who knows her name …

.
กล้วยไม้ของแม่แต่จำชื่อไม่ได้ น่าจะเป็นสกุลฟาแลนอปซิสหรือพันธุ์ผสมก็ไม่แน่ใจ ใครผ่านมาแล้วรู้จัก แม่ฝากถามชื่อให้ด้วย ขอบคุณครับ :)
.

.

2011 in review

.

บ้านสวนขอขอบคุณทุกรอยเท้าที่เดินผ่าน แวะพัก และทักทาย…สวัสดีปีใหม่ครับ :)

.

The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2011 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

The concert hall at the Sydney Opera House holds 2,700 people. This blog was viewed about 32,000 times in 2011. If it were a concert at Sydney Opera House, it would take about 12 sold-out performances for that many people to see it.

Click here to see the complete report.

.

นำร่อง-สอดราก

.


ยังคงวนเวียนอยู่กับผักหวานป่า ด้วยยังไม่แจ่มแจ้งกับไม้ชื่อนี้มากนัก สนุกกับการทดลองทำตามคำบอกเล่าที่ผ่านหูผ่านตา พอเห็นว่าได้ผลเลยอยากนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน สวนเราให้ความสำคัญกับไม้ชนิดนี้เพราะปัจจัยเรื่องดินครับ ผลการตรวจสอบข้อมูลชุดดิน ช่วยเรากำหนดรูปแบบและทิศทางของสวนได้มาก “ดินที่นี่ไม่เหมาะทำการเกษตรควรปล่อยไว้เป็นป่า” สวนเราจึงเน้นไม้ยืนต้นมากกว่าผักพืชล้มลุก ผักหวานป่าจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่มากที่สุด

วิธีการปลูกผักหวานป่าแบบนี้ผมเรียนรู้จากคุณอำนวย คลี่ใบ เจ้าของสวนผักหวานป่าจากจังหวัดแพร่ครับ ผมเรียกเอาเองว่าปลูกแบบนำร่อง-สอดราก คร่าว ๆ คือวิธีนี้ไม่ต้องเตรียมหลุมปลูก บ่มเมล็ดจนรากงอกประมาณ ๑ นิ้ว จะปลูกตรงไหนก็ใช้เหล็กแทงลงดินเป็นการนำร่อง แล้วจึงสอดรากเมล็ดผักหวานข้างต้นลงไป บีบโคนรากเบา ๆ ให้ดินกระชับ กดเมล็ดอย่าให้มิด หาหญ้าฟางมาคลุม ปักไม้หมายจุดไว้เป็นอันเสร็จ

แล้วอะไรคือเหตุผลของวิธีปลูกแบบนี้ ให้คุณอำนวยเล่าเองจะดีกว่า …

การใช้เหล็กแทงดินให้เกิดรูนำร่องช่วยให้รากผักหวานป่าสามารถหยั่งลงดินในระดับลึก ซึ่งหากไม่มีเวลารดน้ำในช่วงฤดูแล้ง ผักหวานป่าก็สามารถดูดซับน้ำจากดินในระดับลึกได้ หากไม่มีการทำรูนำร่อง รากผักหวานป่าที่ชอนลงในดินอาจชอนไปสะดุดก้อนหินขนาดเล็กหรือดินแข็ง ทำให้ทิศทางการชอนของรากเบี่ยงเบนไปทางด้านข้างระดับผิวดิน ทำให้รากอยู่ในระดับตื้น เมื่อถึงฤดูแล้ง ความร้อนที่ผิวดินจะเป็นสาเหตุให้รากผักหวานป่าเหี่ยวแห้งเพราะไม่สามารถหาน้ำในระดับผิวดินที่แห้งได้ และผักหวานป่ามักจะตายในช่วงนี้

และด้วยวิธีนี้ .. เมื่อลองทำดูก็พบว่าได้ผลจริง

.

เริ่มที่บ่มเมล็ดในแกลบดำจนรากงอกแต่ในรูปนี่ยาวไป ให้รากยาวประมาณหนึ่งนิ้วกำลังดี

ใช้เหล็กเส้นขนาด ๒ หุน ยาวประมาณฟุตหรือมากกว่า แทงดินเป็นรูนำร่อง ถ้ารูใหญ่กว่านี้รากอาจไม่กระชับกับดินทำให้รากฝ่อได้


สอดรากลงรู กดเมล็ดให้จมประมาณสองในสาม เพราะถ้าลอยมากเมล็ดก็เฉาหรือจมมิดเมล็ดก็เน่า อย่าลืมบีบโคนรากให้กระชับดินด้วย


ถ้าผ่านด่านหอยทาก ไส้เดือน จิ้งหรีดที่ชอบมากัดกินยอดหรือต้นอ่อนได้ก็เจอกัน

.

ช่วงปีสองปีที่ผ่านมากระแสผักหวานป่าจัดได้ว่าแรงมาก ซึ่งประโยชน์อย่างหนึ่งของกระแสนี้ก็คือ เกิดการสั่งสมและเผยแพร่ภูมิปัญญาในการปลูกผักหวานป่าในรูปแบบและวิธีการต่าง ๆ แต่อีกด้านก็ส่งเสริมให้คนละโมบมากขึ้น ด้วยราคาค่าตัวที่สูงเพราะซัพพลายที่น้อย แต่ในอนาคตก็จะเหมือนพืชตัวอื่น ๆ ที่แห่ปลูกตามกันไป น่าเสียดาย..เราเรียนรู้ที่จะเอาชนะข้อจำกัดและอุปสรรคในการทำการเกษตรได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ไม่เคยถอดบทเรียนและเรียนรู้ที่จะเอาชนะความมักมากในจิตใจตัวเองได้สักที

ตัวผมเองไม่ใช่ชาวสวนที่หัวก้าวหน้านักเพราะไม่รักที่จะเสี่ยง แต่ที่ผ่านมา.. วิธีคิดเช่นนี้มันช่วยเสริมภูมิคุ้มกันชีวิตได้อย่างดีทีเดียว

.


นี่เป็นสภาพแปลงเพาะหลังคัดเมล็ดไปปลูกแล้ว เวลาผ่านไป.. เมล็ดที่หลงหูหลงตาก็พากันงอกออกมาให้เห็น ไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตรอดไปได้นานแค่ไหน ก็คอยดูกันไป อาจจะพบวิธีปลูกใหม่ ๆ อีกวิธีหนึ่งก็ได้ ใครจะไปรู้

.

ท้ายนี้ .. ผมมีวีซีดีการปลูกผักหวานป่าของคุณอำนวย คลี่ใบ ที่สอนให้ผมรู้จักการปลูกและดูแลผักหวานป่า รวมไปถึงวิธีดูแลชีวิตไปพร้อม ๆ กัน ใครสนใจก็ส่งชื่อ-ที่อยู่มาทางอีเมล์ได้เลยครับ ผมจะสำเนาส่งไปให้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไม่มีปัญหา c0pyright ครับ การเผยแพร่นี้ถือเป็นธรรมทาน :)

.

ส้ายอดมะขาม

.

พฤษภา.. มะขามช่วงนี้แทงทั้งดอก ออกทั้งยอด มาให้ชมให้ชิมกัน เมนูขึ้นโต๊ะก็ต้องต้มส้มไก่ใส่ใบมะขามอ่อนหรือจะเอามาต้มยำทำต้มโคล้งก็เข้าที แต่ดูว่าจะยากไป สดสดอย่างนี้ ขอแนะนำเมนูหนึ่งที่ทำได้ง่าย ใช้เพียงเครื่องปรุงที่มีติดครัวทั่วไป ได้แก่ ปลากระป๋อง หอม กระเทียม พริกแห้ง กะปิ (ปลาร้า ข่า ตะไคร้ (ถ้ามี) เผอิญผมไม่มี ก็ไม่ต้องใส่)

โขลกเครื่องพริกแกงเข้าด้วยกันแล้วนำลงผัดให้หอม ยีปลากระป๋องลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ พักไว้ ระหว่างนี้ก็ออกไปเด็ดยอดมะขามอ่อนหน้าบ้านมาสองสามขยุ้ม ล้างเสียหน่อยแต่ไม่ต้องลวก หิวเมื่อไหร่ค่อยเอาลงไปคลุกกับเดรสซิ่งที่เตรียมไว้ (แหม! หรูซะ)

ขยันก็เจียวหอม-พริกแห้งรอไว้ มีแคบหมูเหลือก็บิก็บี้เสียหน่อย แล้วค่อย ๆ โรยหน้า

จะกินกับข้าวหรือแบ่งไปแกล้มกับเหล้าก็ได้..ไม่ว่ากัน

.

“ส้า” เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ “ยำ” “พล่า” หรือ “ลาบ” ครับ จึงมีทั้งส้าผักและส้าจิ๊น (เนื้อ) เป็นการปรุงอาหารนอกเตา คลุกเคล้าส่วนผสม วิธีปรุงจึงพลิกแพลงไปมาได้ไม่ตายตัว ว่ากันเฉพาะส้าผัก หลัก ๆ ก็จะใช้ผักพื้นบ้านตามฤดูกาล หมุนเวียนหลากหลาย จึงไม่แปลกที่คนรุ่นปู่ตาย่ายายจะอายุมั่นขวัญยืนโดยไม่ต้องพึ่งยาหาหมอดั่งเช่นปัจจุบัน

ผมสนับสนุนการกินผักผลไม้ตามฤดูกาลครับ เราควรกินเมื่อถึงเวลาของเค้าจริง ๆ เพราะเมื่อเค้าพร้อม สุกปลั่งเต็มที่ เค้าจะอุดมไปด้วยประโยชน์และรสชาติโดยไม่ต้องเร่งรัดอัดฉีดใดใด จริง ๆ แล้วเราสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพราะเมื่อเราปรับวิถีการกิน วิธีการผลิตย่อมเปลี่ยนตาม ไอ้ยากน่ะยากแน่เพราะเป็นการฝืนหรือขัดใจตนเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่โลกป่วยอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะมนุษย์เอาแต่ใจตัว.. หรือไม่จริง?

ณ วินาทีนี้ผมคิดว่ามนุษย์เราไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของปัญหาอย่างที่คิดกันเสียแล้ว แต่พวกเรานี่แหละคือ ‘ปัญหา’ ของโลกใบนี้ ถ้าคิดจะแก้ ต้องเริ่มแก้ที่ตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก
.
.
ปล. ถ้าต้องการสูตรมาตรฐาน มีชั่งตวงวัด ให้เข้าไปที่ อาหารพื้นบ้านล้านนา

.
.