Change!
.
.
พลังแห่งการสร้างสรรค์ มีรากมาจากการรู้จักริเริ่มซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เรามีความไม่พอใจต่อสิ่งที่เป็นอยู่อย่างลึก ๆ เธอจะเริ่มคิดและเริ่มแสวงหาอย่างจริงจัง แสวงหาว่าอะไรคือความจริง ในการแสวงหาสัจจะธรรม เธอจะต้องขบถต่อต้านกับกฎระเบียบที่ถูกสร้างขึ้น ทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ …
แด่หนุ่มสาว, กฤษณมูรติ
.
ไม่ได้ชวนมาขืนขัดปฎิวัติใคร แต่มาชวนให้ปฎิวัติจิตใจของตนเอง เพราะถ้าเรายังพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ก็ยากนักที่ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้องหรือดีขึ้นได้อย่างที่ใจหวัง ผมว่ารากเหง้าที่แท้จริงของปัญหาเกษตรกรมันอยู่ตรงนี้นี่เอง
เป็นหนึ่งร้อยกับอีกห้าวินาทีที่มีคุณค่ายิ่งนัก ไม่เฉพาะกับเกษตรกรเท่านั้น แต่กับคนไทยทุกคน
.
.
บ้านสวนมิถุนา
.
ขอดูบรรยากาศสวนลำไยช่วงนี้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
Comment by puritad — June 6, 2009 @ 10:46 am
.
หลังจากเดินผ่านแดดจ้ามาได้สองวัน หญ้ากำลังอวบอิ่มชวนให้ตัดอย่างมันมืออยู่เชียว วันนี้ท้องฟ้าเมืองเหนือก็ปิดอีกครั้ง ฝนเทโครมมาตั้งแต่เย็นวานจนมาอ่อนแรงเอาเมื่อเช้า วันนี้เอารูปมาฝากตามที่ติดคุณภูริทัตไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เท่าที่ดูเป็นรูปได้ไม่รกรุงรังก็มีเท่านี้ เดิมบ้านสวนปลูกแต่ลำไยครับ ผมค่อย ๆ ทยอยลงผักหวานป่าแซมไว้ในสวนมาสี่ห้าปีแล้ว บ้างตายบ้างโตตามเงื่อนไขปัจจัยของแต่ละชีวิต ส้มสูกลูกไม้อื่น ๆ ก็มีบ้างตามแต่ปากอยากจะกิน มะม่วง มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ชมพู่ ขนุน น้อยหน่า และอื่น ๆ นั่นนิดนี่หน่อยเท่าที่สวนหนึ่งจะพึงมี เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนักของการจัดการสวนตามแบบแผนเกษตรสมัยใหม่ที่นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ความหลากหลายของพันธุ์พืชเช่นนี้แม้จะยังไม่มากนัก ก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิตได้อย่างดีทีเดียว
.

บริเวณหน้าสวน ถ่ายลงมาจากแทงค์น้ำ ตัดหญ้าไปบ้างแล้วเลยดูเรียบร้อยขึ้นมาหน่อยนึง

น้ำเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับทุกชีวิต บ้านสวนเราใช้น้ำบาดาลและมีสระน้ำสำรองไว้เผื่อยามจำเป็น

รูปนี้และอีก ๓-๔ รูปข้างล่างเป็นผักหวานป่าที่ปลูกแซมในสวนลำไย
ผีเสื้อกับดอกไม้
.

.
ทุก ๆ เช้าของสัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมกับกาแฟชอบที่จะออกมาชมฉากชีวิตแสนสวยของเหล่าผีเสื้อกระทกรกและผองเพื่อนที่กำลังโฉบลิ้มชิมรสหวานของดอกส้มโอหน้าบ้าน สุนทรียภาพอันงดงามเช่นนี้เป็นผลจากการ “ลด ละ เลิก” ใช้สารเคมีในสวนครับ เป็นสิ่งที่ผมทำได้และต้องทำเพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างปกติสุข เราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันโดยธรรมชาติ จึงไม่มีความจำเป็นใดใดที่จะต้องมาเบียดเบียนบีฑากัน…มิใช่หรือ?
แต่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าได้คุณ ๆ มาช่วยกันอีกแรง
ไม่ยากเลยครับ แค่เลือกทานผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษเท่านั้นเอง เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้ จะช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตของเกษตรกรได้มากโข นั่นหมายถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ฟ้า ที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ต้องผลาญทรัพยากรโดยไม่จำเป็นไปกับอีเวนท์หรือแคมเปญรักษ์โลก (เสียเหลือเกิน) ที่เกลื่อนเมืองอยู่ในขณะนี้
ปิดแอร์ก็ยาก ประหยัดน้ำมันก็ลำบาก ลองเรื่องกินดูเป็นไร ไม่ต้องรักโลกก็ได้ รักตัวเองนี่แหละ ทีกับเรื่องงานยังมุ่งมั่นทุ่มเทให้ได้เกินร้อย แต่ทำไมปล่อยปละละเลยกับสุขภาพตัวเองล่ะครับ ทำงานหนักเพื่อที่สุดท้ายแล้วต้องไปนอนพักนอนผ่าอยู่ในโรงพยาบาล มันคุ้มกันเสียเมื่อไหร่
ลองเริ่มต้นวันนี้ ๕ มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลกนี่ล่ะ … เหมาะนัก
.
ปล. อยากให้ผีเสื้อกับดอกไม้โบยบินและเบ่งบานในทุกเรือกสวนไร่นาบนแผ่นดิน แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและอิสระของเกษตรกรที่พร้อมจะยืนหยัดฟันฝ่าและพึ่งพาตนเองได้ เอาให้เหมือนโมฮัมหมัด อาลี ที่ว่า “I float like a butterfly and sting like a bee” นั่นเลย
.
.
ขนขี้ข้ามดอย
.
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ออกจากสวนแต่เช้า จะได้กลับมาทันฟังคำทำนายแรกนา ขับรถข้ามอำเภอไปขนขี้ควายที่นาลุงชาติ ฟังดูเหมือนไกลนะ แต่จริง ๆ ข้ามดอยไปสองกิโลก็ถึงแล้ว ดอยที่เห็นในรูปนั่นล่ะ เมฆครึ้มอากาศดี มองไกลเพลินตา สวยเวิ้งนาในโอบดอย
.







.
ขนเสร็จ ๑๑๓ ลูก (กระสอบ) แล้วยังพิรี้พิไรถ่ายรูปพี่ควายอีก สุดท้ายก็กลับไม่ทัน ต้องนั่งฟังเสียงถ่ายทอดพิธีทางวิทยุอยู่กลางนานั่นเอง ฟังเสร็จเห็นลุงชาตินั่งยิ้มสุขใจ ในตาโชนความหวัง
ตัวผมเองอาจจะไม่คุ้นกับวิถีนา แต่ก็อดปลื้มใจปนอิจฉาลุงชาติไม่ได้ เพราะนอกจากความขยันและอดทนอันเป็นพื้นนิสัยแล้ว ลุงชาติยังมีขวัญและกำลังใจเต็มเปี่ยมสำหรับฟันฝ่ามรสุมชีวิต
ชาวนาท่านอื่นก็คงเช่นกัน …
..
.
ร่มลมแล้ง
.

.
ลมแล้งต้นสูงใหญ่เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขายังความร่มเย็นบนดินผืนนี้มาเนิ่นนานนัก นานเท่าใดนั้นถามใครแถวนี้ก็บอกไม่รู้ “เกิดมาก็เห็นเป็นต้นแล้ว” นั่นเป็นประโยคเดียวที่ได้ยิน (อาจจะตัดรำคาญหรือไม่รู้จริง ๆ) แต่จะยาวนานแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าที่ว่า เหลืองลมแล้งนับเป็นอีกสีสวยของบ้านสวนในยามที่น้ำแล้งลมร้อนเช่นนี้
‘คูน’ เป็นอีกชื่อที่ชาวบ้านเรียก พอเอาชฎามาสวมก็มีชื่อใหม่ไฉไลว่า ‘ราชพฤกษ์’ แปลได้อย่างยิ่งใหญ่ก็คือ “ไม้เหนือมวลไม้ทั้งปวง” งามความหมายตามมงคลนามที่เรียกขาน จนกลายกำหนดให้เป็นพันธุ์ไม้แห่งสยามประเทศไปในที่สุด
ร่วงลมแล้งไม่ร่วงพรูร่วงพราว แต่ทยอยร่วงหล่นเรียงลำดับ ทีละดอกสองดอก เสียงหล่นปุปุเหมือนเม็ดฝนไล่ช้างกระทบดิน เป็นการสลัดร่วงเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ ต้นไม้ในสวนคอยช่วยให้กำลังใจยามท้อแท้สิ้นหวังอยู่เสมอ ในสภาวะที่ร้อนแล้งรุนแรงที่สุดเช่นนี้ ลูกไม้น้อย ๆ ก็ยังสู้อุตส่าห์หยัดกล้ายืนกายขึ้นมาท้าแดดลม อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจรู้ จะโดนเหยียบย่ำทำลายหมดโอกาสเติบโต หรือต้องเจ็บปวดทรมานจากการกัดแกะแทะเล็มของหมู่แมลง แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นแล้วถึงหัวใจที่ไม่ประหวั่น
ผมประทับภาพนี้ไว้ในใจและได้ดึงมาใช้ในวันเลวร้ายของชีวิตเสมอ
ใช่จะมีเพียงสีสวยให้ตาเห็น หมู่ไม้ใหญ่ในสวนยังให้ที่หลบร้อนนอนสบาย หลายครั้งที่พาตัวเองมาพักพิงอิงโคนไม้ใหญ่ เผลอเพลินผิวเพลงกล่อมหัวใจให้รื่นรมย์ เพลงที่ผิวผ่านเป็นทำนองคุ้นหู ใครที่รุ่น ๆ กันคงจะเคยบรรเลงผ่านปากกันมาบ้าง ในวานวัยนั้น … จนวัยวันนี้
.
สายธาร | สุชาติ ชวางกูร
.
“… เนตรงามยามพิศ มองแล้วจิตผูกพัน ปรางค์ดั่งเย้ยจันทร์ โอษฐ์ยามยิ้มงาม …”
ผมชอบนะ … หวานเหมือนน้ำแข็งไสสีสวยหอมเย็นชื่นใจในบ่ายร้อนปลายฤดู
.




.
.

