.
หลายคนที่ผ่านเข้ามาที่นี่มักจะถามถึงการเริ่มต้นว่า เริ่มอย่างไร? ปลูกอะไร? ขายที่ไหน? ซึ่งผมได้แลกเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ความรู้ที่มี กระจัดกระจายอยู่ตามเอนทรีต่าง ๆ ในบล็อกบ้านสวนหลังนี้ เมื่อเดินทางมาใกล้ห้วงท้ายปลายปีอย่างนี้ จึงอยากถามกลับไปยังผู้ที่คิดจะเริ่มต้นว่า
คุณเชื่อในสิ่งที่คุณกำลังจะทำหรือเปล่า?
คำถามนี้สำคัญ ตัวผมเองจะลงมือทำก็เมื่อเกิดความเชื่อแล้วเท่านั้น แม้ความกลัวจะเป็นอุปสรรคสำคัญของทุกการเริ่มต้น แต่ลองเราเชื่อมั่นเสียแล้ว ความกลัวก็เป็นได้แค่เพื่อนเล่นยามเหงาเท่านั้น ท่ามกลางกระแสข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ ภูมิปัญญาที่เอ่อล้นฝั่งอยู่ในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นกับความงมงายน่าจะต่างกันตรงที่เรารู้จักแยกแยะ ต่างคนก็ต่างมุมมอง แต่ละศาสตร์สาขาก็จำแนกแยกแยะกันไปคนละเกณฑ์ สำหรับการเกษตรแล้ว เราต้องกระทำบนฐานคิดว่า “ควร-ไม่ควร” ให้มากกว่า “คุ้ม-ไม่คุ้ม” และใช้สายตาที่มองไกล มองกว้าง มองให้ห่างตัวเองออกไป, ให้มาก
.
.
ผมเชื่อในพลังของผืนแผ่นดินและผมพิสูจน์ความเชื่อของผมด้วยการกระทำ ไอ้ที่ว่าดินดอย ดินหินลอยลูกรังอย่างนี้จะปลูกอะไรขึ้น ชะ! เดี๋ยวกูจะทำให้ดู หลังตัดแต่งกิ่งลำไยเสร็จ พวกกิ่งเล็กกิ่งน้อย กิ่งเป็นโรคทั้งหลายก็เอามาสุมมากองแล้วเผาให้หมดเชื้อ เหลือเป็นเถ้าเป็นถ่านอยู่หลายหย่อมภายในสวน เอาวะ! กูจะปลูกผักบนดินที่เค้าว่าเลวอย่างมึงนี่ล่ะ ไม่ต้องพรวน ไม่ต้องขึ้นแปลงปลูกให้ยุ่งยาก ปุ๋ยเป๋ยไม่ต้องใส่ เอามีดจิ้มดินสองสามฉึก หยอดเมล็ด กลบ รดน้ำ พักเดียวพวกก็ออกลูกออกหลานมาให้ได้กินแล้วทั้งถั่วฝักยาว ฟักทอง กระเจี๊ยบเขียว
ลองผมใช้ตรรกะว่าคุ้มหรือไม่คุ้มมาจับสิ ชาติหน้าจะได้กินหรือเปล่ายังไม่รู้เลย…
กลัวมันทำไมครับ ดินไม่ดี ปลูกไม่ขึ้น ต้องใส่ปุ๋ยนั่นใส่สารนี่ ปวดท้องขี้แล้วให้กินพารา มันคงหายหรอก สุดท้ายก็ตกอยู่ใต้อุ้งตีนพ่อค้าเหมือนเดิม อยากจะบอกว่าดินดีสร้างได้จริงครับ ผมทำมาแล้วและเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ ถ้าสนใจเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.onopen.com/teeradejk/09-05-13/4796
ขออีกนิดนึง…
ในทางเกษตร (ตามมุมมองของผม) หัวใจของการเริ่มต้นอยู่ที่วิธีคิดครับ, ไม่ใช่วิธีการ ถ้าตั้งหน้าตั้งตาคิดแต่จะขายท่าเดียว มันก็จะเป็นอีกครรลองหนึ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น ที่ดูจะไม่แตกต่างอะไรกับชีวิตเก่า ๆ ที่คุณพยายามจะเดินหนีมันมา ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการขาย แต่ผมหมายถึงกระบวนการที่จะให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่จะขายเป็นสำคัญ
นั่นก็หนีไม่พ้นสองวิถีที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ระหว่าง ‘เกษตรธรรมชาติ’ กับ ‘เกษตรเคมี’
วิธีคิดจะเป็นเหมือนเข็มทิศนำทาง ระหว่างคุณเดินตามทิศที่ตั้งไว้ ไม่มีทางที่คุณจะเดินดิ่งไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ทุกก้าว ต้องมีเฉ มีแฉลบ มีแอบออกนอกเส้นทางบ้าง แต่คุณจะหลงเพริดเตลิดไกลหรือหวนกลับสู่หนทางเดิมของคุณได้ ก็ขึ้นอยู่กับเข็มทิศในมือคุณเอง
นอกเสียจากคุณรู้สึกว่ามันหนักหน่วงถ่วงเวลาเดิน เลยแอบทิ้งไว้ระหว่างทาง…
ไม่ได้ว่าสิ่งที่ผมเขียนเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงแท้แก้ไม่ได้ แต่อยากให้ลองเก็บเอาไปคิดกันดู เพราะนี่เป็นคำตอบของการเริ่มต้นที่อยากจะบอกที่สุด แต่ไม่เคยได้บอกใครอย่างนี้สักที
ลองคิดกันเล่น ๆ กันอย่างนี้ไหมครับว่า “เราปลูกเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนทั้งโลก” คิดได้เช่นนี้ เราจะห่วงใย (สิ่งแวดล้อม) เอาใจใส่ (ผู้บริโภค) ในทุกกระบวนการผลิต แทนที่จะคิดแค่ขายให้ได้กำไรเท่านั้น
จะเป็นไทด้วยเกษตรธรรมชาติ หรือจะเป็นทาสเพราะเกษตรเคมี … เลือกเอา!
.
The Enchanted Garden | Kevin Kern
.
บ้านสวนยังอยู่ในอารมณ์ดอกไม้ครับ แต่ดอกที่บานอยู่ในสวนช่วงนี้ไม่ชวนหอมนะ ถ้าชวนหิวละก็, ไม่แน่
.
.
คำอธิบายภาพ: สีแดงเรียก “แคแสด” , สีขาวเรียก “ถั่ว(ฝักยาว)” , สีเหลืองเรียก “ฟัก(ทอง)” ครับผม
.
……………
.
.
แก้ไขเพิ่มเติม วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒
.
เมื่อเช้านี้บ้านสวนมีดอกไม้อีกหนึ่งดอกที่บานรับวันมหามงคลยิ่งเช่นวันนี้
ดอกกระเจี๊ยบเขียวครับ, ที่แม้ดินจะเลว แต่ถ้าเมล็ดพันธุ์ดีแท้จากเนื้อใน ย่อมงอกงามและยังประโยชน์ได้เยี่ยงนี้
.
.