ความจริงอีกด้านของไฟป่า

.

ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ ‘แอ่งเชียงใหม่-ลำพูน’ ตกอยู่ในสภาพเมืองในหมอก ไม่เว้นแม้แต่ในสวนของผม บ่งบอกว่าฤดูไฟป่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ไหม้ทุกปีครับเป็นปกติ ‘ป่าเต็งรัง’ หรือ ‘ป่าแพะ’ จำเป็นต้องไหม้ เป็นหนึ่งในเหตุผลทางนิเวศวิทยา คือ การคัดและกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ ลูกไม้เปลือกแข็งจำเป็นต้องอาศัยไฟช่วยกะเทาะ ส่วนเหตุผลของ ‘คน’ มีข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่รับรู้กันอยู่โดยทั่วไป ก็คือ ความรุนแรงของไฟป่าในประเทศไทยเกิดจากปริมาณซากกิ่งไม้ใบไม้ที่ทับถมกันอยู่ในป่า ‘การชิงเผา’ จะช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงในป่า จากไฟแรงก็จะเบาลง ควบคุมได้ง่าย และมีส่วนช่วยลดโอกาสในการเกิดไฟป่า

เป็นการใช้ ‘ไฟ’ จัดการ ‘ไฟ’

การแบ่งชนิดของไฟป่าที่ได้รับการยอมรับและใช้กันมายาวนานนั้น ถือเอาการไหม้เชื้อเพลิงในระดับต่างๆ ในแนวดิ่ง ตั้งแต่ระดับชั้นดินขึ้นไปจนถึงระดับยอดไม้เป็นเกณฑ์ ทำให้สามารถแบ่งไฟป่าออกเป็น ๓ ชนิด คือ ไฟใต้ดิน ไฟผิวดิน และไฟเรือนยอด

บ้านเราเป็นลักษณะของไฟผิวดินครับ ไม่รุนแรงเหมือนประเทศในเขตอบอุ่นอย่าง อเมริกา แคนาดา หรือ ออสเตรเลีย ที่เป็นลักษณะไฟเรือนยอดท่ีีสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างและกินระยะเวลายาวนานติดต่อกันเป็นสัปดาห์ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกปี สำหรับประเทศไทยนั้นโอกาสที่จะเกิดไฟเรือนยอดเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่มีความชื้นค่อนข้างสูง ประกอบกับชนิดไม้ป่าส่วนใหญ่ลำต้นไม่มีน้ำมันหรือยาง ซึ่งจะทำให้ติดไฟได้ง่ายเหมือนไม้สนในเขตอบอุ่น

.

.

จึงอยากจะติงกรมป่าไม้ในการคัดเลือกและเพาะพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการปลูกสวนป่า โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ที่มีการปลูกสวนป่าสนสามใบกันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานาน ผมมองว่านี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุความรุนแรงของไฟป่าในภูมิภาคนี้ วิธีการปลูกเป็นแถวเป็นแนว ดูเป็นระเบียบสวยงาม เมื่อต้นสนเติบโตจนเรือนยอดแผ่ขยายมาชิดติดกัน ถ้าเกิดไฟไหม้ในสวนป่าดังกล่าวในช่วงที่อากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง โอกาสที่จะเกิดเป็นไฟเรือนยอดก็มีความเป็นไปได้สูง

‘ไม้พื้นถิ่นและความหลากหลายของพันธุ์ไม้’ จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกครับ ในการเพิ่มพื้นที่ป่าและการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทย

อ้างอิงข้อมูลจาก Biothai พบว่าการชิงเผามีมานาน โบราณจึงพูดกันว่า “ไม้ดีผ่า ป่าดีเผา” เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมในการจัดการไฟของชาวบ้าน แต่การชิงเผาได้หายไปช่วงหนึ่ง หลังนโยบายปิดป่าปี ๓๕ ที่กระแสอนุรักษ์เริ่มจุดติด มีการตั้งกฎระเบียบ ตั้งคณะกรรมการรักษาป่า กันเขตทำป่าชุมชน ทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่ากันอย่างแข็งขัน ข้อดีคือไม่มีไฟ แต่ผลกระทบที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึงก็คือ ปริมาณเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้ที่สะสมมากขึ้นในผืนป่า กรณีเช่นนี้หากเกิดไฟป่า ความเสียหายก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ สูญเสียพืชพรรณและสัตว์ป่าไปเป็นจำนวนมาก จึงเริ่มมีการทบทวนกันว่า ถ้านานๆ ไหม้ที ไฟมันจะแรง แต่ถ้าไหม้ทุกปี ไฟมันบาง มันไหม้น้อย ก็เลยหันกลับมาชิงเผาเหมือนเดิม

หลังจากชิงเผาต่อเนื่องกันมาหลายปีก็พบว่า แม้จะยังมีไฟป่าบ้าง แต่ก็ไม่รุนแรง ที่สำคัญไฟยังช่วยให้ป่าเติบโตอย่างรวดเร็ว (ข้อนี้จริงครับ ป่ารอบๆ สวนผมไหม้ทุกปี แต่ก็โตขึ้นทุกวันเช่นกัน)

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาในออสเตรเลียตอนเหนือที่พบว่า ชนเผ่าอะบอริจินเผาป่าหลังฤดูฝนที่อากาศยังหนาวเย็น เป็นการชิงเผาป่าในตัว ช่วยรักษาระบบนิเวศของป่าผลัดใบบริเวณนี้และป้องกันไฟใหญ่ วิธีการเช่นนี้ยังพบเห็นได้ตามชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก เรียกกันว่า Traditional burning

อย่างไรก็ตามการชิงเผาก็จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่มากพอ ไม่ใช่ ‘ใครก็ได้’ หรือ ‘ที่ไหนก็ได้’ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็คงไม่หนีไปจากการเผาป่าสักเท่าไหร่ นี่ก็เป็นความจริงอีกด้านของไฟป่าที่อยากให้รู้กัน

ท้ายนี้มีหนึ่งความในใจของคนสู้ไฟมาฝากครับ จากคุณสุทิน โยงรัมย์ เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

.

…ผมไม่เคยคิดน้อยใจใครเลยครับ กลับภูมิใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่มากที่สุด ผมไม่เคยเอาค่าตอบแทนที่เป็นเงินมาตีค่าตัวเองว่ามีค่าเท่านั้นเท่านี้ ผมคิดอย่างเดียวคือ ทำงานแล้วมีความสุข ได้ความรู้ ทรัพยากรยังคงอยู่ให้ลูกหลานของผมได้มีโอกาสได้ชื่นชมมันต่อไป…

.

เลิกเสียทีเถอะครับกับข้อสันนิษฐานที่ว่า “ชาวบ้านเผาป่าเพื่อล่าสัตว์” หรือไม่ก็ “เจ้าหน้าที่เผาป่าเพื่อของบประมาณ” เพราะไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ ก็ล้วนเป็นชีวิตที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่รอบผืนป่านั้นๆ นั่นเอง

ใครมันจะโง่เผาบ้านตัวเองล่ะครับ

.

……………

.

ต่อภาคสอง : “ความจริงอีกด้านของไฟป่า again” https://baansuan.wordpress.com/2008/03/29/wildfire-again/
.

.

3 thoughts on “ความจริงอีกด้านของไฟป่า

  1. ขอบคุณกับความรู้ภูมิปัญญาครับ
    เหมือนกับว่านักวิชาการเดี๋ยวนี้ นั่งทำงานบนโต๊ะ
    อ่านรายงานมากกว่าออกสถานที่สินะครับ
    เลยได้ข้อสรุปต่างๆ ที่ไม่ไปในทางเดียวกันกับชาวบ้าน

  2. ไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ ข้อสรุปต่างๆ เหมือนกันครับว่าไฟป่ายังไงก็ไม่ดีแน่ แต่การจัดการจะแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของป่า

    ลักษณะป่าชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานของผู้คนอยู่โดยรอบป่า ชาวบ้านจะมีความตระหนักและหวงแหนโดยธรรมชาติ เพราะป่าเป็นที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งน้ำแหล่งอาหาร เป็นโรงพยาบาลของเค้า การจัดการใดๆ กับป่าต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของตนเองด้วย

    อย่างที่บอกว่าถ้านานๆ ไหม้ทีไฟจะแรงมาก เพราะเชื้อเพลิงที่สะสมเป็นปริมาณมาก ไฟก็มากตามไปด้วย ความเสียหายก็จะสูง ไม่เพียงแค่การสูญเสียผืนป่า ที่อยู่อาศัยหรือแม้กระทั่งชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้ จำเป็นต้องชิงเผาลดปริมาณเชื้อเพลิงเพื่อลดความรุนแรงของไฟ หรือไม่เช่นนั้นเราก็ต้องเอาเชื้อเพลิงกองมหึมานี้ออกจากผืนป่าให้ได้ แต่จะทำอย่างไรล่ะครับ?

    นี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมเรายังเห็นไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี

    ยืนยันครับว่า การจัดการไฟป่าของชาวบ้านต้องอาศัยความรู้ของนักวิชาการประกอบกัน การผสมผสานชุดความรู้ดั้งเดิมกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือเกิดความเสียหายน้อยและควบคุมได้ ไม่ได้หมายถึงป้องกันไฟป่าได้ 100% เพราะเป็นไปไม่ได้ ก็เหมือนการลอบวางระเบิดทุกวันนี้ มันป้องกันยากครับ

    กับพวกกันเองชาวบ้านเค้าจัดการกันได้ แต่กับคนนอกพื้นที่อาจจะลำบากและมักจะไม่ทันการณ์ ก็ต้องชิงเผาตัดหน้าไอ้คนเห็นแก่ตัวพวกนี้ล่ะครับ : (

    ก็อย่างที่บอกมันเป็นข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่ด้านดีหรือร้าย แต่เป็นด้านที่จำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ปล.๑ กับพื้นที่ต้นน้ำลำธารหรือป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่างๆ ยังไงก็ไม่ควรเกิดไฟป่าเกิดขึ้น นอกเสียจากธรรมชาติต้องการจะทำความสะอาดตัวเอง นั่นก็ห้ามไม่ได้ ก็เหมือนเราต้องตัดผมกันทุกเดือนหรือสองเดือน เพียงแต่รอบเวลาของธรรมชาตินั้นยาวนานเพียงพอที่จะให้ผืนป่าฟื้นกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง

    ปล.๒ เรื่ื่องมลภาวะทางอากาศที่เป็นข่าวอยู่นี้ ไม่เถียงครับว่าสาเหตุหลักเกิดจากการเผา แต่อยากให้มองเรื่องฝุ่นละอองจากการก่อสร้างขนาดใหญ่ในเมืองใหญ่และควันไอเสียจากปริมาณรถยนต์ที่มากเกินความจำเป็นประกอบกันด้วยครับ อ้อ! เกือบลืมพระเอกของเรา คือ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศของโลก ทำให้ความกดอากาศสูงยังแผ่ปกคลุมทางตอนบนของประเทศ เหมือนฝาปิดหม้อ ไม่ยอมไปไหน ทั้งๆ ที่ควรจะไปตั้งนานแล้ว (เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา)😀

  3. ถ้าไม่ให้สันนิษฐานที่ว่า “ชาวบ้านเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า” หรือ “เจ้าหน้าที่เผาป่าเพื่อของบประมาณ” แล้วตอบได้ไหมครับว่าไฟป่าเกิดจากอะไร เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญนะครับที่จะต้องเข้าใจ เพื่อให้เห็นภาพรวมและรายละเอียดที่มีอยู่ เพราะเดี่ยวนี้มีหลายประเด็นมากที่พูดถึงเรื่องของสาเหตุของไฟป่า เช่น มาจากพม่า หรือจากชาวบ้าน ฯลฯ หน่วยงานของรัฐเองก็ออกมาบอกว่าไฟป่าเกิดจากคน 100 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มว่าเป็นชาวบ้านทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ด้วย ดูจากป้ายรณรงค์ก็ได้ครับ ความคลุมเคลือดังกล่าวจะทำให้การบริหารจัดการไฟป่าที่เกิดขึ้นไม่สามารถทำได้ดีนัก การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเรียนรู้วิธีการในการจัดการไฟป่ากับชาวบ้านอาจทำให้สถานการณ์บางอย่างดีขึ้น ขอแนะนำนะครับ เพราะการที่จะรอให้ชาวบ้านเข้าไปเรียนรู้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการคงยาก อย่างไรเสียเจ้าหน้าที่ก็ควรจะเป็นฝ่ายที่ก้าวเข้าไปก่อนนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s