นอกชานยามเช้า

6 10 2009

.

0109

ฝนหมาดฟ้าเอาเมื่อตอนรุ่งสาง
แสงนวลเย็นของแดดเช้าทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทักทาย
ไอหมอกยังคงคลอดอย
บ้างก็ลอยอ้อยอิ่งลงเคียงดิน
กรองแรงแดด … กลายอุ่น

.
.
ก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไรอยู่ดี ฟังเพลงกันดีกว่าครับ … แหะ แหะ
.

เสียงกระซิบจากสายฝน | วงตาวัน

.
.
ปล. ต้องขอโทษคุณยุ้ยผ่าน entry นี้ด้วยที่ไม่ได้ส่งงานมาสองเดือนกว่าแล้ว …
.
.





ผีเสื้อกับดอกไม้

5 06 2009

.

butterfly00

.
ทุก ๆ เช้าของสัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมกับกาแฟชอบที่จะออกมาชมฉากชีวิตแสนสวยของเหล่าผีเสื้อกระทกรกและผองเพื่อนที่กำลังโฉบลิ้มชิมรสหวานของดอกส้มโอหน้าบ้าน สุนทรียภาพอันงดงามเช่นนี้เป็นผลจากการ “ลด ละ เลิก” ใช้สารเคมีในสวนครับ เป็นสิ่งที่ผมทำได้และต้องทำเพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างปกติสุข เราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันโดยธรรมชาติ จึงไม่มีความจำเป็นใดใดที่จะต้องมาเบียดเบียนบีฑากัน…มิใช่หรือ?

แต่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าได้คุณ ๆ มาช่วยกันอีกแรง

ไม่ยากเลยครับ แค่เลือกทานผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษเท่านั้นเอง เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้ จะช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตของเกษตรกรได้มากโข นั่นหมายถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ฟ้า ที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ต้องผลาญทรัพยากรโดยไม่จำเป็นไปกับอีเวนท์หรือแคมเปญรักษ์โลก (เสียเหลือเกิน) ที่เกลื่อนเมืองอยู่ในขณะนี้

ปิดแอร์ก็ยาก ประหยัดน้ำมันก็ลำบาก ลองเรื่องกินดูเป็นไร ไม่ต้องรักโลกก็ได้ รักตัวเองนี่แหละ ทีกับเรื่องงานยังมุ่งมั่นทุ่มเทให้ได้เกินร้อย แต่ทำไมปล่อยปละละเลยกับสุขภาพตัวเองล่ะครับ ทำงานหนักเพื่อที่สุดท้ายแล้วต้องไปนอนพักนอนผ่าอยู่ในโรงพยาบาล มันคุ้มกันเสียเมื่อไหร่

ลองเริ่มต้นวันนี้ ๕ มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลกนี่ล่ะ … เหมาะนัก

.

ปล. อยากให้ผีเสื้อกับดอกไม้โบยบินและเบ่งบานในทุกเรือกสวนไร่นาบนแผ่นดิน แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและอิสระของเกษตรกรที่พร้อมจะยืนหยัดฟันฝ่าและพึ่งพาตนเองได้ เอาให้เหมือนโมฮัมหมัด อาลี ที่ว่า “I float like a butterfly and sting like a bee” นั่นเลย

.

.





เอาลูกหวายมาฝาก

10 04 2009

.

เคยกินลูกหวายกันหรือเปล่า?

ลูกหวายผลกลม เปลือกขาวซ้อนเกล็ดสอดลายสลักสวย ออกแรงบิเพียงนิด เปลือกบางก็ปริแตกโชว์เนื้อในใสสีแดงทับทิม รสฝาดหวานชุ่มคอนิดนิด เอาไว้กินเล่นยามเดินป่าเดินสวน หมดรสหวานก็ถ่มทิ้งเม็ดไว้ตามรายทาง ช่วยขยายพันธุ์หวายโดยไม่รู้ตัว แวะเอามาฝาก สดสดจากสวนเมื่อเช้านี้เอง

สุขสงกรานต์กันทุกคนครับ …

.

.

.





กรุ่นกลิ่นลำดวน

14 03 2009

.
ทำไมใคร ๆ ถึงชอบทึกทักให้ ‘ลำดวน’ บอกนัยถึงผู้สูงอายุ ซึ่งผมไม่ใคร่เห็นด้วยนัก

.

.

สูงวัยใจอารีต้องอย่าง ‘ต้นไทร’ นั่น … เป็นทั้งที่อิ่ม ทั้งที่อุ่นอิงพิงนอน ดังคำเก่าเล่าขานว่า ‘ร่มโพธิ์ร่มไทร’ ให้พึ่งพิงอาศัย ให้ร่มเย็น อีกทั้งหลากชีวิตรอบ ๆ ไทร เหล่าส่ำสัตว์น้อยใหญ่ทั้งเดินบนดิน ที่บินบนฟ้า ต่างช่วยกันแพร่ขยายกระจายพันธุ์ไทรไปยังที่ต่าง ๆ เป็นตัวอย่างของการทดแทนบุญคุณให้ลูกหลานได้เห็น ได้เอาอย่าง

เป็นซิมโบลิกที่แสดงความหมายและให้ภาพของผู้สูงวัยได้ชัดเจนกว่าเป็นไหน ๆ

.

.

‘ลำดวน’ ออกจะอีโรติก อาบไปด้วยเสน่ห์ลับเร้น ทรวดทรงน่าพิศวาส ปลีกลีบอวบอูม กลิ่นกรุ่นไม่ฉุนนัก แต่หอมหวนนวลนาสา สมัยก่อนตอนเรียนหนังสือคงเคยอ่านเคยผ่านตากับเสภาขุนช้างขุนแผนกันมาบ้าง นั่นน่ะใช่เลย … ลำด๊วน ลำดวน

มาทวนความจำกันหน่อยเป็นไร ฟังพิมพิลาไลยเอื้อนเอ่ยอำลาก่อนหนีขุนช้างไปกับยอดชู้ อ่านแล้วรู้สึกว่าแม่พิมของเราไม่ใคร่อาลัยขุนช้างสักเท่าไร ออกจะคร่ำครวญหวนไห้ถึงตันหมากรากไม้เสียมากกว่า …

.

ลำดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแล้ว
ทั้งเกดแก้วพิกุลยี่สุ่นสี
จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี
จำปีเอ๋ยกี่ปีจะมาพบ

ที่มีกลิ่นก็จะคลายหายหอม
จะพลอยตรอมเหือดสิ้นกลิ่นตลบ
ที่มีดอกก็จะวายระคายครบ
จะเหี่ยวแห้งเซาซบสลบไป

ต้นน้อยน้อยลูกย้อยระย้าดี
ตั้งแต่นี้จะไปชมต้นไม้ใหญ่
จะทิ้งเรือนไปร้างอยู่กลางไพร
ยุงร่านริ้นไรจะตอมกาย

รากไม้จะต่างหมอนนอนอนาถ
ดาวดาษจะต่างไต้น่าใจหาย
ลงบันไดใจเจียนจะขาดตาย
น้ำตาตกกระจายพรั่งพรายลง ฯ

.

ผมว่าชายไทยกว่าครึ่งจะจำตอนนี้ได้ฝังใจที่สุด นั่นคือ ตอนขุนแผนดอดขึ้นเรือนขุนช้างไปฉุดนางพิมพิลาไลย มีทั้งลูกอ้อน ลูกตัดพ้อ แถมเป่ากระหม่อมให้เคลิ้มอีกต่างหาก ครบทั้งเล่ห์กลมนต์คาถาอย่างนี้ แล้วหนูพิมจะไปเหลืออะไรเล่า นี่ไม่นับที่ไอ้แผนตัวดีย่องไปเด็ดดอกแก้วกิริยามาเชยก่อนเข้าหาหนูพิมอีกนะ เรียกว่าพี่แกล้างแค้นหมดจดเหมือนล้างเขียงยังไงยังงั้น ขัดอย่างเดียวไม่พอ พี่เล่นขูดเนื้อเขียงติดคมมีดไปซะเกลี้ยง

ทรามแท้พ่อเจ้าประคุณ!

.

.

จริง ๆ ที่ลากไปถึงขุนช้างขุนแผนได้นี่ เรื่องของเรื่องก็คือ วันก่อนแม่เรียกให้ผมมาถ่ายรูปดอกลำดวนเก็บไว้ แกว่ากำลังบานสวยเชียว เลยสบโอกาสหากินกับไม้ของแม่อีกครั้ง พาชมไม้ดอกบ้าง หลังจากชมไม้แดกกันมาสองสามตอนก่อน หวังไว้ให้หายคลายร้อน ชมดอกไม้สีนวลตา กลิ่นนวลใจ เนื้อหาอาจจะปลุกกำหนัดเล็กน้อย เอาแค่พอกระชุ่มกระชวยก็แล้วกัน

.

.

ผมนึกออกแล้วว่ากรุ่นกลิ่นลำดวนนี่ มันหอมนวลหอมเย็นเหมือนกลิ่นแจ๊สเบา ๆ เพลงนี้นี่เอง …

.

หวาน | เฉลียง

.

.





เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

11 02 2009

.

- ๑ -

 
วันนี้ .. วันที่ไอร้อนวิ่งไล่จนทันลมเย็นที่กำลังอ่อนแรง แล้วอีกไม่นาน ความกดอากาศต่ำก็จะนำพาความร้อนเข้ามาประจำการตามปกติ … คุณเริ่มรู้สึกถึงความสดใสของฤดูใบไม้ผลิกันบ้างหรือยัง?

ไม่ผิดหรอกครับ “ฤดูใบไม้ผลิเมืองไทย” ใครว่าไม่มีล่ะ

ฤดูกาลไม่ได้ถูกพันธนาการด้วยภูมิภาคหรือภูมิอากาศ ไม่เฉพาะกับประเทศในเขตหนาวเท่านั้นที่มีโอกาสได้เริงร่ากับช่วงเวลาผลิใหม่ของพืชพรรณ แต่กับโลกทั้งโลกต่างหาก ไม่ว่าจะร้อนหนาวขาวดำ ฤดูใบไม้ผลิจะพัดผ่านทุกชีวิตโดยเสมอภาคกัน

ดูจากเงื่อนเวลาแล้ว ฤดูใบไม้ผลิของบ้านเรากับประเทศในแถบยุโรป อเมริกา ไล่มาจนถึงญี่ปุ่น น่าจะตรงกันคือตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงมิถุนายน ต่างกันตรงที่บ้านเขายังคงหนาว แต่บ้านเราร้อนตับแตก!

.

.

การผลิดอกออกผลของต้นไม้จะบอกคุณว่า ฤดูใบไม้ผลิได้ย่างก้าวเข้ามาแล้ว แม้จะไม่ชัดเจนเหมือนกับประเทศในเขตหนาวเพราะความแตกต่างของระบบนิเวศและพรรณพืช ไม้เมืองหนาวจะทิ้งใบยืนต้นเปลือยเปล่าตลอดฤดูหนาว แล้วจึงออกดอกเต็มต้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ผิดกับไม้บ้านเราที่ส่วนใหญ่ไม่ผลัดใบ ถ้าไม่สังเกตก็ยากที่จะเห็น

แต่ ‘ป่า’ จะเป็นตัวบอกเราเองเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ป่าเหนือจะเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อเข้าหน้าหนาว แล้วค่อย ๆ ทิ้งใบ ทำท่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงอย่างฝั่งยุโรปหรืออเมริกา เรื่อยไปจนถึงเดือนมีนา เมษา ที่ต้นไม้ออกดอกสีสวยสด เต็มต้น เต็มตา จึงนับเอาว่าได้เดินทางเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของไทยอย่างเต็มตัว

ผมชอบคำว่า ‘spring’ และนึกชื่นชมคนที่คิดคำนี้ขึ้นมา นึกถึงภาพของขดลวดที่สะสมแรงเครียดแรงเค้นจนเต็มกำลัง เมื่อสุดรั้งจึงดีดตัวคืนรูป เหมือนต้นไม้ที่พักตัวสะสมอาหารผ่านฤดูหนาวอย่างเต็มที่ อิ่มจนเกินอั้น ต้องผลิออกมาเป็นดอกหรือใบตามแต่ปัจจัยแวดล้อมจะเอื้ออำนวย (อุณหภูมิ ความชื้น สายพันธุ์ ฯลฯ)

บ้านเราคงจะสนุกสนานเฮฮากันตลอดปี เลยไม่ค่อยตื่นเต้นนักกับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ หรืออาจไม่เคยนึกเลยว่าเมืองไทยก็มีฤดูนี้กับเขาเหมือนกัน ผิดกับผู้คนในเขตหนาวที่การบานของดอกไม้หมายถึงอากาศที่อุ่นขึ้น หมายถึงชีวิตที่จะโลดแล่นได้อย่างอิสระเสรี ไม่มีลมฟ้าอากาศเป็นอุปสรรคดังที่ผ่านมา

มาวันนี้ความเข้าใจของผมเปลี่ยนไปพอสมควร เริ่มไม่แน่ใจกับชุดความรู้ที่ว่า เพราะเป็นประเทศในเขตร้อน เมืองไทยจึงมีแค่สามฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว

มันมีแค่นี้จริงละหรือ? 

อาจเป็นเพราะการนั่งดูลมฟ้าฝนอยู่ทุกวัน ทำให้ผมเชื่อในความเสมอภาคของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ทุกอย่างสำหรับทุกชีวิตเสมอ แม้เปลือกนอกที่สัมผัสรับรู้อาจจะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม แต่ก็ล้วนมีแก่นแท้เดียวกันทั้งสิ้น …

.

.

- ๒ -

 
ขอบันทึกความเคลื่อนไหวของสวนที่กำลังเดินเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิด้วยความตื่นเต้น ถ้าไม่รวมลำไยที่ชูช่อไปเมื่อตอนก่อน ที่บ้านสวน ณ วันนี้ เวลานี้ (กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒) มีต้นไม้ที่กำลังผลิดอกผลิใบอยู่ประมาณ ๔-๕ ชีวิต มีอะไรบ้างไปดูกัน

.

‘ผักหวานป่า’ ดูจะมีความสุขที่สุดกับความร้อนแรงของลมฟ้า ที่ผลิออกมาทั้งดอกทั้งใบ ยังความชุ่มชื่นหัวใจให้กับเจ้าของสวนเป็นอย่างมาก
.

.

‘ส้มโอ’ เพิ่งเก็บไปเมื่อธันวาคม ๕๑ ที่ผ่านมา คล้อยหลังมาเดือนกว่า ๆ ก็ออกดอกมาอีกครั้ง การออกดอกของส้มโอช่วงนี้เป็นวงจรปกติครับ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
.

.

‘มะไฟ’ ต้นนี้ให้ดอกเมื่อปลายปีก่อน ตอนนี้กำลังติดผลเล็ก ๆ
.

.

‘กระท้อน’ ปลายปีที่ผ่าน ใบของกระท้อนเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเหลืองส้มแดงแล้วจึงร่วง จากนั้นก็แทงช่อดอกตามออกมา

.

.

‘มะม่วงมหาชนก’ วัยรุ่นใจร้อน ติดลูกซะแล้ว

.

.

‘สะแล’ ผักพื้นบ้านที่หาทานได้เฉพาะฤดูนี้เท่านั้น สะแลเป็นไม้รอเลื้อยครับ หมายถึงถ้าไม่มีอะไรให้เลื้อยเลี้ยวเกี่ยวรัดก็ไม่ง้อ ยืนต้นอยู่เองได้ แต่จะให้ดีควรตัดแต่งกิ่งบ้างหรือจับกิ่งจับก้านมามัดให้รัดเลื้อยกันเอง … ไว้ถ้าไม่ลืมจะแกงมาให้กินกัน

.

.

.

- ๓ -

 
ต้นไม้อยู่กับที่ตลอดเวลา เกิดตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นตายตรงนั้น หนีไม่ได้ ไปไม่เป็น ไม่เคลื่อนที่โยกย้าย จะมีก็เพียงเอนไหวใบสะบัดบ้างเท่านั้น ต้นไม้ใช้ชีวิตอย่างรอบคอบและอดทน รอบคอบในการเสาะหา สะสมอาหาร ไปจนถึงการกินใช้อาหารนั้นให้เกิดประโยชน์ ต้นไม้สงบและอดทนกับสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย จะร้อนแล้งแห้งหลาก ก็ยังสามารถข้ามผ่านจนผลิดอกใบมาต่อเชื่อมชีวิต

แล้วมนุษย์เราล่ะ เรามีแขนขาให้เคลื่อน มีสมองให้คิด มีจิตไว้กรอง เราได้เปรียบต้นไม้เกือบทุกอย่าง แล้วจะอับจนสิ้นหนทางง่าย ๆ ได้อย่างไร

.

หวังว่าคงจะยังประโยชน์และเป็นกำลังใจให้ใครได้บ้าง … ในยามนี้

.

.

………………

.

.

.





ขัดจังหวะ

22 11 2008

สระนี้ขุดไว้พร้อม ๆ กับเริ่มสร้างบ้านสวน พ.ศ. ๒๕๓๙, สิบสองปีผ่าน ครบหนึ่งรอบอายุคนพอดี มันพังลงหลังวันลอยกระทงไม่กี่วัน ฝนที่ตกหนักตกแรง น้ำจะไหลบ่าให้ตาเห็น ง่ายแก่การแก้ไขป้องกัน แต่ฝนที่พรำ ๆ พัก ๆ ทั้งวันทั้งคืนน่ากลัวกว่า คะเนไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไร ตรงไหน และเมื่อไหร่ ดินที่อุ้มน้ำจนเกินอั้น ไหลเลื่อนมุดคานฐานพนังลงสู่ก้นสระ พร้อมบดเบียดแผงคอนกรีตและราวเหล็กพังทลาย

ลุงน้อยบอก “ก็เราไปขวางไปขัดเค้าไว้นี่ ทำไงได้ละ”

จริงของแก คงเพราะผมไปขัดจังหวะของธรรมชาติ ขังขวางวิถีที่ควรเป็นไป แต่ก็รู้สึกได้ถึงความอาทรที่ยอมให้เราใช้ประโยชน์จากสระนี้มานานเป็นสิบปี นานจนลืม เมื่อต้องใช้คืนก็ไม่รู้สึกเสียดมเสียดายอะไรเท่าไหร่ มีได้มีเสีย ก็แฟร์ดี ไม่มีใครเอาเปรียบใคร

ดูเอาเถอะครับว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เพียงใด จะล้มจะลุกกันแต่ละที ใช้เวลานานเสมอ

นี่แค่ตัวอย่างเล็ก ๆ เท่านั้น เห็นอย่างนี้แล้วยังอยากจะเอาชนะธรรมชาติกันอยู่หรือเปล่า?

 

broken-pond-01

เลื่อนลงทั้งแถบกว่าเจ็ดเมตร ต้องรอให้ดินแห้งสนิทเสียก่อนจึงจะเริ่มซ่อมแซมได้

.

broken-pond-03

คืนนั้นฝนตกทั้งคืน น่าแปลกที่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เช้ามาก็เป็นอย่างที่เห็น

.

broken-pond-04_400

สูบน้ำออกเกือบหมดเพราะต้องขุดลอกและเทฐานใหม่

.

broken-pond-05_400

 ย้ายปลาในสระมาพักไว้ที่นี่ก่อนเพราะน้ำขุ่นมาก

.

broken-pond-06_400

ลีลาเริงร่ากับน้ำใหม่ของฝูง นิล ไน ยี่สก ตะเพียน

.

………………

.

update: 24/11/08

ถึง…nitbert

ผมลองร่าง profile ของสระน้ำมาให้ดูคร่าว ๆ น่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น (หรือเปล่า?) สวนผมตั้งอยู่บนจมูกเขาเล็ก ๆ ครับ สระน้ำจึงมีลักษณะขวาง slope ดังรูป ดูด้วยตาเปล่าอาจจะเห็นว่ามันเป็นที่ราบ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ มันเทลงจากขวามาซ้ายอย่างที่เห็น ฉะนั้นตอนที่เริ่มขุดสระจึงจำเป็นต้องทำพนังกั้นดินไหล (ตามแรงโน้มถ่วง) ป้องกันไว้ก่อน

เหตุที่พังเข้าใจว่า น่าจะเริ่มจากรูปที่ 1 ดินที่อุ้มน้ำจนเกินกำลังรับจนดินกลายเป็นโคลน ซึ่งโดยธรรมชาติของของเหลวก็จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำอยู่แล้ว ดินจึงหาทางมุดออกทางใต้คานของพนังที่กั้นไว้ ทีนี้เมื่อก้นรั่วเสียแล้ว ดินชั้นบนก็ยุบตัวและเลื่อนไหลตามลงมาเป็นโดมิโน พร้อมกับเบียดกระแทกจนแผงคอนกรีตที่กั้นอยู่พังลง ดังรูปที่ 2
.

pond-profile

 

มันทำให้ผมนึกถึงวลีหนึ่งจากหนังเรื่อง จูราสสิก ปาร์ก ภาคแรก ๆ ที่ว่า “Life can not be controlled … Life finds a way” อะไรทำนองนี้ละครับ มันเลือน ๆ ไปแล้วเพราะดูมานาน มนุษย์เองก็กำลังอยู่บนหนทางในการฟื้นฟูตัวเองของธรรมชาติ แต่โชคดีที่เรายังได้รับโอกาสและเวลาในการปรับตัว ฉะนั้นอะไรอยู่ในวิสัยที่จะช่วยแก้ไขได้ก็ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม อย่างน้อยก็อย่าเอาแต่ตัดพ้อหรือก่อเรื่องเพิ่มจากที่เป็นอยู่ก็พอ
.

.





ชมอัญชัน

25 08 2008

.
ถึง สายลมลอย … เมล็ดอัญชันดอกขาวที่พี่ส่งมาให้ ถึงวันนี้มันเลื้อยค้างขึ้นไปออกดอกให้เห็นแล้วครับ ไอ้เคี่ยมกับอีเคียนก็โตดี ดูท่าจะชอบอากาศทางเหนือซะแล้ว ส่วนเม็ดไม้อื่นที่ปันมาให้ก็โตบ้างตายบ้างอยู่ใต้โครงค้างอัญชันเถานี่ล่ะครับ ไอ้ที่รอดก็กำลังรอลงดิน ขอบคุณมากที่ส่งสีมาแต้มให้สวนสวย สีขาวนี่มันช่วยเกลาใจได้ดีแท้ โดยเฉพาะหัวใจเถื่อนๆ แถวนี้ … ฮิ้วววว

พูดถึง ‘อัญชันดอกขาว’ หลายปากได้บอกเตือนถึงการเสียแรงเสียเวลา ปลูกไว้ขวางจอบขวางมีดเสียเปล่าๆ ไม่เหมาะที่จะเข้าช่อกับใคร ไม่หอมยวนใจเหมือนดอกไม้ดอกอื่นๆ แต่ลองได้เห็นแล้วจะตัดใจไม่ลง ไม่รู้เพราะอะไร ดอกไม้กลีบขาวบางไร้กลิ่นดอกนั้น จึงยังคงสวยงามติดตาตรึงใจจวบจนวันนี้

เปิดด้วย ‘สายลมลอย’ ก็ขอปิดด้วย ‘สายลมรัก’ ให้คล้องจองพ้องกันไป เอาให้หวานเข็ดเขี้ยวกันไปข้างนึงเลย หน้าฝนนี้รู้สึกว่าเพื่อนบล็อกหลายท่านจะออกลูกเหงากระเง้ากระงอดผ่านหน้าบล็อกอยู่บ้างประปราย … ขอด้วยคนดิ

.

สายลมรัก
ภูสมิง หน่อสวรรค์

.

ปล. ถ่ายไว้เมื่อเช้าของวันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นเช้าที่แดดสวยวันหนึ่งของเดือนทีเดียว

.

.

………………

.

แก้ไขเพิ่มเติมวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๑

ถึง … คุณ nitbert

ขออภัยในความผิดพลาดจริงๆ อันนี้ชัวร์! ไม่มี reference ไหนน่าเชื่อถือกว่านี้อีกแล้ว ถ้าผิดอีกฟ้องผมได้เลย

.

.

อ้างอิงจากหนังสือ “ชื่อพันธุ์ไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ – ชื่อพื้นเมือง)” แต่งโดย ดร.เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับพิมพ์ปี ๒๕๒๓ โดย กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, หน้าที่ ๘๘

.

………………

.

แก้ไขเพิ่มเติมวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๑ - – ขอใช้พื้นที่นี้เป็นกรณีพิเศษครับ

.

๑๘ ปีที่ผ่านมา หนึ่งชีวิตในวันนั้นคงยังไม่เพียงพอที่จะกระตุกปลุกสำนึกของเรา หรือจะอีกนับร้อยพันผู้พิทักษ์ กระทั่งกว่าหมื่นชีวิตไทยที่สูญเสียและสูญหายปลายปี ๒๕๔๗ ก็ยังไม่แม้แต่จะระคาย? … ขอไว้อาลัยให้กับคุณสืบด้วยสีสวยบริสุทธิ์ของอัญชันดอกขาวในสวนเล็ก ๆ แห่งนี้ครับ

รำลึกด้วยความเคารพ
ธีรเดช  คำบุญชู
วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๑, ครบรอบ ๑๘ ปีในการจากไปของคุณสืบ นาคะเสถียร

.

และนี่สำหรับนโยบาย ‘แปลงป่าเป็นทุน-เปิดป่าให้เช่า’ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

“Fuck You! Government”

.





‘เห็ดหล่ม’ กำนัลจากเกลอ

25 05 2008

เป็นเกลอกับธรรมชาติมันดีอย่างนี้นี่เอง หลังฝนตกนานหนักจนชุ่มสวนสลับกับแดดจัดที่ช่วยอาบไล้ดินชื้น รอไม่เกินสัปดาห์ เห็ดหล่มดอกขาวนวลก็อวดโฉมงาม ใต้ต้นก่อใหญ่ริมห้วย ตรงที่เดิมทุกปี เป็นของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รับจากเกลอเก่า แทนคำขอบคุณที่ ‘ให้’ และ ‘รับ’ กันได้อย่างพอเหมาะพอดีในหลายขวบปีที่ผ่านมา เกลอแก้วอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนัก หากไม่อยากสูญเสียไป ต้องพยายามประคับประคองสมดุลแห่งมิตรภาพนี้ให้ดำรงอยู่ อย่าให้เอนเอียงหรือแตกหักเป็นอันขาด … ว่าแต่หิวกันหรือยัง?

พากินอีกแล้ว หลังจากชมจนอิ่มตา … เริ่มที่เจียนใบตองขนาดกำลังห่อ พรมเกลือประผิวเห็ดพอให้ไม่ลืมรสเค็ม บรรจงห่อใบตองกลัดไม้เอาแค่พออยู่ หมกไฟรุม นานช้าตามชอบ ส่วนผมขอแบบ rare นิดๆ พูเนื้อยังฉ่ำน้ำเห็ด ได้ที่แล้วก็ค่อยๆ คลี่ห่อออกอย่างเบามือ หอมกลิ่นใบตองไหม้โชยนำ ตามด้วยกลิ่นเห็ด หอมแปลก แน่นเนียน ชุ่มปอดแล้วฉีกเข้าปาก สวรรค์ลอยลงมาอยู่ใกล้แค่ปลายลิ้นนี่เอง จริงๆ แค่ย่างไฟธรรมดาก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ผมชอบกลิ่นที่มันอบระอุในเนื้อเห็ด กัดทีกรุ่นกระจายเต็มปาก

หลายคนอาจจะชอบสูดสัมผัสกลิ่นดินหลังฝน แต่เชื่อเถอะครับว่า กลิ่นหอมของดินหัวฝนต้นฤดูที่แทรกอยู่ในอณูเนื้อเห็ดนั้น รัญจวนใจไม่แพ้กัน

.

.

.





ฟ้าเดียวกัน

6 05 2008

.

.

บ้านสวน ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ … ฟ้าครึ้มแต่เช้า ฝนตกติดพันมาสามสี่วันแล้ว ไม่หนักแต่เอื่อยๆ เรื่อยเฉี่อย ฉ่ำสวน หมู่เมฆทยอยลอยหายไปเมื่อค่อนบ่าย กว่าแดดจะจัดจ้าเต็มลำก็ล่วงเข้าเวลาเย็น แสงสุดท้ายของดวงตะวันกำลังจะลับขอบเขา แต่ยังพอทันเห็นฟ้าใสหลังฝน เห็นใบไม้อวดผิวมันวาวสะท้อนแดด

.

.

… แม้จะอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน แต่ในวันนี้เวลานี้ เพื่อนบ้านของเรากลับประสบชะตากรรมที่โหดร้ายกว่ามากมายนัก กับมหาวาตภัยจากพายุไซโคลนนาร์กิสที่คร่าชีวิตผู้คนเรือนหมื่น ผมขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและขอให้ประชาชนชาวพม่าพลิกฟื้นใจและกาย พร้อมก้าวข้ามผ่านวิกฤตจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วครับ

.

.

ทั้งที่ฟ้าก็ผืนเดียวกัน แต่ใยโหดร้ายนัก

.

.

.





อยากให้ลูกไม้หล่นไกลต้น

23 04 2008

.

.

การปลูกต้นไม้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วในการแต้มสีเขียวลดร้อนให้กับโลก และจะมีความหมายมากขึ้น ถ้าเราเพาะเราชำด้วยมือของเราเอง หลายคนพูดกันว่าการจะอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างยั่งยืน ต้องปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน ฟังดูอาจจะรู้สึกว่ายาก แต่สำหรับผมแล้ว แค่เราหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงถุงชำ เฝ้าดูแลและรอคอยด้วยความหวัง อย่างมีความสุข ไม่ร้อนรน นั่นเท่ากับว่ารากรักษ์ได้หยั่งลึกลงในจิตใจเราแล้ว

พร้อมกับลมแล้ง เม็ดไม้จากป่าทั้งนอกและในสวน ทยอยร่วงร่อนนอนเกลื่อน เก็บมาเพาะไว้รอฝนแล้วก็ยังเหลืออยู่อีกโข เลยอยากเชิญชวน ใครสนใจอยากปลูกต้นไม้ เรามาเริ่มตั้งแต่เริ่มกันดีกว่า เพาะก่อนแล้วค่อยปลูก รอคอยจนเม็ดกลายเป็นกล้า พอฝนมาก็พาลงดิน จะที่ไหน ก็แล้วแต่ใจคุณ

เราหลงอยู่ในวังวนของ ‘การรับรู้’ จนจะกลายเป็นความเฉยชา แชเชือน ถึงวันนี้ก็ยังไม่สายที่จะ ‘ลงมือทำ’ แม้จะไม่เห็นผลในรุ่นนี้ แต่เราไม่คิดจะหลงเหลือสิ่งดีดีไว้ให้คนรุ่นหลังบ้างเชียวหรือ?

จะวันนี้วันพรุ่ง จะเดือนโน้นเดือนไหน หรือจะปีหน้าปีใน เม็ดไม้เหล่านี้จะรอคุณๆ อยู่ที่นี่ แค่บอกให้รู้ ผมจะส่งไปให้ หรือใครอยากแลกเปลี่ยนแบ่งปัน จะยินดียิ่ง

.

อยากให้ลูกไม้ได้หล่นไกลต้น … ไปหล่นในใจคุณเป็นไง?

.

บ้านสวนมีลูกไม้อยู่ ๔ สายพันธุ์ครับ พลวง เหียง ประดู่ และมะค่า เป็นไม้พื้นของป่าเต็งรัง ผมพามาให้ดูทั้งแม่ไม้ทั้งลูกไม้เลย ใครสนใจอยากเอาไปเพาะ เมล์มาได้ที่ teeradejk@gmail.com ผมจะจัดส่งไปให้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไว้ผมจะรอเก็บเอาตอนที่คุณคุณปลูกต้นไม้กันเยอะเยอะ จนฝนตกต้องตามฤดูกาล น้ำท่ากลับมาบริบูรณ์ วันนั้นเกษตรกรอย่างเราเราจะเก็บพันธุ์เกี่ยวผลกันอย่างสนุกสุขหัวใจ

.

ยางพลวง หรือ ตองตึง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.)

.

ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus Kurz.)

.

ยางเหียง (Dipterocarpus Obtusifolius Teijsm.ex Miq.)

.

มะค่าแต้ (Sindora siamensis Teijsm. ex Miq.)

.

ชีวิตน้อยน้อยเหล่านี้ได้ล่องใต้สู่บางถิ่นที่ของชุมพรไปบ้างแล้ว คล้อยหลังจากเม็ดไม้บางพันธุ์จากแดนใต้ได้เดินทางขึ้นเหนือมาขออยู่ด้วยได้พักใหญ่ๆ … สิ่งที่ได้และสิ่งที่ให้ ใช่เพียงลูกไม้เมล็ดพันธุ์ มากกว่านั้น คือ ‘มิตรภาพ’ และ ‘น้ำใจไมตรี’ ที่คนพึงมีให้กัน แค่นี้ก็ฉ่ำใจคลายร้อนไปเยอะแล้วล่ะครับ
.

.