.
.
-๑-
.
จำได้ว่า … เช้าวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่งผ่าน ตาพุดหิ้วห่อช่อดอกเล็ก ๆ สีขาว ๆ มาฝากกำใหญ่ มองผ่านก็พอรู้จักว่าดอกแค แต่ทำไมดอกมันเรียงรวงเป็นพวงสวย ดูแปลกตา
“แคฝรั่งครับ เพิ่งเก็บเมื่อกี้นี่เอง ที่สวนมันดกเหลือเกิน กินไม่ทัน เอาไปช่วยกินหน่อย”
ตาพุดอ่านสายตาแล้วเฉลย, เหมือนรู้
ได้กัน! เจียวกับไข่นี่ละ เป็นฟู้ดที่ฟาสต์ที่สุดแล้ว สดสดจากต้นอย่างนี้ต้องทำเร็ว อย่าให้ความสดได้ทันตั้งตัวเชียว เดี๋ยวจากสดจะกลายเป็นสลดไปเสียก่อน ว่าแล้วก็ติดเตา ตั้งกระทะ แล้วหันไปชวนตาพุดมากินด้วยกัน
“ไม่เอาละ ผมเบื่อ! ตาน้อยอยู่มั้ย?”
ผมบุ้ยใบ้ไปทางท้ายสวน ขอบอกขอบใจกันสักพัก แกก็เดินลับหายไปหลังราวลำไย …
.
.
-๒-
.
พูดถึง ‘แคฝรั่ง’ ถึงแม้ไม่ใช่ไม้ถิ่น แต่ก็กินอร่อยถูกปากคนไทย จะแกงส้ม ลวกจิ้ม หรือเจียวกับไข่ ก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน ไม้นี้เดินทางไกลมาจากทวีปอเมริกาโน่น นึกสงสัยชื่อ Mother fo Cocoa ว่าทำไม? เป็นเถือกเถาไหนเหล่ากอใดของต้นโกโก้หรือ จนมาถึงบางอ้อกับคำเฉลยของคุณเดชา ศิริภัทร ที่บอกว่า เขาปลูกแคฝรั่งไว้เป็นไม้พี่เลี้ยงให้กับต้นโกโก้นั่นเอง
กับไข่เองนั้น เรามักจะได้ยินบรรดาโภชนากรพร่ำเตือนในทำนองที่ว่า “ไข่มีประโยชน์ก็จริง แต่อย่ากินมากฟองต่อวันเพราะคอเลสเทอรอลสูง” ดูมันขัดแย้งกันชอบกลอยู่ ในสำรับของปู่ย่าตาทวดก็เห็นมีเมนูไข่ประจำมื้ออยู่ออกบ่อย ไม่เห็นเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเซนซิทีฝกับโรคภัยไข้เจ็บกันง่ายดายเหมือนในสมัยนี้เลย ผมว่าน่าจะเป็นที่กระบวนการผลิตแล้วละ ที่เป็นปัญหา
การเลี้ยงไก่ไข่ในปัจจุบันที่ตะบี้ตะบันเลี้ยงกันจนไข่ล้นตลาดนี่ละ … ตัวดี อาหารสูตรพิเศษ (อันอุดมไปด้วยหัวอาหารไขมันสูง) ฮอร์โมนเร่งโต ยาปฏิชีวนะ การเลี้ยงในระบบปิด-ติดแอร์ ฯลฯ เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเหล่านี้ นอกจะเพิ่มปริมาณแล้วยังไปเพิ่มคุณภาพที่มากล้นให้ไข่โดยไม่จำเป็น สารอาหารและพลังงานที่มากเกินความต้องการของร่างกาย เมื่อย่อยสลายหรือถ่ายทิ้งออกมาไม่หมดก็จะสะสมเกรอะกรัง ดีไม่ดีเกิดอ๊อกซิเดชั่นกลายเป็นพิษขึ้นมาอีก แทนที่จะได้ประโยชน์กลับพ่วงโทษมาเป็นของแถมโดยไม่ตั้งใจ
(หมายเหตุ : เป็นความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณ)
ผิดกับการเลี้ยงสมัยก่อนที่ให้สุขเสรีในการใช้ชีวิตของไก่ ที่เรียกกันว่าเลี้ยงไก่พื้นบ้านน่ะ … ถูกต้องที่สุด เลี้ยงไว้ใต้ถุนเรือน ปล่อยให้คุ้ยเขี่ยหากินเอง อาจจะมีโปรยข้าวเปลือกข้าวสารให้บ้างก็เพียงเพื่อความเพลิดเพลินผูกพันระหว่างกัน อะดรีนาลีนสูบฉีดบ้างเป็นบางหน ด้วยต้องคอยหลีกลี้หนีหลบเหล่าบรรดาหมาแมวอันธพาล แต่รวม ๆ แล้วเอนโดฟีนดูจะหลั่งมากกว่าด้วยวิธีการเลี้ยงแบบนี้
จำนวนที่เลี้ยงไว้ก็ไม่มากนัก กะให้พอดีปากของคนในบ้าน เกิดวันไหนไข่ดกกินไม่ทันก็เอาไปแจก แลก ขาย วันใดนึกอยากจะกินขึ้นมาก็ใช่ว่าจะได้กินในทันที ต้องรอแม่ไก่ออกไข่ให้เสียก่อน ไม่ใช่เปิดตู้เย็นก็เห็นไข่นั่งเรียงแถวรออยู่เป็นแผงเหมือนอย่างทุกวันนี้ (การบริโภคไข่เป็นครั้งคราว ตามวาระ ตามโอกาสเช่นนี้ น่าจะเป็นตัวช่วยให้ปริมาณคอเลสเทอรอลไม่สะสมในร่างกายมากเกินไป ร่างกายสามารถนำไปใช้หรือถ่ายทิ้งได้อย่างพอดี ผิดกับการบริโภคด้วยความเคยชินเป็นประจำเช่นในปัจจุบัน)
ทีนี้เมื่อไก่แข็งแรงเจริญเติบโตเป็นปกติตามธรรมชาติ ไม่ถูกปรนเปรอปรุงแต่งด้วยเทคโนโลยีนี่นั่น ไข่ก็ย่อมแข็งแรงปลอดภัยตามไปด้วย สุดท้ายก็ส่งผลดีมาสู่ผู้บริโภคเช่นเดียวกัน สำหรับผมแล้ว ไก่ที่แข็งแรงต้องปราดเปรียวฉับไวสู้แดดลมครับ ไม่ใช่อวบอ้วนอุดอู้นอนอยู่แต่ในห้องแอร์
ฉะนั้นวันไหนที่คุณนึกอยากจะกินไข่ขึ้นมา แนะนำให้หาพืชผักสมุนไพรใส่ลงไปด้วย อย่างน้อยจะได้ช่วยซับช่วยขับส่วนที่เกินความต้องการของร่างกายออกมาบ้าง อย่างเช่นเมนูที่จะนำเสนอในวันนี้ … ไข่เจียวดอกแคร์
.
.

.
ส่วนผสมก็มี ไข่ไก่ ดอกแคฝรั่ง ชูรสตามชอบ จะด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือเกลือ ได้ทั้งนั้น วิธีทำก็เหมือนการเจียวไข่ธรรมดาโดยทั่วไป ติดไฟ ใส่น้ำมัน รอควันโชย แล้วโรยไข่ลงทอดให้ขึ้นฟู ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากพิสดารแต่อย่างใด
.
.

.
กินกับข้าวสวยร้อน ๆ คำโต ทำเป็นลืมพริกน้ำปลาหรือซอสศรีราชาไปสักมื้อ เดี๋ยวไปตัดหวานดอกแค จะพาลเสียรส
.
.
จะด้วยติดใจในรสชาติหรืออะไรก็ตามแต่ คล้อยหลังมื้อนั้นไปสองสามวัน ผมเลยชวนแคฝรั่งของตาพุดให้มาอยู่เป็นเพื่อนกันในสวน ได้มาหลายท่อนทีเดียว ชำไว้สักพัก ก็แตกตาใบ รอลงดิน
นอกจากแคฝรั่งจะเอาไว้ชม ไว้ชิมแล้ว เหตุผลหลักที่ทำให้ผมชวนมาอยู่ด้วยกันก็คือ แคฝรั่งเป็นพืชตระกูลถั่วครับ การตรึงไนโตรเจนในอากาศมาเป็นปุ๋ยในดินเป็นคุณลักษณะโดดเด่นของพืชตระกูลนี้ นอกจากจะยังประโยชน์ให้กับตนเองแล้วยังเผื่อแผ่ไปยังพืชที่ปลูกเคียงกันอีกด้วย ยิ่งในยามออกดอก แคฝรั่งจะสลัดทิ้งใบหมดต้น ร่วงหล่นลงมาเป็นปุ๋ยพืชสดและอินทรียวัตถุคลุมดินชั้นดีที่ได้มาฟรี ๆ ไม่ต้องซื้อหา
จะว่าไปแล้วน้ำใจที่ตาพุดมีให้กับผมหรือกับใคร ๆ ก็เปรียบได้กับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของต้นแคฝรั่งที่มีให้กับทุกชีวิตที่ยืนเคียงอยู่ร่วมดินผืนเดียว
.
.
-๓-
.
ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางโอบล้อมของขุนเขาและความอารี ผู้คนที่นี่ยังมีความเอื้ออาทร เผื่อแผ่กันตามสมควร แต่ไม่ได้หมายความว่าที่นี่จะงดงามชวนฝันเหมือนหมู่บ้านในนิทาน ขโมยขโจรก็ยังมี ยาเสพติดก็มีบ้างประปรายพอไม่ให้อายบ้านอื่นเขา คนเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบกัน นินทาด่าทอ ทะเลาะเบาะแว้ง ผัวตีเมียตบ ก็มีให้พบเห็นเท่าที่สังคม ๆ หนึ่งจะพึงมี … เป็นปกติ
ในทางโลกย์ – สังคมที่เป็นปกติน่าจะเพราะส่วนผสมของ ‘ดี-เลว’ ที่สมดุล ดีเกินไปก็โดดเดี่ยวแปลกแยก เลวมากนักก็ผุพังเสื่อมสลาย การสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง มันจะทำให้สังคมนั้นอยู่ไม่สุข หนักเข้าก็จะพาลไม่น่าอยู่ไปเลย
ผมว่าเราช่วยกันประคับประคองอย่าให้อะไรมันล้ำเหลื่อมกันมากเกินไปจะดีกว่า จะดีก็ดีให้พอตัวอย่าโดดเด่น จะชั่วก็ชั่วให้พองามอย่าให้มันเลวทรามระยำนัก
เวลาเจียวไข่เรายังต้องตีไข่ให้นวลเนียนเป็นเนื้อเดียวเลย ทอดออกมาจะได้เหลืองสวยน่ากิน ประสาอะไรกับสังคมคน ดีเลวก็ให้คละเคล้ากันไป ถ้าไม่มี ‘เลว’ เป็นครู เราจะรู้ ‘ดี’ ได้อย่างไรกัน
.
.
หมายเหตุ : ‘ดอกแคร์’ ให้เข้าใจว่าหมายถึง ‘แคฝรั่ง’ นะครับ เขียนให้ดูโก้ ดูฝรั่งจ๋าไปอย่างนั้นเอง
.
.
Recent Comments