Golb

February 7, 2010

หวานแรกของปี

Filed under: Agriculture — golb @ 4:26 pm

.

สองปีก่อนมิตรผ่านทางท่านหนึ่งเรียกที่นี่ว่า “บ้านสวนเฮือนผักหวาน” เป็นชื่อที่ผมชอบมาก มันฝังอยู่ในหัวและใฝ่ฝันที่จะทำมันให้เป็นจริงให้ได้ ในอีกสี่ห้าปีข้างหน้า ถ้าฟ้าไม่ถล่ม ดินไม่ทลายลงไปเสียก่อน ผมจะได้เป็นเจ้าของชื่อนี้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ในตอนนี้ต้นเดือนกุมภา ๒๕๕๓ หลังสิ้นเสียงสัญญาณปล่อยตัว ผักหวานป่าในสวนก็ทยอยทะลึ่งยอดขึ้นมาท้าให้เด็ด จะแข็งจิตข่มใจก็กระไรอยู่ เพราะพิกัดน้ำหนัก ๒๐๐ บาทไทยต่อหนึ่งกิโลกรัมนี่ใครจะอดใจไหววว …

อาจจะเป็นมุมมองที่ต่างไปจากเกษตรกรท่านอื่น, ผมคิดว่าความยั่งยืนในชีวิตคนสวนต้องอาศัยการเชื่อใจและให้เวลา ผมเชื่อใจในต้นไม้ที่ปลูกและใส่ใจให้เวลากับมันอย่างเต็มที่ เราเดินร่วมทางกันเสมอแม้ในวันราคาตก ไม่คิดโค่นทิ้งไปปลูกพืชตัวใหม่ ตอนราคาดีเขาก็เลี้ยงดูเราอย่างเต็มที่ไม่ใช่หรือ พืชผลราคาตกไม่ใช่ความผิดของต้นไม้นี่ครับ เราต่างหากที่แห่ปลูกตามกันจนผลผลิตล้นปากล้นคอคนกิน เราชอบที่จะโบ้ยหรือโยนความผิดออกไปให้ห่างตัวเองมากที่สุด เลยต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต ไม่จบไม่สิ้น ง่ายไปครับถ้าคิดแค่ล้มไอ้นี่ไปปลูกไอ้นั่น วันนี้ต้นไม้ยังช่วยเราไม่ได้ เราก็ควรรอเพราะพรุ่งนี้ก็ยังมี (จริง ๆ มันผิดหลักพุทธนะนี่ เพราะพุทธไม่มีพรุ่งนี้ แต่ถ้าเป็นการอุปมาให้เห็นภาพ ก็น่าจะพอถูไถไปได้) สองมือสองขายังอยู่ครบ ชีวิตคงไม่จบง่าย ๆ กระมัง

ทั้งหมดนี่เป็นความคิดเบา ๆ ของผมคนเดียวนะ อ้างอิงไม่ได้แต่คิดตามได้

ผลของความคิดแปลกแยกข้างต้น ปรากฎเป็นภาพทั้งหมดข้างล่างนี้ ที่ไม่เพียงหล่อเลี้ยงความฝัน แต่ยังช่วยจุนเจือชีวิตให้มีแรงดำรง เพื่อยืนหยัดอยู่รอวันที่ความฝันกลายเป็นจริง …

ท้ายรูปมีเพลงเพราะ ๆ ทั้งคำและความหมายมาให้ฟัง ขอมอบแด่คนสวนและผู้ที่ริจะเป็นคนสวนทุกคนครับ

.

.

.

คนสวน | ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

.
ปล. เอาเคล็ดลับเล็ก ๆ มาฝาก ถ้าอยากให้ผักหวานป่าแตกยอดมาก ๆ ให้เด็ดจนสุดขั้ว (ภาพที่สามจากท้าย)
.
.

February 1, 2010

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓

Filed under: Life & Thought — golb @ 11:39 am

.

.

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ อย่างเป็นทางการครับ :D ขอส่งความสุขให้ทุก ๆ คนด้วย “ยามเช้าอันสงบงามของบ้านสวน” ก่อนเสียงเซ็งแซ่ของหมู่สกุณาจะก้องดอย จะดีแค่ไหนถ้าจิตใจของเราสงบนิ่งท่ามกลางกระแสความเร่งรีบที่รายรอบตัว หลายคนคงเคยชม Matrix ภาพยนต์ที่นอกจากจะสนุกแล้วยังให้แง่คิดหลายอย่าง ดูแล้วคุณก็เป็น The One ได้ถ้าใจคุณนิ่งพอ ที่นีโอเก่งไม่ใช่เพราะเร็วกว่า แต่สงบนิ่งกว่า สภาวะที่จิตนิ่งเราจะ “เห็น” ทุกอย่างได้ถนัดชัดตา ไม่เพียงแต่เห็นที่เป็นอยู่ แต่จะเห็นที่เป็นมา…และที่กำลังจะเป็นไป

ความตั้งใจของบ้านสวนในปีนี้คงมีอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ

หนึ่งคือ, ทดลอง (อีกครั้ง) ทำลำไยนอกฤดูโดยการบำรุงไม่ใช่การทรมาน หรือไม่ราดสารนั่นเอง รายละเอียดจะนำมาบอกเล่าในโอกาสต่อไป หลายคนคงเกิดคำถามว่าการทำนอกฤดูมันจะเป็นเกษตรธรรมชาติได้อย่างไร? ผมกำลังจะหาคำตอบ

เรื่องที่สอง, ผมจะลองทำชาผักหวานป่า ยอดอ่อนเก็บขายใบเอามาทำชา ทำให้แม่ครับ-ไม่ขาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แม่รับมือกับการทำเคมีบำบัด สำหรับแรงบันดาลใจในเรื่องนี้ มาจากบทความของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เรื่อง ชาผักหวานป่า โดยคุณมนตรี แก้วดวง จากวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๒ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๕๐ สนใจคลิกเข้าไปอ่านได้ครับ

.
ปล. ผมทำ “แกงแค” ไว้ที่โอเพ่นออนไลน์ สนใจแวะไปชิมได้ที่  www.onopen.com/teeradejk/10-01-31/5241
.

.

January 13, 2010

บ้านสวนถึงบ้านเมือง

Filed under: Life & Thought — golb @ 10:57 am

.

คิดอยู่นานว่าจะเริ่มบทแรกของปีด้วยเรื่องอะไร จนล่วงเข้ามื้อเย็น เห็นสำรับกับข้าวตรงหน้าก็นึกขึ้นได้ “แกงหน่อบ่ะป๊าวอ่อน” ลุงแดงให้เด็กยกมาให้เมื่อหัวค่ำ หลังจากเมื่อบ่ายไปช่วย (กันหลายคน) แกป้ำ (โค่น) ต้นมะพร้าวในสวนลงสามสี่ต้น

ลุงแดง (เคย) เป็นแลนด์ลอร์ดของที่นี่ เป็นหมอยาสมุนไพร และเป็นคนธัมมะธัมโม ลุงแกไม่แดงแต่ชื่อเท่านั้น หัวคิดจิตใจก็แดงไม่แพ้กัน จริง ๆ ผมก็ไม่อะไรกับแกหรอกครับ รำคาญบ้างที่แกชอบแอบเปิดสุ้มเสียงข่าวสารของคนเสื้อแดงผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้านเท่านั้น หนักนัก, ผมก็ใส่เสื้อกู้ชาติ (อภินันทนาการจากเพื่อนที่สกรีนส่งมาให้) โฉบไปโฉบมาให้แกฮึดฮัดเล่น ๆ

หายกัน …

.

.

แดงอย่างแกไม่เป็นพิษภัยกับใคร แดงอย่างไรก็อย่างนั้นไม่ว่าหน้าม่านหรือหลังฉาก ชัดเจนและไม่มีวาระซ่อนเร้นใดใด ‘สี’ เป็นเพียงจอบเสียมที่ใช้ถางถากความอยุติธรรมเท่านั้น ดีกว่าเมื่อก่อนที่ใช้แต่มือเปล่าถกถอนจนเจ็บตัวเจ็บใจอยู่บ่อยครั้ง พอถามถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น แกตอบแบบคนใกล้วัดด้วยสัจธรรมที่ว่า

“ใครทำไม่ดี สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเองทุกคน … ไม่นานหรอก คอยดูเถอะ”

.

ในสังคมชนบท คนที่มี ‘ทัศนคติอันตราย’ อย่างที่ประดิษฐ์คิดคำกันขึ้นมานั้นมีน้อยจนแทบจะนับหัวได้ ขนาดแค่ไอ้พวกผู้แทนกเฬวรากทั้งหลายแจกเงินซื้อเสียง ชาวบ้านชาวช่องเขายังเห็นใจไปเลือกมันเข้าสภาเลย ประสาอะไรกับสถาบันอันเป็นที่เคารพเทิดทูน คนปกติทั่วไปใครเขาจะคิดชิงชังหวังร้ายได้ ถ้าจะอันตรายก็เพราะชาวบ้านร้านตลาดพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งพึ่งพาเรี่ยวแรงของตนเองเสียมากกว่า

ก็ต้องถามกลับไปว่า … แล้วมันอันตรายกับใครกันแน่?

ความขัดแย้งกับความไม่เป็นธรรมเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน แยกกันไม่ออก ต้องทำความเข้าใจและปล่อยวาง ความขัดแย้งให้แก้ที่ตัวเองก่อน เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลเร็วที่สุด ส่วนความเป็นธรรม, อันนี้วัดยาก จะผิดจะถูกไม่รู้นะ แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าหลักการหรือเหตุผล เหมือนนิยามของคำว่า “พอ” ที่กะเกณฑ์ลำบาก ของใครก็ของมัน เรื่องแบบนี้เถียงกันให้ตายก็ไม่จบ ทำนิ้วมือนิ้วเท้าให้สั้นยาวเท่ากันให้ได้ก่อนค่อยมาพูดกัน

แต่ถ้าจะให้ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็ “อย่าเปรียบเทียบอะไรกับใคร” การตัดพ้อไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ เสียเวลาเปล่า ๆ

ผมไม่เชื่อการเปลี่ยนแปลงโดยวิถีทางการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ การคิดถึงแต่ ‘ผล’ และ ‘ประโยชน์’ โดยละเลย ‘เหตุ’ นั้นจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การเมืองไม่เคยแก้ปัญหาที่สาเหตุ (อาจเพราะตัวเองที่เป็นเหตุ หรืออาศัยเหตุเป็นเครื่องมือต่อรอง) แต่กลับตั้งหน้าตั้งตาสร้างเหตุเพื่อรอตักตวงผลและประโยชน์

ผมจึงเลือกที่จะเชื่อการเปลี่ยนแปลงโดยวิถีการพึ่งพาตนเองและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครมากกว่า

กับเกมอำนาจที่ชำเราประเทศชาติอยู่ทุกวันนี้ สรุปสั้น ๆ ว่า ปวงชนชาวไทย (ขอหยิบเอามาใช้บ้างเพราะเห็นอ้างถึงกันนักไม่ว่าฝ่ายไหน) ต้องจำกัดวงความวุ่นวายให้อยู่ในกลุ่มก้อนของมัน จะกี่สีกี่เส้า จะสี่เสาเทวฤทธิ์ที่ไหน ท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็มานั่งจับเข่าคุยกันได้เอง ตามครรลองของผลประโยชน์ (ตน) ในวิถีการเมืองไทย

ฉะนั้นที่โบราณสอนไว้ว่า “อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้” นั้น จึงดูจะยังทันสมัยใช้การได้ตราบจนทุกวันนี้

.

พล่ามเสียเพลินจนแกงชืดหมดแล้ว เอาไปอุ่นเสียหน่อย เค็มน้ำปลาสักนิดพอให้ถูกปาก หวานไม่ต้องแล้วเพราะหวานจากยอดมะพร้าวอ่อนก็เกินพอ แกงถ้วยนี้รสออกไปทางแกงอ่อม หอมบ่ะแขว่นโชยบางและเผ็ดนำ

บ้านสวนไม่ค่อยกินเผ็ดกัน แต่ไม่เคยปฏิเสธน้ำใจใคร การที่คนเราหั่นคลุกขลุกโขลกอยู่หน้าเตา, นั่นว่าตั้งใจแล้ว แต่การตักใส่ชามเดินข้ามรั้วมาสู่กันกินนั้น, มันเป็นเสียยิ่งกว่า บ่อยครั้งผมจึงเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับความแตกต่างเอาจากรสมือนี่เอง

รสชาติแม้ไม่คุ้นลิ้น ไม่ถูกปาก แต่ไม่เคยเททิ้ง กินได้หมดแหละครับ เพราะบางครั้งการกินก็ไม่จำเป็นต้องอิ่มท้องเสมอไป

กินให้อิ่มอกอิ่มใจระหว่างกันบ้าง อะไร ๆ ก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น …

.

.

December 2, 2009

การเริ่มต้น

Filed under: Agriculture — golb @ 11:30 am

.

หลายคนที่ผ่านเข้ามาที่นี่มักจะถามถึงการเริ่มต้นว่า เริ่มอย่างไร? ปลูกอะไร? ขายที่ไหน? ซึ่งผมได้แลกเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ความรู้ที่มี กระจัดกระจายอยู่ตามเอนทรีต่าง ๆ ในบล็อกบ้านสวนหลังนี้ เมื่อเดินทางมาใกล้ห้วงท้ายปลายปีอย่างนี้ จึงอยากถามกลับไปยังผู้ที่คิดจะเริ่มต้นว่า

คุณเชื่อในสิ่งที่คุณกำลังจะทำหรือเปล่า?

คำถามนี้สำคัญ ตัวผมเองจะลงมือทำก็เมื่อเกิดความเชื่อแล้วเท่านั้น แม้ความกลัวจะเป็นอุปสรรคสำคัญของทุกการเริ่มต้น แต่ลองเราเชื่อมั่นเสียแล้ว ความกลัวก็เป็นได้แค่เพื่อนเล่นยามเหงาเท่านั้น ท่ามกลางกระแสข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ ภูมิปัญญาที่เอ่อล้นฝั่งอยู่ในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นกับความงมงายน่าจะต่างกันตรงที่เรารู้จักแยกแยะ ต่างคนก็ต่างมุมมอง แต่ละศาสตร์สาขาก็จำแนกแยกแยะกันไปคนละเกณฑ์ สำหรับการเกษตรแล้ว เราต้องกระทำบนฐานคิดว่า “ควร-ไม่ควร” ให้มากกว่า “คุ้ม-ไม่คุ้ม” และใช้สายตาที่มองไกล มองกว้าง มองให้ห่างตัวเองออกไป, ให้มาก

.

.

ผมเชื่อในพลังของผืนแผ่นดินและผมพิสูจน์ความเชื่อของผมด้วยการกระทำ ไอ้ที่ว่าดินดอย ดินหินลอยลูกรังอย่างนี้จะปลูกอะไรขึ้น ชะ! เดี๋ยวกูจะทำให้ดู หลังตัดแต่งกิ่งลำไยเสร็จ พวกกิ่งเล็กกิ่งน้อย กิ่งเป็นโรคทั้งหลายก็เอามาสุมมากองแล้วเผาให้หมดเชื้อ เหลือเป็นเถ้าเป็นถ่านอยู่หลายหย่อมภายในสวน เอาวะ! กูจะปลูกผักบนดินที่เค้าว่าเลวอย่างมึงนี่ล่ะ ไม่ต้องพรวน ไม่ต้องขึ้นแปลงปลูกให้ยุ่งยาก ปุ๋ยเป๋ยไม่ต้องใส่ เอามีดจิ้มดินสองสามฉึก หยอดเมล็ด กลบ รดน้ำ พักเดียวพวกก็ออกลูกออกหลานมาให้ได้กินแล้วทั้งถั่วฝักยาว ฟักทอง กระเจี๊ยบเขียว

ลองผมใช้ตรรกะว่าคุ้มหรือไม่คุ้มมาจับสิ ชาติหน้าจะได้กินหรือเปล่ายังไม่รู้เลย…

กลัวมันทำไมครับ ดินไม่ดี ปลูกไม่ขึ้น ต้องใส่ปุ๋ยนั่นใส่สารนี่ ปวดท้องขี้แล้วให้กินพารา มันคงหายหรอก สุดท้ายก็ตกอยู่ใต้อุ้งตีนพ่อค้าเหมือนเดิม อยากจะบอกว่าดินดีสร้างได้จริงครับ ผมทำมาแล้วและเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ ถ้าสนใจเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.onopen.com/teeradejk/09-05-13/4796

ขออีกนิดนึง…

ในทางเกษตร (ตามมุมมองของผม) หัวใจของการเริ่มต้นอยู่ที่วิธีคิดครับ, ไม่ใช่วิธีการ ถ้าตั้งหน้าตั้งตาคิดแต่จะขายท่าเดียว มันก็จะเป็นอีกครรลองหนึ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น ที่ดูจะไม่แตกต่างอะไรกับชีวิตเก่า ๆ ที่คุณพยายามจะเดินหนีมันมา ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการขาย แต่ผมหมายถึงกระบวนการที่จะให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่จะขายเป็นสำคัญ

นั่นก็หนีไม่พ้นสองวิถีที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ระหว่าง ‘เกษตรธรรมชาติ’ กับ ‘เกษตรเคมี’

วิธีคิดจะเป็นเหมือนเข็มทิศนำทาง ระหว่างคุณเดินตามทิศที่ตั้งไว้ ไม่มีทางที่คุณจะเดินดิ่งไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ทุกก้าว ต้องมีเฉ มีแฉลบ มีแอบออกนอกเส้นทางบ้าง แต่คุณจะหลงเพริดเตลิดไกลหรือหวนกลับสู่หนทางเดิมของคุณได้ ก็ขึ้นอยู่กับเข็มทิศในมือคุณเอง

นอกเสียจากคุณรู้สึกว่ามันหนักหน่วงถ่วงเวลาเดิน เลยแอบทิ้งไว้ระหว่างทาง…

ไม่ได้ว่าสิ่งที่ผมเขียนเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงแท้แก้ไม่ได้ แต่อยากให้ลองเก็บเอาไปคิดกันดู เพราะนี่เป็นคำตอบของการเริ่มต้นที่อยากจะบอกที่สุด แต่ไม่เคยได้บอกใครอย่างนี้สักที

ลองคิดกันเล่น ๆ กันอย่างนี้ไหมครับว่า “เราปลูกเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนทั้งโลก” คิดได้เช่นนี้ เราจะห่วงใย (สิ่งแวดล้อม) เอาใจใส่ (ผู้บริโภค) ในทุกกระบวนการผลิต แทนที่จะคิดแค่ขายให้ได้กำไรเท่านั้น

จะเป็นไทด้วยเกษตรธรรมชาติ หรือจะเป็นทาสเพราะเกษตรเคมี … เลือกเอา!

.

The Enchanted Garden | Kevin Kern

.
บ้านสวนยังอยู่ในอารมณ์ดอกไม้ครับ แต่ดอกที่บานอยู่ในสวนช่วงนี้ไม่ชวนหอมนะ ถ้าชวนหิวละก็, ไม่แน่
.

.
คำอธิบายภาพ: สีแดงเรียก “แคแสด”, สีขาวเรียก “ถั่ว(ฝักยาว)”, สีเหลืองเรียก “ฟัก(ทอง)” ครับผม

.

……………

.
.
แก้ไขเพิ่มเติม วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒
.

เมื่อเช้านี้บ้านสวนมีดอกไม้อีกหนึ่งดอกที่บานรับวันมหามงคลยิ่งเช่นวันนี้

ดอกกระเจี๊ยบเขียวครับ, ที่แม้ดินจะเลว แต่ถ้าเมล็ดพันธุ์ดีแท้จากเนื้อใน ย่อมงอกงามและยังประโยชน์ได้เยี่ยงนี้
.

.

November 12, 2009

แรกหนาว

Filed under: Nature — golb @ 6:13 pm

.

ต้นไม้สวยในสวนมีอยู่ไม่มากต้น หนึ่งในนั้นคือ “สัตบรรณ” ไม้ใหญ่ยืนตระหง่าน ต้นลำตรง แตกกิ่งก้านเป็นชั้น เป็นฉัตร ใบรูปหอก เข้มเขียว เรียวยาว ช่อดอกออกเขียวขาว กลิ่นหอมเย็น ไม้ที่ผู้คนต่างยอยศให้เป็นพญา แต่ชื่อสามัญธรรมดาเรียกกันติดปากว่า “ตีนเป็ด”

หอมสัตบรรณบ่งบอกการมาถึงของฤดูหนาวครับ หลายคนอาจสัมผัสหนาวเอาจากลม แต่บ้านสวนเราดมเอาจากกลิ่น เพราะกลิ่นไม่เคยหลอก แต่ที่แน่ ๆ ลมน่ะมีลวง หรือไม่จริง?

.

.

สัตบรรณต้นนี้งอกออกเป็นสองแง่จากเหง้าเดียวแล้วสูงใหญ่ไปด้วยกัน กิ่งเราแผ่ซ้าย กิ่งนายไปขวา ไม่เห็นมันขัดมันเคืองกันสักนิด นั่นเพราะต้นไม้มีรากเดียวและหยั่งลึก จะแยกแตกเป็นกี่แง่งกี่ง่ามก็ตาม ล้วนเสริมส่งการเจริญเติบโตของไม้ทั้งต้น ที่สุดแล้วไม้ใหญ่ย่อมมีอายุขัย เมื่อถึงเวลาก็เน่าเปื่อยผุพังไปตามธรรมชาติ แต่มันผู้ใดที่อาศัยเงาไม้ให้ร่ม แล้วยังคิดโค่นคิดบั่น มันผู้นั้นย่อมร่านทุรนจากแรงแดดที่แผดกายและเผาใจ

บ่นอะไรไม่รู้…ผม, ชมดอกไม้กันดีกว่า

.

.

รำเพยกลิ่นมาทักทายกันตั้งแต่เมื่อหัวค่ำแล้ว เพิ่งเจอตัวเป็น ๆ เมื่อเช้านี้เอง … สวยเชียว

.

…………

.ู

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของบ้านสวนในวันแรกหนาวที่นำมาฝากกันครับ ดูท่าว่าจะหนาวหนักนะปีนี้ หน้าด้าน ๆ ของผมลอกเป็นขุยขาวคันยิกยิก ไอ้โบ้หมาที่สวนก็เกาสีข้างจนเป็นแผล ขนาดเลือดไหลซิบ ๆ มันยังไม่หยุดเกา รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเกา แผลก็ยิ่งกว้าง ยิ่งเจ็บ แต่ก็หยุดไม่ได้ กรรมของมัน!

รู้สึกว่าลมหนาวปีนี้ได้ลอกชำแรกเนื้อแท้ตัวตนของหลายต่อหลายคนออกมาอย่างหมดจดถึงแก่น

อยู่ที่ว่าจะเห็นกันหรือเปล่าเท่านั้น …

.

นี่ก็หนาวแล้ว … รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
.

.

October 28, 2009

ตัด-แต่ง

Filed under: Agriculture — golb @ 4:30 pm

.

หมายเหตุ: ผมเขียนเพิ่มอีกสองสามย่อหน้า สนใจเข้าไปอ่านได้ที่  http://www.onopen.com/teeradejk/09-12-08/5178 ต้องขอขอบคุณความเห็นของคุณตุ๊กที่ช่วยจุดประกายขยายความคิดในเรื่องนี้ครับ (update 09-12-09)

.

.

ปุจฉา?

ken 33
October 27, 2009 at 7:32 am
พี่คับ ขอดูรูปต้นลำไยที่แต่งทรงแล้วทั้งต้นได้มะคับเพ่ พอดีที่บ้านน้องมี 5 ต้น
ตัดไม่ถูกจริง ๆ นะพี่เอ๊ย ออกลูกออกหลานกันไม่มีว่างเว้น แต่เนื้อแฉะโครต
และหวานกว่าปกติหลายเท่าตัว เป็นพันธุ์แถวภาคกลางน่ะ

.

วิสัชนา!?!

นอกจากการลด-ละ-เลิกใช้สารเคมีแล้ว “การตัดแต่งกิ่ง” เป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดต้นทุนการผลิตของสวนเรา ยิ่งกับไม้ผลด้วยแล้ว การควบคุมทรงพุ่มจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การค้ำยันกิ่ง และแรงงานในการเก็บเกี่ยวได้อย่างมาก น่าเสียดายที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ อาจเพราะยึดติดอยู่กับมายาคติของปริมาณในเชิงที่ว่า ยิ่งตัดแต่งมาก พื้นที่ให้ผลจะน้อยลง ปริมาณผลผลิตก็จะลดลงตามไปด้วย

ถูกครับ ไม่เถียงด้วย และไม่ได้มาชวนให้เชื่อหรือเปลี่ยนความคิดแต่อย่างใด …

การตัดแต่งกิ่งไม้ผลเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ บ้านสวนเราตัดแต่งกิ่งควบคุมความสูงของลำไยไว้ไม่ให้เกินมือคว้า โดยอ้างอิงกับผลงานวิจัยของ อ.พาวิน มะโนชัยและคณะ เรื่อง “การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ” (ดาวน์โหลดได้ที่เอกสารประกอบ) เป็นหลัก แล้วจึงลงสวนไปพร้อมกับทักษะและจินตนาการ

เหนื่อยแต่สนุกครับ ไอ้การตัดแต่งกิ่งเนี่ย! คุณต้อง “ตัด” เสียก่อนจึงจะรู้ได้ว่าต้อง “แต่ง” อย่างไร การตัดเป็นเหมือนการวางโครงร่างคร่าว ๆ แล้วจึงลงรายละเอียดด้วยการแต่งอีกที ฟังดูอาร์ต ๆ นะ เหมือนศิลปินสร้างงานศิลปะบนผืนผ้าใบ ผิดแต่ว่าเกษตรกรเราวาดมันลงบนผืนแผ่นดินเท่านั้น

มีอยู่ ๒ จาก ๔ รูปแบบของงานวิจัยที่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับการตัดแต่งกิ่งไม้ผลในสวน ส่วนผลการวิจัยเป็นอย่างไรให้ไปศึกษาเอาเองจากเอกสารที่แนบมาให้ ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นทั้งการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอก-ติดผล ปริมาณและคุณภาพผลผลิต ต้นทุนและผลตอบแทน ของแต่ละรูปแบบทรงพุ่มที่ทำการศึกษาวิจัย

สองรูปแบบที่ว่าประกอบไปด้วย …

.

แบบที่หนึ่ง “ทรงฝาชีหงาย” เป็นการตัดกิ่งกลางทรงพุ่มและกิ่งหลักที่ทำมุมกับพื้นเกิน ๔๕ องศา ออกจนเหลือทรงพุ่มชั้นเดียว เรียกอีกอย่างว่า “ทรงแบน” ส่วนตัวแล้วผมชอบทรงพุ่มลักษณะนี้ที่สุดเพราะดูแลรักษาง่าย และจากประสบการณ์ของตัวเอง การจะตัดแต่งกิ่งให้ได้รูปทรงอย่างนี้ ต้องตัดใจให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

แบบที่สอง “ทรงเปิดกลางพุ่ม” ก็ตามชื่อนั่นละครับ เป็นการตัดกิ่งที่อยู่กลางทรงพุ่มออก ๒-๓ กิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถตัดอกตัดใจที่จะแต่งกิ่งทรงฝาชีหงายได้ ตัวผมเองก็เริ่มที่ทรงนี้ก่อนหนึ่งรอบจนครบหมดทุกต้น แล้วจึงกลับมาเลือกว่าจะทำทรงฝาชีหงายกับต้นไหนได้บ้าง เหมือนเป็นการซ้อมก่อนแข่งจริง การซ้อมจะให้เราทั้งทักษะและความชำนาญ สองอย่างนี่เองที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดและแม่นยำ

ปริมาณผลผลิตที่ลดลงถูกชดเชยด้วยคุณภาพที่ดีขึ้น และยิ่งถ้าเสริมความหลากหลายของพันธุ์พืชเข้าไปด้วยแล้ว ผมมั่นใจว่าเกษตรกรไทยจะสามารถอยู่ได้อย่างปกติสุขตามอัตภาพ ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร รู้ทั้งรู้ว่าปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมาจากปริมาณที่ล้นเกิน แล้วทำไมไม่ลองเล่นเรื่องคุณภาพกันดูบ้าง?

.

……………

.

เอกสารประกอบ : การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบ ต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ

.

.

October 6, 2009

นอกชานยามเช้า

Filed under: Nature — golb @ 5:55 pm

.

ฝนหมาดฟ้าเอาเมื่อตอนรุ่งสาง
แสงนวลเย็นของแดดเช้าทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทักทาย
ไอหมอกยังคงคลอดอย
บ้างก็ลอยอ้อยอิ่งลงเคียงดิน
กรองแรงแดด … กลายอุ่น

.

.

.
ก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไรอยู่ดี ฟังเพลงกันดีกว่าครับ … แหะ แหะ
.

เสียงกระซิบจากสายฝน | วงตาวัน

.
.
ปล. ต้องขอโทษคุณยุ้ยผ่าน entry นี้ด้วยที่ไม่ได้ส่งงานมาสองเดือนกว่าแล้ว …
.

August 25, 2009

ชีวิตน้อยน้อย

Filed under: Agriculture — golb @ 5:34 pm

หลังจากวันนี้อาจจะหายหัวไปพักใหญ่กับการตัดแต่งกิ่งลำไย เลยขอพาสมาชิกใหม่มาให้รู้จักกันก่อน เพิ่งเห็นหยัดเต็มก้านบานเต็มใบเอาเมื่อวันสองวันที่ผ่านมานี่เอง

เป็นอีกหนึ่งวิธีขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่บ้านสวนเราทำอยู่ นั่นก็คือ การหยอดเมล็ดผักหวานลงหลุมปลูกเลย ไม่ต้องเพาะลงถุงชำก่อนแล้วค่อยย้ายลงปลูกในแปลงอีกที ที่แม้เปอร์เซ็นต์การงอกจะสูงและขยายได้ในปริมาณที่มาก แต่ก็เสี่ยงกับการที่รากจะได้รับการกระทบกระเทือนจากการขนส่งหรือการฉีกขาดขณะแกะถุงลงปลูก

งอกตรงไหนก็โตตรงนั้น ไม่โยกไม่ย้าย โอกาสรอดตายจึงมีสูง

คำถามก็คือ … แล้วทำไมเราจึงเห็นการแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติของผักหวานป่าเกิดขึ้นน้อยนัก? คำตอบน่าจะอยู่ที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยธรรมชาติแล้วเมล็ดผักหวานป่าจะสุกเต็มที่ก็ช่วงหน้าแล้ง (เม.ย.-พ.ค.) ถึงจะแกร่งแค่ไหนก็ตาม ลองหล่นลงบนดินระแหงแล้งร้อน ไร้ซึ่งความชุ่มชื้นอย่างนั้น โอกาสที่จะงอกเป็นต้นดูจะเป็นไปได้ยาก นอกเสียจากว่าถูกลมพัด น้ำพา หรือนกกาพาบินไปตก-โตในดินอุดม

ฉะนั้นลำพังแค่โยนเมล็ดลงดินแล้วจะได้เห็นผักหวานงอกงามนั้น อย่าได้หวัง!

มาถึงบรรทัดนี้ผมนึกไปถึงเด็กช่างกลตีกัน เด็กแว้นท์ เด็กสก็อยส์ กระทั่งวัยรุ่นปาหิน คำตอบของปัญหาก็คงจะเหมือนกันนั่นคือ เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สร้างสังคมที่ดีให้กับพวกเขา ซึ่งหลายคนคิดว่ามันยากและไม่ใช่ธุระ บ้างก็มัวถกกันอยู่นั่นล่ะว่า “ดี” คืออะไร แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่า “เหมาะสม”

แนะนำให้ลองปลูกต้นไม้ดูครับ ปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์นะ ไม่ใช่กิ่งตอนกิ่งทาบ แล้วคุณจะพบคำตอบเองว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน แล้วอะไรคือความพอดี …

.

.
สองเดือนกับอีกเจ็ดวัน นับตั้งแต่เม็ดไม้ได้รู้จักทักทายดิน พัฒนาการเหมือนกันกับการเพาะในถุงชำ (ดูได้ที่ แรกกล้าผักหวานป่า) ภาพของหน่ออ่อนกำลังตั้งลำ ที่ค่อย ๆ ยกเมล็ดขึ้นมาจากดินให้เกิดแรงเหวี่ยงก่อนสลัดตัวเองหลุดจากขั้ว เป็นพลังชีวิตที่มากมายมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ … ว่าไหมครับ?
.

.

สิ่งที่เรียนรู้จากการปลูกต้นไม้มาหลายปี เมล็ดไม้ก็ไม่ต่างกับเด็กสักเท่าไหร่ ต่างคนก็ต่างพันธุ์ ถึงจะพันธุ์เดียวกันก็ต่างขนาดและรูปร่าง วิธีปลูกดูแลรักษาย่อมไม่เหมือนกัน เจ้าของสวนต้องปลูกเองกับมือจึงจะเข้าใจ ขุดหลุม รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ดายหญ้า และรอ ถ้าไม่ติดก็ปลูกซ่อม บ่อยครั้งเข้าก็จะ “อยู่มือ” ในที่สุด

ถ้ายังคิดว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ก็คงไม่เสียหายนักถ้าจะแก้ปัญหาสังคมด้วยวิถีเกษตรธรรมดา ๆ เช่นนี้ …

.

.

August 3, 2009

อ๊อกไข่

Filed under: Cookery — golb @ 5:23 pm

.

นั่งมองฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล แต่ฟ้าก็แกล้งให้รอเก้อ หะแรกเห็นเมฆเกาะเกี่ยวเป็นกลุ่มก้อนดำทะมึนก็นึกครึ้มใจ เพราะอบอ้าวอึดอัดมาหลายวัน แต่หลังเสียงคำรามครืนใหญ่ กลับพบเพียงฝอยฝนกะปริดกะปรอยลงมา ดูแล้วก็น่าเห็นใจเหมือนชายลูกหมากชำรุด

แต่กระนั้น, ละอองฝนที่จับผิวยามต้องลมผ่าน ก็ทำให้รู้สึกเย็นสะท้านขึ้นมาได้บ้าง ไม่ถึงกับผิดหวังไปเสียทีเดียว

แรกเห็นเมฆก่อตัว ผมก็เริ่มก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ นั่งคุยกับลุงน้อยเรื่องแต่งกิ่งลำไยที่เพิ่งเก็บเสร็จไปเมื่อเดือนก่อน คุยกันเสร็จสรรพรู้เรื่องดีแล้ว ลุงน้อยก็มวนยาเส้นส่งให้ผมแกล้มขมกาแฟ ส่วนตัวแกก็เดินหายเข้าไปในดงกล้วยริมห้วย สักพักแกกับใบตองก็เดินผ่านหน้าผมเข้าไปในครัว ชั่วบุหรี่หมดมวนก็กลับออกมาพร้อมกระทงน้อยสี่ใบกับไข่ไก่สามฟอง

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามลำดับภาพข้างล่างนี่ละครับ …

.

oggkhai-00

ติดครัวไว้ประจำ ไข่ไก่ พริกขี้หนู หอมแดง อ้าว! ดันลืมต้นหอมกับผักชี

oggkhai-01

ตอกไข่ใส่กระทงใบตอง กวนไข่เคล้าส่วนผสมตามชอบ อังทิ้งไว้กับไฟอ่อน ๆ

oggkhai-02

ถ้าไฟแรงก็ราไฟลง เห็นไฟโรยก็เร่งไฟเข้า รอจนไข่สุกสวย อดใจไว้ให้ดี มิฉะนั้นไข่จะแหว่งอย่างที่เห็น

oggkhai-03

หอมกลิ่นใบตองคลอกลิ่นไข่ ในสุกนุ่มก้นกรอบเกรียม ขอบชีสต์ทั้งหลายชิดซ้ายไปเลย

oggkhai-04

คำนี้, สำหรับคุณครับ ใครธาตุอ่อนระวังพริกไว้ด้วย อย่านึกว่าเป็นต้นหอมเชียว

.

.

July 15, 2009

ความสุขหลังเก็บเกี่ยว..ปีสอง

Filed under: Life & Thought — golb @ 5:03 pm

.

สวนผมเก็บลำไยเสร็จไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ (ขึ้นต้นเหมือน ปีที่แล้ว ไม่ผิดเพี้ยน) ในช่วงนี้ของทุก ๆ ปี ชาวนาจะเริ่มหว่านดำ ชาวสวนก็เริ่มขึ้นลำไยกัน แต่ปีนี้อย่าเข้าสวนเลย ออกมาสุขนอกสวนกันดีกว่า ไปบ้านในเมืองกัน หิ้วหน่อไม้ไปให้แม่ต้มใส่ซี่โครงหมูหม้อใหญ่ เก็บไว้อุ่นกินร้อน ๆ ตอนฝนพรำ

บ้านในเมืองหลังนี้ปลูกลำไยไว้สองต้น พ่อตั้งใจจะให้โตมาพร้อมกันกับผมและน้อง แม้ทุกวันนี้ตัวผมเองจะใช้ชีวิตอยู่กับลำไยเป็นจำนวนร้อย แต่ไม่เคยลืมกิ่งก้านสาขาที่เคยปีนป่าย รสหวานชื่นใจหายเหนื่อยของลำไยคู่บ้านสองต้นนี้เลย

นอกจากภาพในอดีตที่ประทับรอยจำ ปัจจุบันยังย้ำให้อิ่มพิมพ์ใจในความสุขที่เห็นอยู่ตรงหน้า

.

.

ทุก ๆ ปีพ่อกับแม่จะช่วยกันเก็บช่วยกันคัดลำไยใส่กล่องส่งไปให้น้า ๆ ที่อยู่อำเภอดำเนินสะดวกโน่น ทำกันอยู่สองคนนี่ล่ะ พ่อชี้แม่ชวน กุ๊กกิ๊กกันตามประสา เหลือก็ขาย ได้เท่าไหร่ก็เอา ไม่เรียกไม่ต่อให้วุ่นวายใจ ได้เงินมาก็เก็บไว้เป็นค่าขนมน้องหมา ไม่มีตกมาถึงลูกถึงเต้าหรอก อย่าได้หวังเชียว

ถึงแม้ทุกวันนี้ลำไยจะมีปลูกอยู่เกือบทุกที่ทั่วประเทศ สามารถซื้อหามาทานได้ตลอดทั้งปี แต่รับรองว่าไอ้ที่ลูกโต ๆ กิโลแพง ๆ ทั้งหลายนั่นน่ะ ไม่หวานลิ้มอิ่มใจเท่าที่อยู่ในกล่องนี้อย่างแน่นอน

ผมว่าความสุขหลังเก็บเกี่ยวนอกจากกำรี้กำไรจากการขายผลผลิตที่จะเป็นทุนรอนในการดำรงชีวิตต่อไปแล้ว ยังหมายถึงความสุขใจจากการแบ่งปันความรักและความปรารถนาดีให้แก่กันด้วย คิดอย่างนี้อาจจะกลายเป็นตัวตลกน่าหัวร่อ ยิ่งในยุคสมัยที่คนไทยเห็นดีเห็นงามกับการฉ้อโกงเอารัดเอาเปรียบกันดังเช่นทุกวันนี้ด้วยแล้ว แต่ยังมั่นใจในวิถีพุทธของคนไทยที่จะช่วยชะล้างค่านิยมเฮงซวยนี้ให้ค่อย ๆ หมดไปจากสังคมได้ในที่สุด

“ความสุข” นิยามยากครับ มันอยู่ที่มุมมองชีวิตของแต่ละคน ตีความไปก็รังแต่จะสร้างความยุ่งยากและน่าเบื่อหน่าย ประคับประคองสมดุลของความสุขจากการ “รับ” และ “ให้” ไว้ให้เที่ยงไม่เอียงซ้ายเอียงขวาก็น่าจะพอ ลองเริ่มที่ความพอของใจตัวแล้วค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นความอิ่มเอิบใจจากการให้ผู้อื่นบ้าง เท่านี้ก็สุขจนล้นหัวใจแล้ว

ไม่ซับซ้อนเลยสักนิด ถ้าเราไม่คิดปรุงแต่งมันมากเกินไป …

.

.

Older Posts »

Blog at WordPress.com.