสูตรของท่าน ในราคาต่ำ และเรายังมีสูตรพิเศษโดยผสมไคโตซานอีกด้วย
    สนใจติดต่อฝ่ายขาย คุณ พิริยะ อุสายพันธุ์ โทร 087-3422240
    คุณสามารถ แสงจันทร์ โทร 083-1062524
    ประโยชน์ของปุ๋ยปลาชาวประมง
    1.ใช้ผสมน้ำพ่นให้พืชทางใบหรือให้พร้อมกับระบบน้ำทางดิน
    2. ช่วยส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารแก่พืชทางรากและใบ
    3. ช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโตและความสมบูรณ์แก่ลำต้นดอกใบและผล

    อัตราการใช้
    พืช อัตราส่วน วิธีการใช้
    พืชผัก-ไม้ดอกไม้ประดับ
    พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักกินใบ ผักกินหัว – กล้วยไม้ หน้าวัว กุหลาบและไม้ใบทุกชนิด
    20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
    ฉีดพ่นทุก 7-15 วัน
    ไม้ผล – พืชสวนทุกชนิด
    องุ่น ลำไย มะม่วง เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง และผลไม้อื่น ๆ

    40-80 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร

    ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน

    พืชไร่
    ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ยาสูบ ปาล์ม ยางพารา และพืชไร่ทุกชนิด 20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน

    หมายเหตุ ฉีดพ่นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช

    ผู้ผลิต : ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร เลขที่ 279/8 หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86110 โทร (077)541347, 544473 โทรสาร (077)582310
    สถานที่ผลิต : เลขที่ 78 หมู่ที่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86150

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s