วันเกษตรกร ๒๕๕๐

.

วันนี้ของปีนี้ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เป็น ‘วันเกษตรกร’ ครับ มันคงน่าแปลกถ้าเมืองเกษตรกรรมไม่มีวันเกษตรกร (เพิ่งกำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ นี่เอง) เรื่องราวรายละเอียดต่างๆ คงหาอ่านได้จากหนังสือหรือสื่อทั่วไปได้ และในความรู้สึกส่วนตัวแล้ว พระราชพิธีต่างๆ ทั้งพุทธและพราหมณ์ถือเป็นสิริมงคลและช่วยบำรุงขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรไทยได้เป็นอย่างดีเสมอมา

เมื่อมีขวัญมีกำลังใจแล้ว เกษตรกรเราควรบำรุงร่างกาย บำรุงสมองของตัวเองด้วย อาชีพเกษตรกรรมมักจะถูกมองว่าไม่มั่นคง ไม่มีหลักประกัน ไม่มีบำเหน็จบำนาญ ใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่ ก็จริงครับในมุมมองนั้น แต่ในมุมมองของผม เกษตรกรเรามีความมั่นคงในชีวิตที่สุดแล้วครับ เราจะไม่ขัดสนหรืออดอยากถ้าเราเพาะปลูก เพาะเลี้ยงของที่เรากินของที่เราใช้ เรามีหลักประกันบนผืนแผ่นดินที่เราทำกินที่เราเหยียบยืนมันอยู่ทุกวัน เป็นทั้งอาหาร เป็นรายได้ แม้กระทั่งเป็นยารักษาโรค เรามีบำเหน็จบำนาญจากต้นไม้ที่ปลูกเมื่อต้องการตัดขายหรือไม้ล้มเพราะหมดอายุขัย เพราะการปลูกต้นไม้นั้นเปรียบไปก็เหมือนการฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคาร คอยเก็บดอกผลกินในอนาคตหรือในยามชรา

และเพราะเราใช้แรงงาน ฉะนั้นเราต้องดูแลรักษาร่างกายเราให้ดี ไม่มีอะไรดีไปกว่าการ ลด ละ เลิก ใช้สารเคมี ครับ เมื่อร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว สมองก็ต้องเฉียบคมด้วย ถ้าอยากได้วิชาก็ต้องเสาะหาอาจารย์ คนรุ่นเราโชคดีมากที่มีฐานความรู้ภูมิปัญญาที่สังเคราะห์แล้วให้ศึกษาต่อยอดมากมาย ไม่ต้องเสียเวลากับการเดินผิดทาง มิหนำซ้ำยังมีสรรพตำราที่ยังมีชีวิต ที่ยังมีลมหายใจ ที่ข้นเคี่ยวไปด้วยประสบการณ์ คอยถ่ายทอด แลกเปลี่ยน และชี้ทาง ให้ด้วยความเต็มใจ

วิทยากรทั่วไปจะถ่ายทอดชุดความรู้สำเร็จรูปให้นำไปปฏิบัติ แต่ปราชญ์จะสอนให้คิด คิดจากปัญหาของตัวเอง เพื่อหาหนทางแก้ไขของตัวเอง

เลยเอาบทสัมภาษณ์ข้างล่างนี้มาฝากครับ

งั้นผมถือเอาวันนี้กับวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของผมเลยละกัน สุขสันต์วันเกษตรกรครับ :-D

.

.

………………

.

หลักปฏิบัติ ‘ปราชญ์ชาวบ้านโมเดล’ เกษตรแบบพึ่งพาตัวเองหนทาง ‘ปลดหนี้’
โดย จตุพล สันตะกิจ

คัดลอกจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐

.

ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมของบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อขยายผลโครงการ “ปราชญ์ชาวบ้านโมเดล” ตั้งเป้าอบรมเกษตรกรรายย่อย ๑.๕ แสนคน ให้มีความรู้และความเข้าใจ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปธรรมของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อปรับทิศทางสู่การเกษตรที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้ ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ มีศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านร่วมเป็นเครือข่าย ๔๐ ศูนย์ พร้อมที่จะขยายให้ได้ ๓๐๐ ศูนย์ในปี ๒๕๕๑

นายบุญเต็ม ชัยลา หรือ “พ่อบุญเต็ม” แห่งศูนย์การเรียนรู้บ้านดงบัน อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น บอกว่าการเรียนรู้การทำเกษตรแบบพอเพียงตามวิธีของปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เข้าอบรมจะได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้อบรม เพราะ ปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้มีใจสาธารณะ เป็นอาสาสมัครที่เต็มใจ บางคนเคยเป็นคนยากจน มีหนี้สินท่วมตัว แต่ผ่านพ้นวิกฤตได้โดยปรับวิถีการทำการเกษตร

.

พ่อบุญเต็ม บอกว่าเดิมเขามีอาชีพทำนา เมื่อหมดหน้านาก็มารับจ้างทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่ำรวยอย่างที่หวัง ซ้ำร้ายมีแต่หนี้สินที่พอกพูนขึ้น ประกอบกับอายุก็เพิ่มขึ้น จึงได้ปรับแนวคิดสู่ วิถีเกษตรกรรมแบบผสมผสาน โดยผลิตเพื่อกินเองและใช้เองก่อน ส่วนผลผลิตที่เหลือกินจึงจะนำไปขาย ทำให้ทุกวันนี้สามารถปลดภาระหนี้สิน และสินทรัพย์เพิ่มมีทั้งที่นา บ่อปลา หมู ไก่ วัว และควาย ๓ ตัว แต่กว่าจะเป็นได้อย่างทุกวันนี้ พ่อบุญเต็มบอกว่าการเริ่มต้นจากความไม่รู้ ทำให้ดิ้นรนไปเรียนรู้ดูงานจากพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ทำสำเร็จมาแล้ว ว่าเขาทำกันอย่างไร การลงมือปฏิบัติจริงยังต้องผ่านการลองผิดลองถูกมามากมาย

“เริ่มจากมีชาวบ้าน ๑๕ คน ที่สนใจทำเกษตรแบบผสมผสานมารวมกลุ่มกัน แต่ติดปัญหาที่ไม่มีองค์ความรู้จึงต้องไปหาองค์ความรู้จากพื้นที่ที่ทำสำเร็จมาแล้วเป็นแบบการเรียนรู้ เหมือน “มหาวิชชาลัย” ซึ่งภาษาหมอลำในภาคอีสานที่บอกว่า จะเป็นท้าวพระยาครองบ้านครองเมือง ต้องหาความรู้เสียก่อน จึงได้ไปเรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้านรุ่นก่อนๆ และนำมาใช้ ทุกวันนี้การเรียนรู้ก็ยังไม่มีวันจบ” พ่อบุญเต็มกล่าว

สำหรับหลักสูตรการอบรมของศูนย์บ้านดงบันจะใช้เวลา ๕ วัน แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มจากปรับแนวคิดมาสู่การพึ่งพาตนเองก่อน โดยนับว่ากระบวนการนี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุด จากนั้นจึงให้ผู้เข้าอบรมเข้าเรียนรู้ในฐานต่างๆ เช่น เทคนิคการพึ่งพาตนเอง การทำเกษตรแบบพอเพียง การปลูกป่า การปลูกผักปลอดสารพิษ การแปรรูปผลผลิต การอบรมอุตสาหกรรมในครัวเรือน และการจัดการระบบตลาดเพื่อขายผลผลิตที่เหลือจากการบริโภค

พ่อบุญเต็ม แนะว่า การทำเกษตรผสมผสานควรเริ่มจากเล็กไปใหญ่ เริ่มจาก ๑ ไร่ หรือที่เรียกว่า ” ๑ ไร่แก้จน” แล้วจึงขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยต้องไม่นิยมสร้างหนี้ การทำอาชีพทำให้ร่ำรวยได้ แต่ต้องเป็นการเกษตรที่พึ่งพาตัวเองก่อนเมื่อเหลือแล้วจึงขาย อาชีพเกษตรสามารถสร้างหลักประกันหรือบำนาญตอนแก่ได้ เช่น การปลูกต้นไม้ยืนต้น เป็นเสาเข็มของชีวิต โดยทำให้ทุกวันนี้ตนและเครือข่ายเป็นเจ้าของต้นไม้ที่พร้อมตัดกว่า ๓ พันต้น หากคิดราคาต้นละ ๓ พันบาท ก็คิดเป็นเงินกว่า ๙ ล้านบาทแล้ว

นายชูศักดิ์ หาดพรม แห่งศูนย์การเรียนรู้บ้านแสงเทียน อ.ภูเพียง จ.น่าน บอกว่า การเรียนรู้ที่ศูนย์ฯ จะเริ่มให้ความรู้กับเกษตรกรถึงผลเสียของการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มีผลเสียต่อตัวเอง ทั้งในแง่สุขภาพ ครอบครัว สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม นำมาซึ่งปัญหาหนี้สินมากมาย คือ ยิ่งทำ ยิ่งล้มเหลว และเป็นหนี้สิน จากนั้นจึงจะชี้ทางออกโดยจะชี้ให้เห็นผลดีของการทำเกษตรแบบผสมผสานหรือเกษตรทฤษฎีใหม่

เมื่อปรับแนวคิดเกษตรกรแล้ว ทางศูนย์ฯ จะให้องค์ความรู้ต่างๆ โดยเริ่มจากการรู้จักดินและการฟื้นฟูดินโดยการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ การผลิตฮอร์โมน สารสกัดขับไล่แมลง การให้ความรู้เกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืช เช่น การปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งคนที่เป็นเกษตรกรต้องสมารถผลิตพันธุ์เองได้ วิธีขยายพันธุ์สัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ใช้เอง และการทำน้ำส้มควันไหม้ เป็นต้น

นายชูศักดิ์ เล่าว่าตลอดการอบรม เกษตรกรจะได้รับความรู้ที่จะนำไปปฏิบัติได้ตริง แต่คงไม่ใช่ทั้ง ๑๐๐% ที่จะนำไปปฏิบัติได้ ต้องยอมรับว่าแหล่งน้ำซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนส่วนนี้ ปัญหาหนี้สินที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรปรับสู่เกษตรผสมผสานได้ยากขึ้น ดังนั้นภาครัฐต้องเข้ามาดูแลปัญหาหนี้เฉพาะหน้าส่วนนี้

นายอำนาจ หมายยอดกลาง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หนึ่งใน ๔๐ ศูนย์ปราชญ์ที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่าการอบรมตามแนวทางของศูนย์ฯ เริ่มจากปรับวิธีคิดของผู้เข้าอบรมให้รู้จักตัวเองและพึ่งพาตนเอง จากนั้นจึงจะเข้าอบรมฐานองค์ความรู้ตามฐานการเรียนรู้ต่างๆ

โดยทางศูนย์ฯ จัดเตรียมฐานความรู้ ๑๒ ฐาน เช่น ฐานทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพ ฐานแปรรูปอาหาร ฐานอิฐดินซีเมนต์ ฐานน้ำยาเอนกประสงค์ แชมพู และสบู่สมุนไพร ฐานพลังงานทดแทนจากพืช ฐานกิจกรรมปลูกป่า และฐานสุขภาพ พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน การเรียนรู้ตลอด ๕ วัน ต่างมีจุดหมายเดียวกัน คือ สร้างองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อการพึ่งพาตนเอง

เขามีความมั่นใจว่าเกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจนได้ แต่เกษตรกรต้องเต็มใจที่จะเดินตามแนวทางนี้ ต้องรู้จักตัวเอง ต้องหมั่นหาความรู้ มีปราชญ์ชาวบ้านที่พร้อมให้ความรู้มากมาย ส่วนการสนับสนุนของภาครัฐนั้น ตนมองว่า ในเรื่องแหล่งน้ำเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการมากที่สุด

.

.

About these ads

2 Comments

Filed under Agriculture

2 responses to “วันเกษตรกร ๒๕๕๐

  1. AkE

    เกษตรกรนั้นอยู่กับทรัพย์ในดิน สินในน้ำจริงๆ ครับ
    เพียงแต่เกษตรกรหลายคนยังเห็นทรัพย์เงินทองมีค่ามากกว่า
    จนลืมนึกไปว่า การทำร้ายระบบนิเวศน์ จะมีผลต่อลูกหลานทากขนาดไหน

    ขออนุญาต Link Blog นะครับ
    เขียนถึงเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติพอดีในวันนี้
    เลยคิดว่าอยากให้เพื่อนบ้าน blog ผมได้อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจจาก blog นี้ครับ
    ถ้าอยากให้เอา Link ออก ก็แจ้งไปได้ครับ
    ขอบคุณครับ

  2. ก. we defend the planet

    ข. the planet defends itseft

    ยังมีโอกาสเลือกอยู่หรือเปล่าไม่รู้นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s