Work@HADF

.

ย้อนนึกถึงชีวิตทำงานบนดอยแม่สลองกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ช่วงที่ผมเข้าไปประมาณปี ๓๗ รุ่นผมจัดได้ว่าเป็นเจนเนอเรชั่นที่สามแล้วสำหรับที่นี่ เป็นยุคเครือข่ายผองเพื่อน (ที่นั่นเขาเรียกอย่างนี้) เป็นช่วงเวลาที่มูลนิธิฯ เริ่มนำนักวิจัย นักวิชาการ เข้ามาร่วมวิจัยเพื่อพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญของชาวบ้านให้เป็นระบบ มีฐานวิชาการรองรับ จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดสู่ชุมชนและสังคมภายนอกให้ใช้ประโยชน์ได้

เท่าที่พอจำได้ก็มี เนคเทค ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี งานเด่น ๆ เท่าที่จำได้ก็มีงานวิจัยสมุนไพรและพันธุ์พืชพื้นเมือง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาระบบประปาภูเขาโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงงานสำรวจการใช้ที่ดินและจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ผมร่วมรับผิดชอบอยู่

.

บ้านบนดอยที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างคุ้มกะลาหัวให้ผมมาตลอด ๕ ปี

.

คู่ทุกข์คู่ยาก ‘ฟ้าใส’ Yamaha DT 125

 

หลังพม่า หน้าไทย ขวาเชียงใหม่ ซ้ายเชียงราย (จุดนี้ล่ะครับฮับของแท้)

 

‘ฟ้าใส’ กับเด็ก ๆ บ้านหล่อโย

 

ตั้งวงยาดองเหล้ากระดูกเสือ พรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินดอย

 

midnight tea กับชาวบ้านหมู่บ้านแสนใหม่

.

ในวันหยุด ถ้าไม่โผล่ดอยโน้นก็มาโผล่ดอยนี้

.

ประสบการณ์จากที่นี่เป็นหนึ่งใน certificate ที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

.

 

(ทั้งหมดเป็นภาพที่ยังมีสภาพดีที่สุดเท่าที่จะดูได้ที่ติดตัวผมลงมาด้วย บางภาพขอบจะเริ่มเปื่อยแล้วเพราะข้างบนอากาศเย็นและความชื้นสูง ส่วนใหญ่จะเละติดกันเป็นก้อนเลย … น่าเสียดาย)

.

บุคคลคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ‘พี่แดง’ เตือนใจ ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิฯ พี่แดงที่ผมรู้จักเป็นสุภาพสตรีตัวเล็ก แกร่ง และอบอุ่น เวลาทำงานพี่แดงจะให้ความสำคัญกับการโยงใยปัญหา ทำงานในหลายระดับกับหลายพันธมิตรอย่างได้อย่างสอดคล้อง บนหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

จากจุดเริ่มต้นของ ‘ครูแดง’ ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา การอ่านออกเขียนได้ของชุมชน หลายขวบปีจึงพบว่า ไม่เพียงแค่การศึกษาแต่ยังมีปัญหาเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ที่ต้องมีการแก้ไขพัฒนาควบคู่กันไปด้วย ทั้งเรื่องปากท้อง คุณภาพชีวิต สิทธิพื้นฐาน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นมา

.

ผมชอบพี่แดงรูปนี้จริง ๆ (จากสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น)

.

ชาวบ้าน ชุมชน และมูลนิธิฯ ร่วมกันเดินผ่านวันเวลาและฝ่ากระแสบริโภคนิยมที่ไหลเชี่ยว ได้รับทั้งผลกระทบและผลกระแทกจากนโยบายรัฐและนโยบายโลก ปัญหาที่เกิดจึงซับซ้อนขึ้นและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในหมู่บ้านอีกต่อไป ปัญหาของชุมชนนั้นเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มูลนิธิฯ จึงก้าวเข้าสู่ยุคของการมองปัญหาอย่างเป็นองค์รวมและให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและแสวงหาพันธมิตรร่วมพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

การรณรงค์ระดับนโยบายและการสร้างเครือข่ายทำงานในด้านต่างๆ ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับการทำงานที่แปลกแปร่ง ไม่คุ้นชิน จากเดิมที่ ‘ฝังตัว’ ต้อง ‘เผยตัว’ กันมากขึ้น ปริมาณงานที่หนักกว่าเดิมหลายเท่า ตอนนั้นก็บ่นกันไปตามประสาโดยเฉพาะผม แต่ทุกครั้งที่พี่แดงขอพวกเราไม่เคยปฏิเสธ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม? สำหรับงานบางอย่าง ‘ความเคารพและศรัทธา’ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กับงานพัฒนาจำเป็นต้องอาศัยจิตใจที่อ่อนโยนผนวกกับร่างกายที่แข็งแรง ที่สำคัญต้องมี ‘หลัก’ ที่ปักลึก หนักแน่น มั่นคง ไว้ให้ยึดให้เหนี่ยวในยามถดถอยอ่อนล้าด้วย

 

นี่เป็นรายงานฉบับสุดท้ายที่ผมสรุปให้มูลนิธิฯ ก่อนลงจากดอยแม่สลอง จ.เชียงราย มาทำสวนในปัจจุบัน เมื่อทบทวนดูแล้วการทำงานของผมในช่วงเวลานั้นขาดมิติหรือมุมมองทางสังคมเป็นอย่างมากในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เป็นการทำงานโดยขาดการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำของชาวบ้าน ขาดมิติทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน ผมเป็นได้แค่ฟรีแลนซ์ธรรมดาที่รับจ้างสำรวจ จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล ไม่คู่ควรกับคำว่า ‘ครู’ ที่ชาวบ้านเรียกสักนิด พวกเขาต่างหากที่เป็นครูสอนให้ผมรู้จักชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม

.

“ชีวิตที่อยู่พอดี กินพอดี บนพื้นที่สูง”

.

แม้จะเป็นงานเขียนที่แข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา แต่ก็อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต เพราะหลังจากนั้นผมไม่เคยสรุปงานให้ใครอีกเลย

.

………………

.

สมดุลย์คนกับป่า : งานจัดการทรัพยากร

เป็นที่ทราบกันดีว่ากิจกรรมการเกษตรบนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงของชุมชนชาวไทยภูเขาโดยไม่มีมาตรการอนุรักษ์ที่เหมาะสม ก่อให้เกิดการกัดเซาะชะล้างพังทลายของหน้าดินและทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง จนทำให้ไม่สามารถปลูกพืชในพื้นที่เดิมติดต่อกันได้หลายฤดูเพาะปลูก ส่งผลให้ชาวไทยภูเขาหาทางออกด้วยการมีพื้นที่เพาะปลูกไม่ต่ำกว่า 2-3 แปลง เพื่อหมุนเวียนสลับกันทำการเกษตรในระบบไร่หมุนเวียน

จากรายงานการสำรวจพื้นที่ทำกินของชุมชนเป้าหมาย 27 หมู่บ้านของมูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา พบว่า พื้นที่ทำกินทั้งหมด 23,456.1 ไร่ เป็นพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนถึง 15,245.2 ไร่ หรือร้อยละ 65 และในจำนวนพื้นที่ไร่หมุนเวียนดังกล่าว เป็นพื้นที่ในรอบการหมุนเวียนที่ถูกทิ้งเป็นไร่เก่าเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารจำนวน 8,647 ไร่ หรือร้อยละ 56.7 ของพื้นที่ไร่หมุนเวียน

เมื่อพิจารณาความลาดชันของพื้นที่ทำกิน พบว่า ช่วงลาดชันที่พบมากที่สุดได้แก่ 12-35% ครอบคลุมพื้นที่ถึง 10,466.8 ไร่ หรือร้อยละ 44.6 รองลงมาคือ 35-55% ครอบคลุมพื้นที่ 7,668.6 ไร่ หรือร้อยละ 32.7 สองช่วงชั้นความลาดชันดังกล่าว หากรวมกันจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 18,135.4 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 77.3 ซึ่งแนวทางการใช้ประโยชน์ตามเกณฑ์ของโครงการจัดการลุ่มน้ำแม่สา กรมป่าไม้ ระบุว่า สามารถให้ปลูกพืชได้แต่ต้องมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ขณะที่มาตรการอนุรักษ์ที่ปรากฏในพื้นที่ทำกิน คือ แถบไม้พุ่มตระกูลถั่วและแนวหญ้าแฝกมีเพียง 587.9 ไร่

ผลการสำรวจดังกล่าวบ่งบอกถึงสถานการณ์การใช้พื้นที่ในสองประเด็น กล่าวคือ พื้นที่ทำกินของแต่ละหมู่บ้านกระจายตัวติดกับหมู่บ้านข้างเคียง จนไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมเหลือพอให้ทำกินได้อีก ขณะที่ประชากรเพิ่มขึ้นมีความต้องการอาหารและการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น จึงปรากฏสัดส่วนของพื้นที่ไร่เก่าที่ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ที่ชาวเขาใช้ประโยชน์ในระบบเดิมกำลังมีปัญหา เนื่องจากพื้นที่มีจำนวนไม่เพียงพอในการรองรับการทำไร่หมุนเวียน ซึ่งควรมีพื้นที่ที่ถูกทิ้งเป็นไร่เก่าในสัดส่วน 2 ใน 3 จึงจะเกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารเพียงพอในการกลับมาทำไร่ใหม่อีกครั้ง ประเด็นต่อมาคือ การทำมาตรการอนุรักษ์ในแปลงที่มีความลาดชันสูง เพื่อนำไปสู่ระบบเกษตรถาวรในอนาคตยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ขณะที่นโยบายของรัฐเข้มงวดมากขึ้นในการจำกัดการใช้พื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านโดยไม่ให้ขยายพื้นที่อีกต่อไป จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว มีคว่มจำเป็นต้องรีบพิจารณาเพื่อวางมาตรการการใช้พื้นที่ที่มีความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมสูงของต้นน้ำแม่จัน-แม่สลองและต้นน้ำอื่นๆ ให้เป็นระบบที่สนับสนุนการใช้พื้นที่ดิน น้ำ ป่า อย่างยั่งยืน

แนวความคิดการทำเกษตรยั่งยืนเป็นการใช้พื้นที่แบบเข้มข้นในแปลงเพาะปลูกซึ่งประกอบด้วยพืชมากกว่า 1 ชนิด ผสมผสานเกื้อกูลเชิงบวกรวมอยู่ในแปลงเดียว ผนวกกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจของพืชที่ปลูก และความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของเกษตรกร อันจะส่งผลในการลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ลดพื้นที่การเพาะปลูกและลดการเผาไร่อันเป็นสาเหตุหนึ่งของไฟป่า แนวคิดดังกล่าวเป็นทางออกเพียงทางเดียวในอนาคตสำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง ซึ่งจะทำให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขและยั่งยืนต่อไป

กระบวนการวางแผนให้ชาวไทยภูเขาเกิดกิจกรรมการเกษตรแบบยั่งยืนนั้น ต้องดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ ประเด็นสำคัญอย่างยิ่งคือรูปแบบการเกษตรแบบใหม่จะต้องดีกว่าแบบเดิมในแง่ผลผลิต รายได้ และความรู้สึกของเกษตรกรเอง จึงจะทำให้ง่ายต่อการส่งเสริมและการยอมรับนำไปปฏิบัติ กระบวนการดังกล่าวจะเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลระดับครัวเรือนทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับประชากรและพฤติกรรมของประชากรที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ตลอดจนข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อศึกษาทำความเข้าใจ และความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อันนำไปสู่การวิเคราะห์สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

หลักการและแนวคิดหลักที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ

  • การจำแนกการใช้ที่ดินที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ เป็นกระบวนการเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำ
  • การวางแผนการใช้ที่ดินและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ต้องคำนึงถึง ความมั่นคงทางกายภาพ ความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจ และการยอมรับของสังคม
  • การวางแผนการใช้ที่ดินบริเวณลุ่มน้ำ ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้อยู่อาศัยทั้งตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำ ต้องตระหนักว่าการวางแผนการใช้ที่ดินบริเวณลุ่มน้ำนั้น เป็นการจัดการระบบนิเวศของลุ่มน้ำทั้งระบบมิใช่เป็นการวางแผนเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง
  • บริเวณพื้นที่ต้นน้ำต้องมีมาตรการควบคุมมิให้กิจกรรมของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ให้เกิดการขยายที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน

.

………………

.

.

3 thoughts on “Work@HADF

  1. อ่านแล้วดีใจจัง จะเก็บไปให้คนอื่นได้อ่านบ้างนะ คิดถึงมาก ตอนนี้อาล้าก็มาอยู่ที่มูลนิธิแล้ว
    พี่จะแฮ

  2. สุดยอดมากครับพี่ ผมก็เคยอยู่บนดอยมาก่อน สุดยอดครับ พี่ อยากรู้จักพี่มากคับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s