ตัด-แต่ง

28 10 2009

.

ปุจฉา?

ken 33
October 27, 2009 at 7:32 am
พี่คับ ขอดูรูปต้นลำไยที่แต่งทรงแล้วทั้งต้นได้มะคับเพ่ พอดีที่บ้านน้องมี 5 ต้น
ตัดไม่ถูกจริง ๆ นะพี่เอ๊ย ออกลูกออกหลานกันไม่มีว่างเว้น แต่เนื้อแฉะโครต
และหวานกว่าปกติหลายเท่าตัว เป็นพันธุ์แถวภาคกลางน่ะ

.

วิสัชนา!?!

นอกจากการลด-ละ-เลิกใช้สารเคมีแล้ว “การตัดแต่งกิ่ง” เป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดต้นทุนการผลิตของสวนเรา ยิ่งกับไม้ผลด้วยแล้ว การควบคุมทรงพุ่มจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การค้ำยันกิ่ง และแรงงานในการเก็บเกี่ยวได้อย่างมาก น่าเสียดายที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ อาจเพราะยึดติดอยู่กับมายาคติของปริมาณในเชิงที่ว่า ยิ่งตัดแต่งมาก พื้นที่ให้ผลจะน้อยลง ปริมาณผลผลิตก็จะลดลงตามไปด้วย

ถูกครับ ไม่เถียงด้วย และไม่ได้มาชวนให้เชื่อหรือเปลี่ยนความคิดแต่อย่างใด …

การตัดแต่งกิ่งไม้ผลเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ บ้านสวนเราตัดแต่งกิ่งควบคุมความสูงของลำไยไว้ไม่ให้เกินมือคว้า โดยอ้างอิงกับผลงานวิจัยของ อ.พาวิน มะโนชัยและคณะ เรื่อง “การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ” (ดาวน์โหลดได้ที่เอกสารประกอบ) เป็นหลัก แล้วจึงลงสวนไปพร้อมกับทักษะและจินตนาการ

เหนื่อยแต่สนุกครับ ไอ้การตัดแต่งกิ่งเนี่ย! คุณต้อง “ตัด” เสียก่อนจึงจะรู้ได้ว่าต้อง “แต่ง” อย่างไร การตัดเป็นเหมือนการวางโครงร่างคร่าว ๆ แล้วจึงลงรายละเอียดด้วยการแต่งอีกที ฟังดูอาร์ต ๆ นะ เหมือนศิลปินสร้างงานศิลปะบนผืนผ้าใบ ผิดแต่ว่าเกษตรกรเราวาดมันลงบนผืนแผ่นดินเท่านั้น

มีอยู่ ๒ จาก ๔ รูปแบบของงานวิจัยที่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับการตัดแต่งกิ่งไม้ผลในสวน ส่วนผลการวิจัยเป็นอย่างไรให้ไปศึกษาเอาเองจากเอกสารที่แนบมาให้ ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นทั้งการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอก-ติดผล ปริมาณและคุณภาพผลผลิต ต้นทุนและผลตอบแทน ของแต่ละรูปแบบทรงพุ่มที่ทำการศึกษาวิจัย

สองรูปแบบที่ว่าประกอบไปด้วย …

.

Pruning11

แบบที่หนึ่ง “ทรงฝาชีหงาย” เป็นการตัดกิ่งกลางทรงพุ่มและกิ่งหลักที่ทำมุมกับพื้นเกิน ๔๕ องศา ออกจนเหลือทรงพุ่มชั้นเดียว เรียกอีกอย่างว่า “ทรงแบน” ส่วนตัวแล้วผมชอบทรงพุ่มลักษณะนี้ที่สุดเพราะดูแลรักษาง่าย และจากประสบการณ์ของตัวเอง การจะตัดแต่งกิ่งให้ได้รูปทรงอย่างนี้ ต้องตัดใจให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

Pruning12

แบบที่สอง “ทรงเปิดกลางพุ่ม” ก็ตามชื่อนั่นละครับ เป็นการตัดกิ่งที่อยู่กลางทรงพุ่มออก ๒-๓ กิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถตัดอกตัดใจที่จะแต่งกิ่งทรงฝาชีหงายได้ ตัวผมเองก็เริ่มที่ทรงนี้ก่อนหนึ่งรอบจนครบหมดทุกต้น แล้วจึงกลับมาเลือกว่าจะทำทรงฝาชีหงายกับต้นไหนได้บ้าง เหมือนเป็นการซ้อมก่อนแข่งจริง การซ้อมจะให้เราทั้งทักษะและความชำนาญ สองอย่างนี่เองที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดและแม่นยำ

0094

ปริมาณผลผลิตที่ลดลงถูกชดเชยด้วยคุณภาพที่ดีขึ้น และยิ่งถ้าเสริมความหลากหลายของพันธุ์พืชเข้าไปด้วยแล้ว ผมมั่นใจว่าเกษตรกรไทยจะสามารถอยู่ได้อย่างปกติสุขตามอัตภาพ ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร รู้ทั้งรู้ว่าปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมาจากปริมาณที่ล้นเกิน แล้วทำไมไม่ลองเล่นเรื่องคุณภาพกันดูบ้าง?

.

……………

.

เอกสารประกอบ : การศึกษาเบื้องต้นระบบการจัดการทรงพุ่ม 4 แบบ ต่อการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ การออกดอกและผลผลิตของลำไยพันธุ์อีดอ

.

.





นอกชานยามเช้า

6 10 2009

.

0109

ฝนหมาดฟ้าเอาเมื่อตอนรุ่งสาง
แสงนวลเย็นของแดดเช้าทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทักทาย
ไอหมอกยังคงคลอดอย
บ้างก็ลอยอ้อยอิ่งลงเคียงดิน
กรองแรงแดด … กลายอุ่น

.
.
ก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไรอยู่ดี ฟังเพลงกันดีกว่าครับ … แหะ แหะ
.

เสียงกระซิบจากสายฝน | วงตาวัน

.
.
ปล. ต้องขอโทษคุณยุ้ยผ่าน entry นี้ด้วยที่ไม่ได้ส่งงานมาสองเดือนกว่าแล้ว …
.
.





ชีวิตน้อยน้อย

25 08 2009

หลังจากวันนี้อาจจะหายหัวไปพักใหญ่กับการตัดแต่งกิ่งลำไย เลยขอพาสมาชิกใหม่มาให้รู้จักกันก่อน เพิ่งเห็นหยัดเต็มก้านบานเต็มใบเอาเมื่อวันสองวันที่ผ่านมานี่เอง

เป็นอีกหนึ่งวิธีขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่บ้านสวนเราทำอยู่ นั่นก็คือ การหยอดเมล็ดผักหวานลงหลุมปลูกเลย ไม่ต้องเพาะลงถุงชำก่อนแล้วค่อยย้ายลงปลูกในแปลงอีกที ที่แม้เปอร์เซ็นต์การงอกจะสูงและขยายได้ในปริมาณที่มาก แต่ก็เสี่ยงกับการที่รากจะได้รับการกระทบกระเทือนจากการขนส่งหรือการฉีกขาดขณะแกะถุงลงปลูก

งอกตรงไหนก็โตตรงนั้น ไม่โยกไม่ย้าย โอกาสรอดตายจึงมีสูง

คำถามก็คือ … แล้วทำไมเราจึงเห็นการแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติของผักหวานป่าเกิดขึ้นน้อยนัก? คำตอบน่าจะอยู่ที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยธรรมชาติแล้วเมล็ดผักหวานป่าจะสุกเต็มที่ก็ช่วงหน้าแล้ง (เม.ย.-พ.ค.) ถึงจะแกร่งแค่ไหนก็ตาม ลองหล่นลงบนดินระแหงแล้งร้อน ไร้ซึ่งความชุ่มชื้นอย่างนั้น โอกาสที่จะงอกเป็นต้นดูจะเป็นไปได้ยาก นอกเสียจากว่าถูกลมพัด น้ำพา หรือนกกาพาบินไปตก-โตในดินอุดม

ฉะนั้นลำพังแค่โยนเมล็ดลงดินแล้วจะได้เห็นผักหวานงอกงามนั้น อย่าได้หวัง!

มาถึงบรรทัดนี้ผมนึกไปถึงเด็กช่างกลตีกัน เด็กแว้นท์ เด็กสก็อยส์ กระทั่งวัยรุ่นปาหิน คำตอบของปัญหาก็คงจะเหมือนกันนั่นคือ เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สร้างสังคมที่ดีให้กับพวกเขา ซึ่งหลายคนคิดว่ามันยากและไม่ใช่ธุระ บ้างก็มัวถกกันอยู่นั่นล่ะว่า “ดี” คืออะไร แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่า “เหมาะสม”

แนะนำให้ลองปลูกต้นไม้ดูครับ ปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์นะ ไม่ใช่กิ่งตอนกิ่งทาบ แล้วคุณจะพบคำตอบเองว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน แล้วอะไรคือความพอดี …

.

.
สองเดือนกับอีกเจ็ดวัน นับตั้งแต่เม็ดไม้ได้รู้จักทักทายดิน พัฒนาการเหมือนกันกับการเพาะในถุงชำ (ดูได้ที่ แรกกล้าผักหวานป่า) ภาพของหน่ออ่อนกำลังตั้งลำ ที่ค่อย ๆ ยกเมล็ดขึ้นมาจากดินให้เกิดแรงเหวี่ยงก่อนสลัดตัวเองหลุดจากขั้ว เป็นพลังชีวิตที่มากมายมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ … ว่าไหมครับ?
.

.

สิ่งที่เรียนรู้จากการปลูกต้นไม้มาหลายปี เมล็ดไม้ก็ไม่ต่างกับเด็กสักเท่าไหร่ ต่างคนก็ต่างพันธุ์ ถึงจะพันธุ์เดียวกันก็ต่างขนาดและรูปร่าง วิธีปลูกดูแลรักษาย่อมไม่เหมือนกัน เจ้าของสวนต้องปลูกเองกับมือจึงจะเข้าใจ ขุดหลุม รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ดายหญ้า และรอ ถ้าไม่ติดก็ปลูกซ่อม บ่อยครั้งเข้าก็จะ “อยู่มือ” ในที่สุด

ถ้ายังคิดว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ก็คงไม่เสียหายนักถ้าจะแก้ปัญหาสังคมด้วยวิถีเกษตรธรรมดา ๆ เช่นนี้ …

.

.





อ๊อกไข่

3 08 2009

นั่งมองฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล แต่ฟ้าก็แกล้งให้รอเก้อ หะแรกเห็นเมฆเกาะเกี่ยวเป็นกลุ่มก้อนดำทะมึนก็นึกครึ้มใจ เพราะอบอ้าวอึดอัดมาหลายวัน แต่หลังเสียงคำรามครืนใหญ่ กลับพบเพียงฝอยฝนกะปริดกะปรอยลงมา ดูแล้วก็น่าเห็นใจเหมือนชายลูกหมากชำรุด

แต่กระนั้น, ละอองฝนที่จับผิวยามต้องลมผ่าน ก็ทำให้รู้สึกเย็นสะท้านขึ้นมาได้บ้าง ไม่ถึงกับผิดหวังไปเสียทีเดียว

แรกเห็นเมฆก่อตัว ผมก็เริ่มก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ นั่งคุยกับลุงน้อยเรื่องแต่งกิ่งลำไยที่เพิ่งเก็บเสร็จไปเมื่อเดือนก่อน คุยกันเสร็จสรรพรู้เรื่องดีแล้ว ลุงน้อยก็มวนยาเส้นส่งให้ผมแกล้มขมกาแฟ ส่วนตัวแกก็เดินหายเข้าไปในดงกล้วยริมห้วย สักพักแกกับใบตองก็เดินผ่านหน้าผมเข้าไปในครัว ชั่วบุหรี่หมดมวนก็กลับออกมาพร้อมกระทงน้อยสี่ใบกับไข่ไก่สามฟอง

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามลำดับภาพข้างล่างนี่ละครับ …

.

oggkhai-00

ติดครัวไว้ประจำ ไข่ไก่ พริกขี้หนู หอมแดง อ้าว! ดันลืมต้นหอมกับผักชี

oggkhai-01

ตอกไข่ใส่กระทงใบตอง กวนไข่เคล้าส่วนผสมตามชอบ อังทิ้งไว้กับไฟอ่อน ๆ

oggkhai-02

ถ้าไฟแรงก็ราไฟลง เห็นไฟโรยก็เร่งไฟเข้า รอจนไข่สุกสวย อดใจไว้ให้ดี มิฉะนั้นไข่จะแหว่งอย่างที่เห็น

oggkhai-03

หอมกลิ่นใบตองคลอกลิ่นไข่ ในสุกนุ่มก้นกรอบเกรียม ขอบชีสต์ทั้งหลายชิดซ้ายไปเลย

oggkhai-04

คำนี้, สำหรับคุณครับ ใครธาตุอ่อนระวังพริกไว้ด้วย อย่านึกว่าเป็นต้นหอมเชียว

.

.





ความสุขหลังเก็บเกี่ยว..ปีสอง

15 07 2009

.

.

สวนผมเก็บลำไยเสร็จไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ (ขึ้นต้นเหมือน ปีที่แล้ว ไม่ผิดเพี้ยน) ในช่วงนี้ของทุก ๆ ปี ชาวนาจะเริ่มหว่านดำ ชาวสวนก็เริ่มขึ้นลำไยกัน แต่ปีนี้อย่าเข้าสวนเลย ออกมาสุขนอกสวนกันดีกว่า ไปบ้านในเมืองกัน หิ้วหน่อไม้ไปให้แม่ต้มใส่ซี่โครงหมูหม้อใหญ่ เก็บไว้อุ่นกินร้อน ๆ ตอนฝนพรำ

บ้านในเมืองหลังนี้ปลูกลำไยไว้สองต้น พ่อตั้งใจจะให้โตมาพร้อมกันกับผมและน้อง แม้ทุกวันนี้ตัวผมเองจะใช้ชีวิตอยู่กับลำไยเป็นจำนวนร้อย แต่ไม่เคยลืมกิ่งก้านสาขาที่เคยปีนป่าย รสหวานชื่นใจหายเหนื่อยของลำไยคู่บ้านสองต้นนี้เลย

นอกจากภาพในอดีตที่ประทับรอยจำ ปัจจุบันยังย้ำให้อิ่มในภาพแห่งความสุขที่เห็นอยู่ตรงหน้า

ทุก ๆ ปีพ่อกับแม่จะช่วยกันเก็บช่วยกันคัดลำไยใส่กล่องส่งไปให้น้า ๆ ที่อยู่อำเภอดำเนินสะดวกโน่น ทำกันอยู่สองคนนี่ล่ะ พ่อชี้แม่ชวน กุ๊กกิ๊กกันตามประสา เหลือก็ขาย ได้เท่าไหร่ก็เอา ไม่เรียกไม่ต่อให้วุ่นวายใจ ได้เงินมาก็เก็บไว้เป็นค่าขนมน้องหมา ไม่มีตกมาถึงลูกถึงเต้าหรอก อย่าได้หวังเชียว

ถึงแม้ทุกวันนี้ลำไยจะมีปลูกอยู่เกือบทุกที่ทั่วประเทศ สามารถซื้อหามาทานได้ตลอดทั้งปี แต่รับรองว่าไอ้ที่ลูกโต ๆ กิโลแพง ๆ ทั้งหลายนั่นน่ะ ไม่หวานลิ้มอิ่มใจเท่าที่อยู่ในกล่องนี้อย่างแน่นอน

ผมว่าความสุขหลังเก็บเกี่ยวนอกจากกำรี้กำไรจากการขายผลผลิตที่จะเป็นทุนรอนในการดำรงชีวิตต่อไปแล้ว ยังหมายถึงความสุขใจจากการแบ่งปันความรักและความปรารถนาดีให้แก่กันด้วย คิดอย่างนี้อาจจะกลายเป็นตัวตลกน่าหัวร่อ ยิ่งในยุคสมัยที่คนไทยเห็นดีเห็นงามกับการฉ้อโกงเอารัดเอาเปรียบกันดังเช่นทุกวันนี้ด้วยแล้ว แต่ยังมั่นใจในวิถีพุทธของคนไทยที่จะช่วยชะล้างค่านิยมเฮงซวยนี้ให้ค่อย ๆ หมดไปจากสังคมได้ในที่สุด

“ความสุข” นิยามยากครับ มันอยู่ที่มุมมองชีวิตของแต่ละคน ตีความไปก็รังแต่จะสร้างความยุ่งยากและน่าเบื่อหน่าย ประคับประคองสมดุลของความสุขจากการ “รับ” และ “ให้” ไว้ให้เที่ยงไม่เอียงซ้ายเอียงขวาก็น่าจะพอ ลองเริ่มที่ความพอของใจตัวแล้วค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นความอิ่มเอิบใจจากการให้ผู้อื่นบ้าง เท่านี้ก็สุขจนล้นหัวใจแล้ว

ไม่ซับซ้อนเลยสักนิด ถ้าเราไม่คิดปรุงแต่งมันมากเกินไป …

.

.





Change!

3 07 2009

.

.

พลังแห่งการสร้างสรรค์ มีรากมาจากการรู้จักริเริ่มซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เรามีความไม่พอใจต่อสิ่งที่เป็นอยู่อย่างลึก ๆ เธอจะเริ่มคิดและเริ่มแสวงหาอย่างจริงจัง แสวงหาว่าอะไรคือความจริง ในการแสวงหาสัจจะธรรม เธอจะต้องขบถต่อต้านกับกฎระเบียบที่ถูกสร้างขึ้น ทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ …

แด่หนุ่มสาว, กฤษณมูรติ

.
ไม่ได้ชวนมาขืนขัดปฎิวัติใคร แต่มาชวนให้ปฎิวัติจิตใจของตนเอง เพราะถ้าเรายังพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ก็ยากนักที่ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้องหรือดีขึ้นได้อย่างที่ใจหวัง ผมว่ารากเหง้าที่แท้จริงของปัญหาเกษตรกรมันอยู่ตรงนี้นี่เอง

เป็นหนึ่งร้อยกับอีกห้าวินาทีที่มีคุณค่ายิ่งนัก ไม่เฉพาะกับเกษตรกรเท่านั้น แต่กับคนไทยทุกคน

.
.





บ้านสวนมิถุนา

17 06 2009

.

ขอดูบรรยากาศสวนลำไยช่วงนี้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
Comment by puritad — June 6, 2009 @ 10:46 am

.

หลังจากเดินผ่านแดดจ้ามาได้สองวัน หญ้ากำลังอวบอิ่มชวนให้ตัดอย่างมันมืออยู่เชียว วันนี้ท้องฟ้าเมืองเหนือก็ปิดอีกครั้ง ฝนเทโครมมาตั้งแต่เย็นวานจนมาอ่อนแรงเอาเมื่อเช้า วันนี้เอารูปมาฝากตามที่ติดคุณภูริทัตไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เท่าที่ดูเป็นรูปได้ไม่รกรุงรังก็มีเท่านี้ เดิมบ้านสวนปลูกแต่ลำไยครับ ผมค่อย ๆ ทยอยลงผักหวานป่าแซมไว้ในสวนมาสี่ห้าปีแล้ว บ้างตายบ้างโตตามเงื่อนไขปัจจัยของแต่ละชีวิต ส้มสูกลูกไม้อื่น ๆ ก็มีบ้างตามแต่ปากอยากจะกิน มะม่วง มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ชมพู่ ขนุน น้อยหน่า และอื่น ๆ นั่นนิดนี่หน่อยเท่าที่สวนหนึ่งจะพึงมี เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนักของการจัดการสวนตามแบบแผนเกษตรสมัยใหม่ที่นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ความหลากหลายของพันธุ์พืชเช่นนี้แม้จะยังไม่มากนัก ก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิตได้อย่างดีทีเดียว

.

baansuan_060900

บริเวณหน้าสวน ถ่ายลงมาจากแทงค์น้ำ ตัดหญ้าไปบ้างแล้วเลยดูเรียบร้อยขึ้นมาหน่อยนึง

baansuan_060900

น้ำเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับทุกชีวิต บ้านสวนเราใช้น้ำบาดาลและมีสระน้ำสำรองไว้เผื่อยามจำเป็น

baansuan_060900

รูปนี้และอีก ๓-๔ รูปข้างล่างเป็นผักหวานป่าที่ปลูกแซมในสวนลำไย

Read the rest of this entry »





ผีเสื้อกับดอกไม้

5 06 2009

.

butterfly00

.
ทุก ๆ เช้าของสัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมกับกาแฟชอบที่จะออกมาชมฉากชีวิตแสนสวยของเหล่าผีเสื้อกระทกรกและผองเพื่อนที่กำลังโฉบลิ้มชิมรสหวานของดอกส้มโอหน้าบ้าน สุนทรียภาพอันงดงามเช่นนี้เป็นผลจากการ “ลด ละ เลิก” ใช้สารเคมีในสวนครับ เป็นสิ่งที่ผมทำได้และต้องทำเพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างปกติสุข เราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันโดยธรรมชาติ จึงไม่มีความจำเป็นใดใดที่จะต้องมาเบียดเบียนบีฑากัน…มิใช่หรือ?

แต่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าได้คุณ ๆ มาช่วยกันอีกแรง

ไม่ยากเลยครับ แค่เลือกทานผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษเท่านั้นเอง เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้ จะช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตของเกษตรกรได้มากโข นั่นหมายถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ฟ้า ที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ต้องผลาญทรัพยากรโดยไม่จำเป็นไปกับอีเวนท์หรือแคมเปญรักษ์โลก (เสียเหลือเกิน) ที่เกลื่อนเมืองอยู่ในขณะนี้

ปิดแอร์ก็ยาก ประหยัดน้ำมันก็ลำบาก ลองเรื่องกินดูเป็นไร ไม่ต้องรักโลกก็ได้ รักตัวเองนี่แหละ ทีกับเรื่องงานยังมุ่งมั่นทุ่มเทให้ได้เกินร้อย แต่ทำไมปล่อยปละละเลยกับสุขภาพตัวเองล่ะครับ ทำงานหนักเพื่อที่สุดท้ายแล้วต้องไปนอนพักนอนผ่าอยู่ในโรงพยาบาล มันคุ้มกันเสียเมื่อไหร่

ลองเริ่มต้นวันนี้ ๕ มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลกนี่ล่ะ … เหมาะนัก

.

ปล. อยากให้ผีเสื้อกับดอกไม้โบยบินและเบ่งบานในทุกเรือกสวนไร่นาบนแผ่นดิน แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและอิสระของเกษตรกรที่พร้อมจะยืนหยัดฟันฝ่าและพึ่งพาตนเองได้ เอาให้เหมือนโมฮัมหมัด อาลี ที่ว่า “I float like a butterfly and sting like a bee” นั่นเลย

.

.





ขนขี้ข้ามดอย

13 05 2009

.

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ออกจากสวนแต่เช้า จะได้กลับมาทันฟังคำทำนายแรกนา ขับรถข้ามอำเภอไปขนขี้ควายที่นาลุงชาติ ฟังดูเหมือนไกลนะ แต่จริง ๆ ข้ามดอยไปสองกิโลก็ถึงแล้ว ดอยที่เห็นในรูปนั่นล่ะ เมฆครึ้มอากาศดี มองไกลเพลินตา สวยเวิ้งนาในโอบดอย

.

.
ขนเสร็จ ๑๑๓ ลูก (กระสอบ) แล้วยังพิรี้พิไรถ่ายรูปพี่ควายอีก สุดท้ายก็กลับไม่ทัน ต้องนั่งฟังเสียงถ่ายทอดพิธีทางวิทยุอยู่กลางนานั่นเอง ฟังเสร็จเห็นลุงชาตินั่งยิ้มสุขใจ ในตาโชนความหวัง

ตัวผมเองอาจจะไม่คุ้นกับวิถีนา แต่ก็อดปลื้มใจปนอิจฉาลุงชาติไม่ได้ เพราะนอกจากความขยันและอดทนอันเป็นพื้นนิสัยแล้ว ลุงชาติยังมีขวัญและกำลังใจเต็มเปี่ยมสำหรับฟันฝ่ามรสุมชีวิต

ชาวนาท่านอื่นก็คงเช่นกัน …

..

.





ร่มลมแล้ง

7 05 2009

.

.

ลมแล้งต้นสูงใหญ่เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขายังความร่มเย็นบนดินผืนนี้มาเนิ่นนานนัก นานเท่าใดนั้นถามใครแถวนี้ก็บอกไม่รู้ “เกิดมาก็เห็นเป็นต้นแล้ว” นั่นเป็นประโยคเดียวที่ได้ยิน (อาจจะตัดรำคาญหรือไม่รู้จริง ๆ) แต่จะยาวนานแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าที่ว่า เหลืองลมแล้งนับเป็นอีกสีสวยของบ้านสวนในยามที่น้ำแล้งลมร้อนเช่นนี้

‘คูน’ เป็นอีกชื่อที่ชาวบ้านเรียก พอเอาชฎามาสวมก็มีชื่อใหม่ไฉไลว่า ‘ราชพฤกษ์’ แปลได้อย่างยิ่งใหญ่ก็คือ “ไม้เหนือมวลไม้ทั้งปวง” งามความหมายตามมงคลนามที่เรียกขาน จนกลายกำหนดให้เป็นพันธุ์ไม้แห่งสยามประเทศไปในที่สุด

ร่วงลมแล้งไม่ร่วงพรูร่วงพราว แต่ทยอยร่วงหล่นเรียงลำดับ ทีละดอกสองดอก เสียงหล่นปุปุเหมือนเม็ดฝนไล่ช้างกระทบดิน เป็นการสลัดร่วงเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ ต้นไม้ในสวนคอยช่วยให้กำลังใจยามท้อแท้สิ้นหวังอยู่เสมอ ในสภาวะที่ร้อนแล้งรุนแรงที่สุดเช่นนี้ ลูกไม้น้อย ๆ ก็ยังสู้อุตส่าห์หยัดกล้ายืนกายขึ้นมาท้าแดดลม อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจรู้ จะโดนเหยียบย่ำทำลายหมดโอกาสเติบโต หรือต้องเจ็บปวดทรมานจากการกัดแกะแทะเล็มของหมู่แมลง แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นแล้วถึงหัวใจที่ไม่ประหวั่น

ผมประทับภาพนี้ไว้ในใจและได้ดึงมาใช้ในวันเลวร้ายของชีวิตเสมอ

ใช่จะมีเพียงสีสวยให้ตาเห็น หมู่ไม้ใหญ่ในสวนยังให้ที่หลบร้อนนอนสบาย หลายครั้งที่พาตัวเองมาพักพิงอิงโคนไม้ใหญ่  เผลอเพลินผิวเพลงกล่อมหัวใจให้รื่นรมย์ เพลงที่ผิวผ่านเป็นทำนองคุ้นหู ใครที่รุ่น ๆ กันคงจะเคยบรรเลงผ่านปากกันมาบ้าง ในวานวัยนั้น … จนวัยวันนี้

.

สายธาร | สุชาติ ชวางกูร

.

“… เนตรงามยามพิศ มองแล้วจิตผูกพัน ปรางค์ดั่งเย้ยจันทร์ โอษฐ์ยามยิ้มงาม …”

ผมชอบนะ … หวานเหมือนน้ำแข็งไสสีสวยหอมเย็นชื่นใจในบ่ายร้อนปลายฤดู :)

.

.

.